แอปเปิลไตรมาสล่าสุด: iPhone 33.8 ล้านเครื่อง, สินค้าใหม่มาปีหน้า, ค่าเสียโอกาสจากซอฟต์แวร์ฟรี 900 ล้านดอลลาร์

Apple

แอปเปิลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สี่ตามปีการเงินบริษัท มีรายได้รวม 37.5 พันล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิ 7.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ไตรมาสเดียวกันในปีก่อน รายได้รวมอยู่ที่ 36 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 8.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนอัตรากำไรอยู่ที่ 37% ลดลงจากปีก่อนที่ 40% และยอดขาย 60% อยู่นอกอเมริกา

สำหรับยอดขายรายหมวดผลิตภัณฑ์นั้น iPhone ขายได้ 33.8 ล้านเครื่อง เป็นสถิติสูงสุดใหม่ของไตรมาสโดยปีก่อนขายได้ 26.9 ล้านเครื่อง ส่วน iPad ขายได้ 14.1 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 14 ล้านเครื่อง ส่วน Mac ขายได้ 4.6 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีก่อนที่ขายได้ 4.9 ล้านเครื่อง

แอปเปิลยังประกาศจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอีก 3.05 ดอลลาร์ต่อหุ้นในไตรมาสนี้ โดยซีอีโอทิม คุกกล่าวว่าไตรมาสนี้ยังคงสร้างสถิติมหัศจรรย์อีกครั้ง ด้วยยอดขาย iPhone 34 ล้านเครื่อง และแอปเปิลก็พร้อมเข้าสู่เทศกาลวันหยุดด้วยสินค้าใหม่อันหลากหลาย

สำหรับเนื้อหาช่วงแถลงผลประกอบการมีส่วนที่น่าสนใจดังนี้

  • iPhone ยังเติบโตได้ดีในตลาดลาตินอเมริกา, รัสเซีย และตะวันออกกลาง
  • iPad เติบโตได้ดีในญี่ปุ่น, รัสเซีย และตะวันออกกลาง
  • ยอดขายพีซีรวมลดลง แต่ส่วนแบ่งการตลาด Mac กลับเพิ่มขึ้น
  • ยอดขาย MacBook Air ยังเติบโตเพิ่มขึ้นสวนทางตลาด
  • ยอดขายเฉลี่ยของร้านค้าปลีกอยู่ที่ 10.9 ล้านดอลลาร์ต่อสาขา ลดลงจาก 11.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าอยู่ที่ 146.8 พันล้านดอลลาร์ แต่ 75% อยู่นอกอเมริกา
    จากนี้เงินสดที่ได้จากกิจกรรมในอเมริกาจะไม่นำไปลงทุนต่อ แต่คืนกลับให้ผู้ถือหุ้นทุกไตรมาสแทน
  • กำไรที่ลดลงมาจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น ตลอดจนการแจกซอฟต์แวร์ฟรี
  • แอปเปิลจะเสียโอกาสในการขายซอฟต์แวร์บน iOS และ Mac ที่เปลี่ยนมาแจกฟรีราว 900 ล้านดอลลาร์
  • ผู้คนอ่านข่าวลือมากจนคิดว่า iPhone 5c จะราคาถูก ซึ่งไม่ใช่ เพราะแอปเปิลให้ iPhone 4S ทำหน้าที่นี้
  • แอปเปิลน่าจะเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ได้ในปีหน้า เนื่องจากบริษัทพร้อมทั้งฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์และการบริการ
  • ทิม คุกเชื่อว่าการเปิดตัว iPad Air และ iPad mini จอเรติน่า จะทำให้เทศกาลจับจ่ายนี้กลายเป็นคริสต์มาสแห่ง iPad
  • ตลาดการศึกษายังเติบโตได้ดี โดยทิม คุกมองว่าพีซี, Mac หรือ iPad ขายได้มากกว่า ขณะที่ Chromebook เป็นส่วนน้อย

ที่มา:Blognone แอปเปิล และ Business Insider