เปิดตัว Android 5.0 “Lollipop” อย่างเป็นทางการ กับก้าวแรกสู่ระบบปฏิบัติการของทุกอุปกรณ์

เพิ่งปล่อยทีเซอร์ Android 5.0 “L” ไปเมื่อตอนเช้าๆ ตามเวลาบ้านเรา ตอนนี้กูเกิลก็จัดการเปิดตัว Android รุ่นใหม่

ในชื่อ Lollipop (ของแท้ต้อง ll) อย่างเป็นทางการแล้ว

ในแง่ของฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา Lollipop คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ของกูเกิลอย่าง Material Design ที่เน้นการใช้งานบนทุกขนาดหน้าจออย่างแท้จริง ส่วนอื่นๆ ที่ได้รับการปรับปรุงก็มีตั้งแต่การใช้งานร่วมกับระบบองค์กรได้ดีขึ้น รองรับ 64 บิตอย่างเป็นทางการ ระบบจัดการการแจ้งเตือนแบบใหม่ การเปลี่ยนไปใช้รันไทม์ใหม่อย่าง ART และ Project Volta ที่ช่วยให้ประหยัดการใช้พลังงานมากขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับฝั่งนักพัฒนาที่มี API มาใหม่มากกว่า 5,000 API เลยทีเดียว

สำหรับอุปกรณ์ซีรีส์ Nexus ที่จะได้อัพเดตไป Lollipop ได้แก่ Nexus 4, Nexus 5, Nexus 7, Nexus 10, อุปกรณ์รุ่น Google Play Edition รวมถึงของใหม่ที่เปิดตัวสดๆ ร้อนๆ อย่าง Nexus 6, Nexus 9 และ Nexus Player อีกด้วย โดยทั้งหมดจะได้อัพเดตภายในสัปดาห์หน้าครับ

ที่มา – Android    blognone.com

ครอบครัว Nexus (2014)

หุ่นเขียว Lollipop ชูสองนิ้ว

รวมฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดของ Android 5.0 Lollipop

ของใหม่ที่สำคัญของ Android 5.0 Lollipop มี 2 อย่างคือ รองรับอุปกรณ์หลากหลายชนิด (TV, Wear, Auto) และปรับมาใช้อินเทอร์เฟซแบบใหม่ Material Design

ส่วนฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ แยกตามหมวด มีดังนี้

Notification

  • Notification ในหน้า Lock Screen โดยเลือกได้ว่าจะให้แสดงข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
  • Priority Mode แสดงเฉพาะข้อมูลและสายเข้าจากบางคน กำหนดช่วงเวลาได้ (เช่น ห้ามรบกวนตอนนอน) เปิดใช้โหมดนี้โดยกดปุ่ม volume
  • สายเข้าจะไม่ขัดจังหวะเวลาเรากำลังดูวิดีโอ โดยวิดีโอจะเล่นต่อไป และเราเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับสาย
  • สามารถปิดการแจ้งเตือนเป็นรายแอพได้ จัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือนจากแต่ละแอพได้

Battery

  • Project Volta ช่วยให้ยืดอายุแบตได้เพิ่มอีกสูงสุด 90 นาที
  • แสดงเวลาที่จะต้องใช้เพื่อชาร์จไฟให้เต็ม
  • แสดงเวลาที่สามารถใช้งานต่อได้เวลาแบตใกล้หมด

Security

  • สำหรับอุปกรณ์เปิดใช้งานใหม่ จะเข้ารหัสข้อมูลในเครื่องทั้งหมด (ข่าวเก่า)
  • แอพทุกตัวจะถูกบังคับใช้ SELinux (Security-Enhanced Linux) เพื่อยกระดับความปลอดภัยจากมัลแวร์
  • Android Smart Lock ปลดล็อคได้ด้วยอุปกรณ์ trusted device เช่น นาฬิกา Android Wear

Device Sharing

  • รองรับผู้ใช้หลายคนบนโทรศัพท์แล้ว (ของเดิมใช้ได้เฉพาะแท็บเล็ต) ถ้าลืมเอามือถือมา ก็สามารถล็อกอินบัญชี Android บนโทรศัพท์คนอื่น (ต้องเป็น Lollipop ขึ้นไป) เพื่อโทรหาคนในสมุดที่อยู่ได้
  • โหมด Guest สำหรับให้เพื่อนใช้งานโดยไม่ยุ่งกับข้อมูลส่วนตัวของบัญชีหลัก ใช้ได้กับทั้งมือถือและแท็บเล็ต
  • Pin screen ล็อคหน้าจอให้คนอื่นดูได้อย่างเดียว เปลี่ยนไปหน้าอื่นไม่ได้

New Quick Settings

  • หน้าจอ Quick Settings สำหรับตั้งค่าด่วน (ใช้สองนิ้วลากลงจากขอบจอบน) เพิ่มปุ่มไฟฉาย, เปิดปิด Wi-Fi hotspot, Chromecast
  • เปิดปิดการทำงานของ Wi-Fi, Bluetooth, Location ได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มตัวปรับความสว่างหน้าจอ แบบเดียวกับที่มือถือ Android (ที่ไม่ใช่ Nexus) มีกันมานานแล้ว

Connectivity

  • ปรับปรุงการย้ายการเชื่อมต่อ เช่น จาก Wi-Fi เดินออกนอกบ้านมาต่อ 3G การเชื่อมต่อจะสะดุดน้อยลงมาก
  • ปรับปรุงการเลือกเครือข่าย สามารถกำหนดให้ต่อเฉพาะ Wi-Fi ที่ต่อเน็ตได้เท่านั้น
  • ปรับปรุงการสแกนหาอุปกรณ์ Bluetooth Low Energy (BLE) ที่อยู่รอบตัวให้ประหยัดพลังงานกว่าเดิม และเพิ่มโหมด BLE peripheral

Runtime and Performance

  • เปลี่ยนมาใช้ ART แทน Dalvik เพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 4 เท่า, UI ลื่นกว่าเดิม, บีบอัดแอพและเซอร์วิสที่รันอยู่เบื้องหลังให้ใช้หน่วยความจำน้อยลง เปิดแอพได้พร้อมกันมากขึ้น
  • รองรับการทำงาน 64 บิตทั้ง ARM, x86, MIPS โดยอุปกรณ์ตัวแรกที่รัน 64 บิตคือ Nexus 9
  • แอพมาตรฐานของกูเกิล เช่น Chrome, Gmail, Calendar, Google Play Music ปรับเป็น 64 บิตแล้ว

Media

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านกราฟิก วิดีโอ เสียง กล้อง
  • รองรับ low latency audio input ช่วยให้แอพด้านดนตรีและการสื่อสารลดการดีเลย์ลง
  • รองรับ multi-channel audio stream สามารถมิกซ์เสียงได้สูงสุด 7.1 ช่องทาง
  • รองรับ USB Audio สามารถต่ออุปกรณ์ด้านเสียงผ่านพอร์ต USB ได้แล้ว
  • ระบบกราฟิก OpenGL ES 3.1 และ Android Extension Pack เพิ่มประสิทธิภาพกราฟิกเกม
  • เอนจินกล้องตัวใหม่ ถ่ายวิดีโอความเร็ว 30 FPS, รองรับไฟล์ RAW, ควบคุมเซ็นเซอร์ เลนส์ แฟลช ได้ดีกว่าเดิม
  • รองรับโค้ดวิดีโอ HEVC main profile สำหรับเล่นวิดีโอ 4K 10-bit

อื่นๆ

  • พูดคำสั่ง OK Google ได้แม้ปิดหน้าจออยู่ (เฉพาะ Nexus 6 และ Nexus 9)
  • ตั้งค่ามือถือใหม่ได้ง่ายๆ ผ่านการแตะ NFC กับมือถือเครื่องเก่า
  • รองรับ Print Preview และเลือกช่วงหน้า (print range) ในหน้าจอสั่งพิมพ์
  • ปรับปรุงการเรียงไอคอนในเมนู Share
  • รองรับการปลุกเครื่องด้วยการแตะจอสองที หรือการหยิบมือถือขึ้นมา (ฮาร์ดแวร์ต้องใช้ได้ด้วย)
  • รองรับฮาร์ดแวร์คีย์บอร์ดมากกว่าเดิม รองรับปุ่มแบบใหม่ๆ เช่น ปุ่มค้นหา หรือปุ่ม emoji เป็นต้น