Ericsson จับมือมหาวิทยาลัยชั้นนำ King’s College London และ TU Dresden วิจัยพัฒนาเทคโนโลยี 5G

ในวันนี้บริษัท Ericsson ได้ประกาศแผนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง King’s College London และ Technische Universität Dresden หรือ TU Dresden เพื่อที่จะมุ่งวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี 5G ทั้งในด้านเทคนิคและในด้านความท้าทายทางสังคมในการนำเทคโนโลยีการสื่อสารแห่งอนาคตนี้ไปใช้

er1

– บริษัทจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนโครงการวิจัยหลักๆ ที่จะทำให้เทคโนโลยี 5G มีผลต่ออุตสาหกรรมและสังคมได้จริงในระดับโลก
– การวิจัยและพัฒนาร่วมกันนี้เน้นด้านนวัตกรรมการสื่อสารประเภทเครื่องจักรและการใช้งานเกี่ยวกับนครอัจฉริยะที่มีความยั่งยืน
– ความร่วมมือนี้จะเป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นด้าน 5G ในยุโรปของ Ericsson

ความร่วมมือกับสองมหาวิทยาลัยนี้มีพื้นฐานต่อยอดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันและมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ ของยุโรปในด้าน 5G อย่างเช่นความร่วมมือระหว่างสถาบัน Royal Institute of Technology มหาวิทยาลัย Chalmers University of Technology และมหาวิทยาลัย Lund University ในประเทศสวีเดน
คุณ วัลเธอร์ ดาวิณโญ่ หัวหน้า Ericsson ฝ่ายภูมิภาคยุโรปกลางและตะวันตกกล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ King’s College London และ TU Dresden จะช่วยเร่งให้เกิดการวิจัยในเรื่องของมหานครอัจฉริยะที่มีความยั่งยืน แนวคิด Internet of Things และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีการใช้ 5G ในสหราชอาณาจักรและประเทศเยอรมนี

“ความร่วมมือนี้เป็นสิ่งที่ย้ำเน้นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Ericsson ที่จะสร้างนวัตกรรมในยุโรปและพัฒนา 5G ร่วมกับพันธมิตรเพื่อวางรากฐานให้กับสังคมเครือข่ายและเศรษฐกิจที่เป็นดิจิทัลในทศวรรษข้างหน้านี้”

นอกจากนี้ Ericsson ยังเป็นผู้นำในโครงการของยุโรปต่างๆ เช่น โครงการ METIS (Mobile and wireless communications Enablers for Twenty-twenty (2020) Information Society) และเป็นแรงผลักดันให้กับโครงการ 5G PPP หรือ 5G Infrastructure Public-Private Partnership ที่ซึ่งผู้ค้าปลีก ผู้ให้บริการและผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเช่นยานยนต์ สาธารณูปโภคและการทำให้กระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติเข้ามามีส่วนร่วมทำงานด้วยกันอย่างใกล้ชิด

เทคโนโลยี 5 นั้นคาดว่าจะเริ่มมีการนำมาใช้เชิงพาณิชย์ในปี 2020 ซึ่ง Ericsson เชื่อว่าในปีดังกล่าวจะมีเครื่องมือเชื่อมต่อกันกว่า 50,000 ล้านเครื่องทั่วโลกโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นแบบสื่อสารเครื่องจักรสู่เครื่องจักร (machine-to-machine หรือ M2M)

เครือข่าย 5G จะทำให้เกิดการใช้งานใหม่ๆ เช่นบริการอินเตอร์เน็ตรอดแบนด์เคลื่อนที่ใหม่ การสื่อสารแบบ M2M และการกระจายสื่อในแบบต่างๆ โดยบริการเหล่านี้นั้นล้วนมีความต้องการประสิทธิภาพของเครือข่ายที่หลากหลายด้วยกัน