การตั้งค่า iOS8 ให้ปลอดภัยขึ้น ปกป้องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

setting-ios8-for-privacy

หลัง จากที่นำเสนอ iOS8 กันเป็นสักพัก และผู้ใช้ iOS ส่วนใหญ่อัพเดตสู่ iOS8 แล้ว

มีคนสอบถามกันมาว่าจะต้องตั้งค่าอย่างไรบ้างให้ปลอดภัย และประหยัดแบตด้วย เนื่องจาก iOS8 ก็มีฟีเจอร์เพิ่มมากมาย แน่นอนการทำงานแบบเบื้องหลังก็จะมากขึ้นตามไปด้วย…ถ้าไม่ตั้งค่าหลังอัพเด ต   ดังนั้นวันนี้มาดูกันว่า ต้องตั้งค่าอะไรบ้าง เพื่อปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวบน iOS8 กัน

setting-ios8-for-privacy-01

อย่าง แรกที่ต้องทำคือจำกัดแอพที่ต้องการพิกัดเข้าถึง Location ของเรา ซึ่งก็มีแอพจำนวนมากที่ต้องการ Location แน่นอนเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว และกระทบความเป็นส่วนตัวด้วย ที่ทำให้คนพัฒนารู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ? ซึ่งในกรณีหลังอัพเดต iOS8 หรือใช้งานครั้งแรกบนมือถือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะมีคำถามจากทาง App Store ในการเข้าถึง Location ของคุณตามภาพนี้  เพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ ให้แตะคำว่า  Don’t Allow เพื่อไม่เผยพิกัดให้กับทาง Apple

ตั้งค่าป้องกันไม่ให้แอพเข้าถึงรายชื่อส่วนตัวของเรา

setting-ios8-for-privacy-02

แอพบางแอพต้องการข้อมูล contact ของเราด้วย ซึ่งเราสามารถปิดไม่ให้แอพเข้าถึงรายชื่อเราได้ โดยเข้าไปที่ Settings >> Privacy>> contact แล้วเลือก OFF ตรงแอพที่คุณไม่ต้องการให้เข้าถึงรายชื่อของเรา 

เปิด  Find My iPhone เพื่อติดตามมือถือหาย หรือถูกขโมยไป

setting-ios8-for-privacy-03

ซึ่ง เป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นต้องเปิด Location  ในการติดตาม iPhone หรือ iPad ที่หายไป ดังนั้นควรตั้งค่าให้เปิดพิกัดสำหรับการทำงานผ่านแอพ Find My iPhone ด้วย โดย ไปตั้งค่าที่ Settings > iCloud > Find My iPhone ให้เป็น On (ทันทีที่ ON คุณจะต้องใส่รหัส Apple ID ด้วย)  และคุณสามารถตั้งค่าให้เครื่อง iPhone และ Pad  ส่งพิกัดล่าสุดก่อนเครื่องดับเพราะแบตหมดได้ โดย เปิด Send Last Location เป็น ON ด้วย   โดยในการทำงานนั้น กรณีเครื่อง iOS มีแบตเหลือ 1% เครื่องจะส่งพิกัดไปยัง Find My iPhone ก่อนเครื่องดับลง

ตั้งค่าให้ข้อความ  คลิปเสียง และวีดีโอ ที่ส่งผ่าน iMessage  นั้นลบเองโดยอัตโนมัติ

setting-ios8-for-privacy-04

โดยไปที่ Settings >> Message แล้วทำตามดังนี้

  • เลือก Keep Message >>เปลี่ยนจาก Forever ให้เลือกเป็น 30 Days เพื่อลบข้อความที่เคยแชตไว้ ในกรณีข้อความนั้นอยู่นาน 30 วันจะถูกลบโดยอัตโนมัติ
  • เลือกที่ Expire ทั้งใน Audio Message และ Video Message แล้วเลือกที่ After 2 Minutes เพื่อลบคลิปวีดีโอหรือคลิปเสียง หลังจากส่งคลิป หรือเปิดคลิปแล้ว 2 นาที

ตั้งค่าปิดการเข้าถึง  Location  ของแอพต่างๆ บางแอพ

setting-ios8-for-privacy-10

เข้าไปที่ Settings >> Privacy  แล้วตั้งค่าโดย แตะชื่อแอพที่ไม่ต้องการเข้าถึงพิกัดของเรา เปลี่ยนจาก Always เป็น Never

ปิดการทำงานแชร์ Location เบื้องหลัง ที่ System Service

setting-ios8-for-privacy-05

เข้าไปที่ Settings >> Privacy>>เลือกSystem Service ซึ่งอยู่ใต้สุดของรายชื่อแอพ >> จะเห็นว่าส่วนใหญ่เปิดไว้เยอะ จึงแนะนำให้เปลี่ยนเป็น OFF ทั้งหมด  ยกเว้นในส่วนของ Find My iPhone และ Spotlight Suggestion ให้เป็น On ไว้  สำหรับในการตามหาผ่านแอพ Find My iPhone และการข้อมูลสถานที่ต่างๆ ผ่านการ Search ของ Spotlight

ตั้งค่า Safari ให้เปิด Do Not Track เพื่อไม่ให้ บราวเซอร์แอบติดตามเรา

setting-ios8-for-privacy-06

โดยไปที่ Settings > Safari >> แล้วเลื่อนให้เป็น On บนรายการ Do Not Track.

 

ปิดการแจ้งเตือน พวก Message , Mail แสดงบนหน้าจอ Lock Screen

setting-ios8-for-privacy-07

ให้เข้าไปที่ Settings >Notifications จากนั้นทำตามดังนี้

  • เลือกที่  Message >> แล้ว เลือกที่ Show Previews ให้เป็น OFF
  • เลือกที่  Mail>> แล้ว เลือกที่ Show Previews ให้เป็น OFF

เพื่อปิดการแสดงเนื้อหาหัวจดหมาย หรือเนื้อหาข้อความ  Message ออกสู่หน้าจอ Home Screen

 

เปิดการใช้งาน สแกนลายนิ้วมือ

setting-ios8-for-privacy-08

สำหรับอุปกรณ์ iOS ทีมีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ  ( Touch ID ) ควรเปิดการใช้งาน โดยไปที่ Settings > Touch ID & Passcode จากนั้นก็สแกนลายนิ้วมือ และเปิดใช้งานสำหรับในการ iPhone Unlock หรือ iPad Unlock เพื่อให้เครื่องตรวจสอบสแกนลายนิ้วมือคุณก่อนปลดล็อกจอ iPhone , iPad หากไม่มี  ก็เปิดการใช้งาน Passcode ซึ่งหลายท่านก็เคยเปิดใช้งานแล้ว โดยแนะนำให้เลือกแบบตั้งรหัส Passcode แบบ 8 หลักขึ้นไป

 

ตั้งค่า Lock หน้าจอให้ล็อคอัตโนมัติเร็วขึ้น

setting-ios8-for-privacy-09

โดยไปที่ Settings > General > Auto-Lock แล้วเลือกที่ 1 Minutes เพื่อให้เครื่องทำการล็อคหน้าจอกรณีไม่ใช้งานภายใน 1 นาที ซึ่งหลังจาก 1 นาทีจะทำการล็อคหน้าจอ กรณีคนอื่นมาใช้เครื่องเรา จะถามรหัส Passcode หรือขอตรวจสอบลายนิ้วมือผ่าน Touch ID

เพียงเท่านี้เครื่อง iOS ของคุณก็จะปลอดภัยขึ้นอีก ทั้งช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวได้ สามารถติดตามตามหามือถือหายได้ และช่วยประหยัดแบตเตอรี่ จากการที่แอพร้องขอ Location ได้ด้วย

ข้อมูลจาก cnet

ที่มา : it24hrs.com