วิธีการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อ

วิธีการเลือกซื้อ กล้องติดรถยนต์

มีเหตุผลมากมายที่รถทุกคัน ควรมีกล้องบันทึกภาพวีดีโอหรือกล้องติดรถยนต์ เพื่อนำภาพดังกล่าวมาใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น และเมื่อท่านต้องการจะมีกล้องติดรถยนต์ไว้ใช้สักตัว จะเลือกซื้ออย่างไรดี ผมมีคำแนะนำมาฝากกันครับ0c

1.เลือกที่ราคา ปัจจุบันกล้องติดรถยนต์ราคาลดลงมามากแล้ว สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้กล้องติดรถยนต์มาก่อน แนะนำให้ลองซื้อรุ่นที่ราคา ไม่แพงมาใช้ เพื่อทราบหลักการทำงานของกล้องคร่าวๆดูก่อน เช่น โหมดต่างๆ ทั่วไปของกล้องติดรถยนต์ ก็จะมีประมาน 3 โหมดหลัก คือ 1.โหมดถ่ายวีดีโอ 2.โหมดถ่ายภาพ 3.โหมดเล่นภาพย้อนหลัง และแนะนำให้สังเกตุการอัดของกล้อง เน้นเลยนะครับ ว่าเวลาอัดวีดีโอภาพที่แสดงหน้าจอของกล้องติดรถยนต์เป็นอย่างไร (เราจะได้มีภาพเอาไว้ดูตอนที่เราต้องการใช้) สังเกตง่ายๆคือมีแถบสีเหลืองเป็นวันที่ขึ้นมา แล้วเวลาต้องเดินนะครับไม่ใช่ หยุดนึ่ง ถ้าเวลาหยุดนึ่งแสดงว่าไม่มีการบันทึกครับ

2.เลือกที่ขนาดของกล้อง ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ถ้ารถของคุณเป็นรถขนาดเล็กแล้วติดกล้องที่มีขนาดใหญ่ มันจะทำให้กล้องไปบังทัศนะวิสัยการมองเห็นครับ เว้นแต่คุณจะติดด้านมุมสุดของกระจกเลย แต่ติดตรงไหน ขอแนะนำว่า เราควรติดตรงที่เราสามารถดูการทำงานของกล้องได้ และให้ภาพที่ออกมาทั่วหน้ารถนะครับ

3.เลือกที่ฟังชั่นของกล้องติดรถยนต์ หลักๆก็จะมี

3.1 Motion detection คือการอัดอัตโนมือ(ไม่ใช่ครับ อัตโนมัติ) เมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง กล้องก็จะอัด 10,15,20, วินาทีแล้วก็จะหยุดอัด แต่ถ้ามีการเคลื่อนไหวติดต่อกันกล้องก็จะอัดไปเรื่อยๆครับ แนะนำอย่างนี้ครับ Motion detection แนะนำให้ใช้ตอนจอดรถเท่านั้น เน้นเลยนะครับ เพราะถ้าคุณใช้ในขณะขับรถภาพที่ได้ออกมาจะไม่สมบูรณ์ และจะทำให้กล้องค้างครับ ผลที่ไดคือได้ภาพไม่ครบถ้วน ภาพในช่วงเวลาที่สำคัญอาจจะหายไป และเมื่อท่านเปิด Motion detection จะทำให้ระบบการทำงานวงรอบปิด สรุปคือจะอัดได้แค่แมมเต็มครับไม่อัดวน และ(มา2และละ) เมื่อเปิด Motion detection แล้วให้ไปตั้งค่าการปิดเครื่องอัตโนมัติไปที่ OFF ด้วยนะครับ เพราะไม่อย่างนั้น….กล้องก็จะปิดตัวเองลง ก่อนที่จะมีตัวอะไรเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องอะครับ และ(เอาถึง 3 และเลย)การใช้งาน Motion detection ควรมี Power bank ไว้จ่ายไฟให้กล้องด้วยนะครับer

3.2 GPS อันนี้ไม่ใช่ GPS นำทางนะครับ เป็น GPS บันทึกตำแหน่งว่าภาพวีดีโอนี้ถ่ายที่ไหน ถ้ากล้องรุ่นไหนมี GPS ก็จะมีโปรแกรมติดมากับตัวกล้อง เอาไว้ดูภาพ  ค้นหาภาพ เล่นภาพย้อนไปมา (สรุปคือการย้อนภาพไปข้างหน้า-หรือวนกลับ แต่การย้อนภาพจะดีมากไม่สะดุด หรือค้างเลยแจ๋วครับ)และก็จะมีแผนที่ แสดงว่าภาพถ่ายที่ไหน ใช้ความเร็วเท่าไหร่ (อันนี้ลูกค้าที่ขับรถตู้ชอบครับ)

3.3 G-sensor คือการล็อคไฟล์ภาพไม่ให้ถูกอัดทับ เมื่อมีการกระแทกแรงๆตามค่า G ที่เราตั้งไว้  โดยปรกติ กล้องติดรถยนต์จะทำงานโดยการอัดเป็นวงรอบ เมื่อวงรอบใกล้เต็ม ก็จะทำการลบไฟล์ที่เก่าที่สุดออกโดยอัตโนมัติ ก็เหมือนกล้องวงจรปิดตามบ้านละครับ แต่เมื่อมี G-sensor นี้ก็จะทำการล็อคไฟล์ภาพไม่ให้ถูกอัดทับครับ

9c

4.เลือกที่คุณภาพของภาพที่ออกมา หลักก็จะมี VGA , HD ,HD 1080P ,FULL HD 1080P อันนี้พิเศษเฉพาะท่านที่เปิดมาเจอเลย(ประมาณว่าโชคดีมาก) คุณอาจจะเห็นที่โฆษณากันว่ากล้องชัด โดยเฉพาะภาพกลางคืนที่ชัดมากๆจะบอกอย่างนี้ครับ กล้องติดรถยนต์ ภาพกลางคืนจะไม่ค่อยชัดครับ จะใช้แสงไฟหน้ารถและไฟตามถนนเป็นหลัก (ถ้าท่านเปิดไฟสูงชัดแน่นอนครับแต่จะโดนรถสวนทางมาบ่นนะสิ) ส่วนอินฟราเรดจะยิงออกไปได้ไกลประมาณไม่เกิน 5 เมตรครับ (พอดีขายกล้องวงจรปิดในบ้านด้วย ก็เลยทดสอบพร้อมกันเลย) แต่ถ้าเป็นในเมืองไฟสว่างอยู่แล้วภาพจะชัดครับ แต่ออกนอกเมือง จะชัดน้อยลงตามแสงครับ ส่วนกลางวันไม่มีปัญหาครับและตัวสำคัญที่ทำให้กล้องได้ภาพชัด คือ เลนส์ เน้นเลยครับ เพราะการลดสเปคให้ราคาต่ำลงเค้าลดกันที่ เลนส์ ครับ ถ้าคุณต้องการกล้องที่มีความชัดมากๆให้ดูที่เลนส์เป็นอันดับแรกเลยนะครับ ดูว่าเลนส์เป็นอย่างไร ใหญ่เล็ก เอากล้องติดรถยนต์มาเทียบกันดูนะครับจะเห็นได้ชัดเลย เลือกที่เลนส์ใหญ่ไว้ก่อนครับ แล้วก็มารองดูว่าการปรับโฟกัสทำได้ไวมั้ย

5.เลือกที่ความทน บางท่านอยากได้กล้องแบบทนๆ มีบ้างหรือเปล่า กล้องติดรถยนต์ที่ทนที่สุดจากประสบการขายมาประมาณปีกว่าๆที่ทนที่สุดคือ R 300 GPS ครับ ตั้งแต่ขายมาส่งเคลมตัวเดียวครับ ใช่งานง่ายแค่ตั้ง เวลา วันที่ เท่านั้นเองครับ

สนใจเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์คลิกที่นี่

unnamed

ขอบคุณบทความ จาก mmhdtech.com

Leave a Reply