แนะนำ 5 ทริคที่จะช่วยให้ Galaxy S5 ประหยัดแบตเตอรี่มากยิ่งขึ้นจากเดิม!!

Samsung Galaxy S5 เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุดจาก Samsung ที่ได้รับการกล่าวถึงในเรื่องของการเป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมฟีเจอร์ประหยัด แบตเตอรี่ที่น่าสนใจระดับต้นๆ ของปีนี้เลยที่เดียว ด้วยโหมดประหยัดพลังงาน Ultra Power Saving Mode ที่จะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่บน Galaxy S5 แม้เหลือเพียง 10% ให้ยาวนานขึ้นจากเดิมสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเป็นโหมดที่ช่วยประหยัดแบตฯ ได้มากทีเดียว แต่เราก็มีทริคดีๆ อีก 5 อย่างที่จะมาช่วยทำให้ Galaxy S5 สามารถใช้งานได้อึดขึ้นไปอีกจากเดิมเล็กน้อยมาแนะนำกันผ่านบทความนี้

5 ทริคที่จะช่วยทำให้ Galaxy S5 ประหยัดแบตเตอรี่ได้มากยิ่งขึ้นจากเดิม

1. การปรับความสว่างของหน้าจอ

เชื่อว่าผู้ใช้งานหลายๆ คนจะนิยมปรับความสว่างของหน้าจอให้อยู่ในระดับที่ต่ำเพื่อลดการใช้พลังงาน ของแบตเตอรี่ลง แต่วิธีการดังกล่าวนั้นก็อาจสร้างความรำคาญหรือความวุ่นวายในการใช้งานให้ กับผู้ใช้งานอีกหลายคนเช่นกันที่ต้องคอยมาเลื่อนปรับเพิ่ม-ลดความสว่างของ หน้าจอเมื่อใช้งาน ดังนั้นทริคง่ายๆ สำหรับการปรับความสว่างของหน้าจอ Galaxy S5 ให้มีประสิทธิภาพ ลดความวุ่นวาย และยังช่วยเพิ่มความประหยัดพลังงานได้ด้วย สามารถทำได้ดังนี้

  • เลื่อนแถบแจ้งเตือนด้านบนลงมาจะพบกับ แถบปรับระดับความสว่างหน้าจอ และทำการตั้งค่าด้วยการติ๊กเครื่องหมายลงในช่อง Auto พร้อมเลื่อนระดับความสว่างหน้าจอให้ไปที่ระดับต่ำสุด
  • หลังจากนั้นให้เข้าเมนู Settings> Display และทำการติ๊กเครื่องหมายที่เมนู Auto Adjust Screen tone

 

2. งดใช้ Live Wallpaer 

Live Wallpaper หรือ ภาพพื้นหลังเคลื่อนไหวนั้นเป็นอีก 1 ฟังก์ชั่นที่มีอยู่บน Android OS มาอย่างช้านาน ซึ่ง Live Wallpaper นอกจากจะสวยงาม และมีเอฟเฟ็กที่น่าสนใจแล้ว ยังมีอัตราการกินพลังงานแบตเตอรี่มากอยู่เช่นกัน ดังนั้นแนะนำว่าหากต้องเดินทางออกไปข้างนอกบ้าน หรืออยู่ห่างไกลจากปลั๊กไฟ, Powerbank ฯ ผู้ใช้งานควรทำการเปลี่ยนภาพ Wallpaper เป็นแบบธรรมดาจะดีที่สุด

3. ปิดโหมดฟีเจอร์บางตัวที่มาพร้อมเครื่อง

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายนับเป็นอีก 1 เอกลักษณ์ของ Galaxy S5 เลยที่เดียว โดยบางฟีเจอร์สามารถช่วยยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานให้มี ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนฟีเจอร์บางตัวนั้นจำเป็นต้องใช้งานพลังงานแบตเตอรี่ในปริมาณที่ มากอยู่เช่นกัน ดังนั้นแนะนำว่าเราควรทำการปิดฟังก์ชั่นหรือฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งานลงซะ เพื่อลดการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ โดยเฉพาะโหมด Air Wake up และ Smart Stay ที่หากเปิดไว้ตลอดเวลาจะยิ่งทำให้แบตฯ ลดไวเป็นอย่างมาก

4. การเปิดใช้งานโหมด Ultra Power Saving Mode ให้เหมาะเวลา

โหมดประหยัดพลังงาน Ultra Power Saving Mode เป็นโหมดประหยัดพลังงานที่เป็นตัวชูโรงของ Samsung Galaxy S5 เลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้ใช้งานหลายๆ คนอาจจะได้ลองใช้งานกันไปบ้างแล้วว่าตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้มาก-น้อย เพียงไร และหากเราเปิดใช้งานโหมดนี้ในบางช่วงเวลาที่เราไม่ได้มีการใช้งานสมาร์ทโฟน เป็นระยะเวลานานแทนการใช้งานเฉพาะในช่วงเวลาใกล้แบตฯ หมดเท่านั้น ก็ยิ่งช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของแบตฯ นานขึ้นจากเดิมได้เช่นกัน (ไม่ควรเปิด-ปิดสลับไปมาบ่อยๆ ครั้ง เพราะจะเปลี่ยนจากประหยัดพลังงานเป็นสูบพลังงานได้เช่นกัน)

5. งดตั้งค่าเสียงเรียกเข้าเป็นแบบระบบสั่น และ ปิดการอัพเดทอัตโนมัติ

ผู้ใช้งานหลายๆ คนอาจทราบอยู่แล้วว่า การตั้งค่าเสียงเรียกเข้าเป็นแบบสั่นนั้นมีอัตราการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่ มากกว่าการตั้งค่าแบบเงียบอย่างแน่นอน ดังนั้นหากผู้ใช้งานจำเป็นต้องเข้าไปในสถานที่หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ ต้องงดใช้เสียงหรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด แนะนำว่าการตั้งค่าเสียงเรียกเข้าเป็นแบบเงียบจะช่วยลดอัตราการใช้พลังงาน ของแบตเตอรี่ของตัวเครื่องลงได้ดีที่สุดอย่างแน่นอน

และนอกจากนี้การปิดระบบ Auto Update บน Google Play Store ก็จะยิ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นไปอีกได้เช่นกัน เนื่องจากหากผู้ใช้งานทำการเปิดระบบ Auto Update ไว้ตลอดเวลา และแม้จะเป็นแบบ WiFi Only ก็ตาม ตัวระบบจะมีการตรวจสอบการอัพเดทของ Google Service อยู่ตลอดเวลาทำให้สูญเสียพลังงานของแบตเตอรี่ไปโดยไม่ใช่เหตุนั้นเอง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน Samsung Galaxy S5 สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานแบตฯ ของเครืองได้นานขึ้นจากเดิมไม่มากก็น้อย (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยเช่นกัน) ในยามที่ไม่มี Powerbank หรือแหล่งปลั๊กไฟฟ้าที่จะสามารถชาร์ตแบตฯ ได้ รวมถึงในบางทริคอาจสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นอื่นๆ ก็ได้เช่นกัน
(ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Phonearena)

ที่มา : www.phonearena.com   วินระพี นาคสวัสดิ์  siamphone.com