รีวิว Lumia 530: Let them eat (half-baked) cake.

แม้ว่า Lumia 630 จะถูกวางตัวไว้ในฐานะตัวสานต่อความสำเร็จจาก Lumia 520

แต่สำหรับไมโครซอฟท์ที่เพิ่งเปลี่ยนยุทธศาสตร์มือถือราคาถูกของตัวเองด้วย การยกเลิก Nokia X ช่องว่างของ Lumia 520 เป็นสิ่งที่ไมโครซอฟท์จำต้องหามาเติมเต็มให้ได้ และการเติมเต็มนั้นก็คือการเปิดตัว Lumia 530 ในฐานะภาคต่อของโทรศัพท์มือถือตลาดล่างสุดของ Windows Phone นั่้นเอง

แกะกล่องและภายนอกของเครื่อง

เช่นเคย Lumia 530 ยังคงแนวทางการออกแบบกล่อง (design language) เหมือนกับ Lumia 630, 930 และ Nokia X2 ทุกประการ คำแนะนำผมก็คือต้องดูดีๆ ก่อนซื้อ เพราะถ้ามองจากด้านหน้าอาจมีหลงได้ แนะนำให้มองจากด้านข้างที่จะมีบอกรุ่นและสีครับ

WP_20140816_13_11_49_Pro

WP_20140816_13_12_06_Pro

WP_20140816_13_12_25_Pro

WP_20140816_13_12_43_Pro

แกะกล่องออกมาแล้วหน้าตาก็ประมาณนี้ เหมือนกันอีกครับ แต่คราวนี้ Lumia 530 ใจดี มีหูฟังแถมให้ครับ (630 ไม่มีหูฟังครับ)

WP_20140816_13_14_19_Pro

WP_20140816_13_15_01_Pro

ตัวเครื่องก็เป็นอย่างที่เห็นตามข่าวลือก่อนหน้า คือมีลักษณะที่อ้วนป้อม และเล็ก ซึ่งต่างจาก Lumia 520 ที่มีลักษณะค่อนข้างบาง และการออกแบบที่เป็นสี่เหลี่ยมแหลมๆ แนวทางการออกแบบของ Lumia 530 สอดคล้องกับการออกแบบของ Lumia 630 อย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีขนาดที่เล็กและอ้วนป้อมกว่า แต่ว่าก็สามารถจับและถือได้อย่างสะดวกนั่นเอง การได้จับ Lumia 530 ทำให้รู้สึกหวนกลับไปสมัยที่มือถือยังมีหน้าจอขนาดเล็ก จับถนัดมือ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีความรู้สึกว่าใกล้เคียงกับการจับเขียงขนาดเล็กขึ้นมา ใช้งาน

WP_20140816_13_15_39_Pro

WP_20140816_13_16_14_Pro

WP_20140816_13_18_47_Pro

ปุ่มที่ด้านข้างขวาของเครื่อง เหมือนกับ Lumia 630 ทุกประการ กล่าวคือ มีปุ่มปรับเสียงและเปิดปิดหน้าจอ ซึ่งอย่างหลังใช้เปิดและปิดเครื่องด้วย (ไม่มีปุ่มถ่ายรูป) ส่วนด้านซ้ายก็ไม่มีปุ่มอะไรเลย ด้านบนมีช่องสำหรับเสียบหูฟัง และด้านล่างสำหรับ Micro USB

WP_20140816_13_17_44_Pro

WP_20140816_13_18_03_Pro

เมื่อแกะฝาเครื่องออกมา (ฝาเครื่องแข็งกว่า Lumia 630!) จะพบว่าคราวนี้ Lumia 530 เปลี่ยนแนวทางการออกแบบไปพอสมควร โดยเฉพาะสำหรับช่องใส่ซิมที่สอง ซึ่งเป็นถาดที่ต้องดึงออกมาใส่ซิม (ทั้งสองซิมเป็น Micro SIM) ผมไม่แน่ใจว่าแนวทางการออกแบบในลักษณะนี้เป็นปกติหรือไม่ แต่ก็ถือว่าค่อนข้างแปลกครับ

WP_20140816_13_21_10_Pro

WP_20140816_13_21_35_Pro

แบตเตอรี่ขนาด 1,430 mAh (หา?) ที่แถมมาให้พร้อมกับเครื่องครับ

WP_20140816_13_28_15_Pro

ได้เวลาเปิดใช้งานครับ

WP_20140816_13_29_41_Pro

WP_20140816_13_31_01_Pro

ขนาดเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนอื่นๆ ของ Nokia/Microsoft (ซ้ายไปขวา: Lumia 930, 630, 620 และ 530) จะสังเกตได้ว่า Lumia 530 มีขนาดใหญ่กว่า Lumia 620

IMG_20140616_192556

เวลาจับแล้วใช้งานจริงในมือ ถือว่าพกพาสะดวกครับ

20140816_175410_Android

ข้อมูลเครื่องเพิ่มเติมจากแอพ My Phone ครับ จะสังเกตได้ว่า Lumia 530 ถูกตัดตัวตรวจจับ/ตัวตรวจวัด (sensor) จำนวนมาก ไม่ต่างจาก Lumia 630 เลยแม้แต่น้อย

wp_ss_20140816_0011 wp_ss_20140816_0012

wp_ss_20140816_0013 wp_ss_20140816_0015

ผลการวัดประสิทธิภาพ (Benchmark) ของ Lumia 530 ครับ (เร็วกว่า Lumia 925!)

wp_ss_20140816_0010 wp_ss_20140817_0008

หมดเรื่องตัวเครื่องแล้ว ขอไปที่การใช้งานในการใช้จริงในชีวิตประจำวันเลยนะครับ

การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

เช่นเคย เรื่องซอฟต์แวร์ของเครื่องเป็น Windows Phone 8.1 ดังนั้นแล้วรายละเอียดฝั่งซอฟต์แวร์ทั้งหมด คงต้องเชื้อเชิญผู้อ่านให้ไปอ่านมินิรีวิว กันนะครับ ผมขออนุญาตที่จะข้ามในรายละเอียดส่วนนี้

สิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนสำหรับ Lumia 530 คือหน้าจอที่เข้าขั้น “แย่มาก” คือถ้าให้เทียบแล้ว คุณภาพหน้าจอแย่กว่า Zenfone 4 ที่ถือว่าจอค่อนข้างซีดอยู่แล้ว และถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดของหน้าจอที่พอๆ กับ Lumia 630 แต่คุณภาพของความละเอียดจอ กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งผมก็ลองเอาไปเทียบกับ Lumia 620 และ 520 แล้ว ยืนยันได้ชัดเจนว่าหน้าจอค่อนข้างแย่มาก (แย่กว่า Nokia X)

ต่อมา ผมเพิ่งพบว่าหน่วยความจำที่ให้มาในเครื่องที่ 4 GB ถือว่ามีขนาดจำกัดจำเขี่ยมาก ลงเพลงได้นิดหน่อย ลงแอพเพิ่มได้นิดเดียว พื้นที่ก็เกือบจะเต็มแล้ว ดังนั้นคำแนะนำของผมสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อ Lumia 530 คงไม่มีอะไรอื่น นอกจากแนะนำให้ซื้อ microSD เพิ่มครับ ไม่เช่นนั้นในการใช้งานจริงจะอึดอัดอย่างมาก (กรณีนี้เหมือน Zenfone 4 ครับ)

wp_ss_20140816_0007 wp_ss_20140816_0009

ในส่วนของการใช้งานอื่นๆ ก็ต้องถือว่าทำงานได้ดีครับ ไม่มีอะไรที่จะต้องให้กล่าวถึงมากมายนัก การโทรศัพท์ถือว่าทำได้ดี เสียงค่อนข้างชัด อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ตัด proximity sensor ออกไป (เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า) ทำให้ผมค่อนข้างหงุดหงิดในแบบเดียวกับ Lumia 630 ที่จะต้องเอามือถือกดแนบหน้าเข้าไป (Zenfone 4 ยังมีเลย) และเรื่องเสียงเรียกเข้าที่เบาและแบนไร้มิติ (เป็นกันทั้งซีรีส์ประจำปีนี้)

ส่วนแบตเตอรี่เป็นส่วนที่ผมไม่ได้ทดสอบอย่างจริงจัง เท่าที่ใช้งานถือว่าใช้ได้ดีครับ ทว่าเนื่องจากความจุของแบตเตอรี่ถือว่าค่อนข้างต่ำ ทำให้ถ้าเล่นอย่างจริงจัง แบตถือว่าหมดค่อนข้างเร็วครับ จุดนี้อาจจะเป็นปัญหาอยู่บ้าง

กล้อง

สำหรับกล้องของ Lumia 530 ถือว่ามีคุณภาพที่พอๆ กับ Nokia X แต่ถามว่าสมราคาหรือไม่? ถ้าก่อนจะมี Zenfone 4 ผมอาจจะบอกว่าสมราคา แต่หลังจากที่ Zenfone 4 ออกสู่ตลาด ต้องถือว่ากล้อง “ไม่สมราคา” ถือว่าค่อนข้างผิดหวังอยู่บ้าง แต่ถ้าคิดว่า จะเอาให้ผู้ใหญ่ใช้ หรือเด็กๆ ที่เริ่มต้นใช้โทรศัพท์ใช้งาน ก็ถือว่าไม่เลวร้ายนัก ยกเว้นในที่มืดที่ถือว่า พอๆ กับ Nokia X แม้ว่าใน Nokia Camera จะมีตัวเลือกให้ปรับที่หลากหลาย แต่ผมก็พบว่าตัวเลือกเหล่านั้นแทบจะหาประโยชน์ได้ยากมาก ในเมื่อที่ตัวฮาร์ดแวร์ของกล้องไม่ได้ดีตามไปด้วย ดังนั้นแล้ว ตัวการตั้งค่าบางอย่างอาจจะเอาไว้พอให้ภาพดูดีขึ้นบ้างเท่านั้น

WP_20140819_12_56_46_Pro

WP_20140816_17_50_23_Pro

WP_20140816_14_52_43_Pro

WP_20140816_13_46_38_Pro

WP_20140817_002

WP_20140817_003

สรุป: Half-baked phone

WP_20140816_13_30_56_Pro

เท่าที่ใช้งานมาสำหรับ Lumia 530 ต้องถือว่าตัวนี้ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจอย่างมาก ยิ่งเทียบกับรุ่นก่อนหน้าในซีรีส์เดียวกันอย่าง Lumia 520 ด้วยแล้ว ผมถือว่าแย่ลง และสร้างความผิดหวังพอสมควรในฐานะมือถือราคาถูก ที่คุ้มกับจำนวนเงินที่จ่ายไป

ข้อดีอย่างหนึ่งของ Lumia 530 คือเรื่องของขนาดและการออกแบบที่ทำได้มาอย่างน่าประทับใจ ถือแล้วกระชับมือ น้ำหนักที่ได้ถือว่าดีเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ Lumia 530 กลับไปตกอยู่ที่ฮาร์ดแวร์และส่วนประกอบที่ถือว่ามีคุณภาพต่ำมากจนน่าใจหาย ผิดกับ Lumia 520 ที่ดีกว่านี้มาก ความรู้สึกกับ Lumia 530 จึงเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ “Half-baked” หรือยังทำไม่เสร็จ มากกว่าที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวจริง

แม้เรื่องของประสิทธิภาพจะดีกว่า Lumia 520 แต่ในเมื่อที่ระบบปฏิบัติการเป็น Windows Phone สิ่งที่เกิดขึ้นคือการไม่มีแอพให้เรียกใช้ประสิทธิภาพเหล่านั้นได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ ซึ่งถ้าถามผมว่าเร็วหรือไม่ ก็คงต้องตอบความจริงว่าเร็ว แต่ถ้าถามว่าเร็วจนเห็นความแตกต่างชัดๆ เมื่อเทียบกับ Lumia 520 หรือไม่? อาจจะเป็นคำตอบที่ตอบเป็นรูปธรรมในเชิงประจักษ์ได้ยากมาก

ด้วยราคาที่ 3,690 บาท (!!) แม้จะถือว่าถูกมากแล้ว แต่ผลงานที่ได้กลับสู้โทรศัพท์ในราคาใกล้เคียงกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนตัวเองกลับรู้สึกว่า Lumia 630 กลับดีกว่าเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของความเสถียร ดังนั้นแล้วถ้ากำลังพิจารณา Lumia เป็นตัวเลือกต่อไป ผมแนะนำว่าควรจะเลือก Lumia 630 จะดีกว่านี้มาก

แต่หากต้องการที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องแรก สำหรับคนที่ต้องการก้าวพ้นจากโลกฟีเจอร์โฟน มาสู่สมาร์ทโฟน และไม่ต้องการใช้งานอะไรมากมาย Lumia 530 จะตอบโจทย์ในส่วนนี้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วยเช่นกันครับ

ที่มา : blognone.com