นักวิเคราะห์เผย เส้นทางของ Apple Watch ในไทย อาจไม่สดใสอย่างที่คิด

Apple Watch ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่จากค่าย Apple วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 17 กรกฏาคม 2558 นี้ท่ามกลางความคาดหวังและการรอคอยจากหลายฝ่ายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

COM7 Apple watch_MG_170715

ด้วยความที่ Apple Watch นั้นถือเป็นอุปกรณ์ Smart Watch ตัวแรกจากค่าย Apple หลายฝ่ายจึงมองว่าการเปิดตัวในครั้งนี้จะช่วย ยกระดับตลาด Wearable Devices ทั่วโลก และช่วยหนุนกระแสเทคโนโลยีให้เกิดการวิวัฒน์จากการใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพาไปสู่ คอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ เช่นเดียวกับที่ Apple เคยได้สร้างปรากฏการณ์เมื่อครั้งที่เปิดตัว iPhone

Screen Shot 2558-07-15 at 10.19.53 PM

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงสภาพการเติบโตของตลาด Smart Watch ทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผลตอบรับของการเปิดตัว Apple Watch อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้

นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจและอุตสาหกรรมไอซีที บริษัท เจ เอ็ม คาตาลิสท์ กล่าวว่า “จากข้อมูลการสำรวจพบว่า ในปีที่แล้วตลาดรวมทั่วโลกของอุปกรณ์ประเภท Smart Watch นั้นมียอดขายอยู่ประมาณ 6.8 ล้านเรือน นับเป็นมูลค่าอยู่ราว 1.29 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตขึ้นมากกว่า 82% เมื่อเทียบกับในปี 2556 เลยทีเดียว เรามักได้เห็นการเติบโต แบบก้าวกระโดดนี้กับเทคโนโลยีที่จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรม”

ซึ่งแม้ว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่จะเพิ่งได้รับความนิยมมาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้แต่กลับมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดนี้เป็นจำนวน มาก การที่ Apple ถูกช่วงชิงตำแหน่งเจ้าแรกในการเป็นผู้นำเสนอสินค้า Smart Watch อาจส่งผลให้ Apple สูญเสียตำแหน่งผู้นำ สินค้า Wearable Devices ในระยะยาว

“แม้ว่าอุตสาหกรรมไอทีเพิ่งจะเริ่มให้ความสนใจ Smart Watch มาเพียงไม่กี่ปี แต่ในปีที่แล้วก็มีจำนวนผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้มากถึง 89 บริษัททั่วโลก ด้วยความที่ Smart Watch นั้นมีลักษณะเป็นอุปกรณ์เสริมในระบบนิเวศน์ของเทคโนโลยีซึ่งมีศูนย์กลางของระบบอยู่ที่ สมาร์ทโฟน และการที่ผู้ผลิตสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการที่เปิดกว้างอย่าง Android ทำให้ผู้เล่นรายเล็กสามารถรุกเข้า มาทำตลาดร่วมกับผู้เล่นรายใหญ่ได้ในเวลาอันสั้น โดยในปีที่แล้ว Samsung เป็นผู้นำตลาด Smart Watch ด้วยยอดขายมากกว่า 1.2 ล้านเรือน นับเป็นร้อยละ 23 ของตลาด ในขณะเดียวกันผู้เล่นรายเล็กอย่าง Pebble ที่เกิดจากการรวมทุนแบบ Crowdfunding ก็ สามารถขายได้มากถึง 700,000 เรือนในปีที่แล้ว” ธีระ กล่าว

การที่คู่แข่งรายสำคัญหลายรายได้ชิงเปิดตัว Smart Watch ของตัวเองออกไปก่อนอาจทำให้กระแสการเปิดตัวของ Apple Watch อาจไม่หวือหวาอย่างที่คาดหวังไว้
ธีระ ให้ความเห็นว่า “การเปิดตัวทั่วโลกของ Apple Watch น่าจะช่วยผลักดันให้ตลาด Smart Watch นั้นเติบโตขึ้นถึง 9 ล้านเรือนใน สิ้นปีนี้ โดยรวมแล้ว Apple Watch น่าจะขายได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านเรือนทั่วโลก รวมทั้งการทำตลาดสินค้าระดับ Premium ของ Apple น่าจะส่งผลให้ราคาของ Smart Watch นั้นขึ้นไปอยู่ที่ 290 – 330 เหรียญสหรัฐฯต่อเรือนโดยเฉลี่ย”

“ผมคิดว่าการเปิดตัวที่ต่ำกว่าที่คาดหวังของ Apple Watch ในสหรัฐอเมริกาน่าจะช่วยให้Apple เข้าใจว่าสินค้าตัวนี้จะประสบความ สำเร็จทั่วโลกได้ดังเช่นที่ผ่านมาต้องมีอะไรที่มากกว่า WoW Effect ของ Apple ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จจึงอยู่ที่การนำเสนอรูป แบบการใช้งาน (use case) ใหม่ รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ช่วยผสมผสาน Apple Watch ให้เกิดการใช้งานในด้านการดูแล สุขภาพ การแจ้งเหตุฉุกเฉิน การเข้าถึงข้อมุลแบบ Real-time และการนำไปใช้งานกับตลาดธุรกิจองค์กร ความพร้อมของเทคโนโลยี อื่นๆในระบบนิเวศน์ของ Apple เช่น Apple Pay และ iBeacon จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเน้นความโดดเด่นของ Apple Watch ให้ กลายเป็นที่ต้องการของตลาด” ธีระ เสริม

J.M. Catalyst คือองค์กรให้คำปรึกษาวิจัยด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการบริหารนวัตกรรม แก่กองค์กรชั้นนำของไทยและต่างประเทศ