aruba ทำนายแนวโน้มเทคโนโลยีระบบเครือข่ายในปี 2022

aruba

อรูบ้า (aruba) ทำนายแนวโน้มสำคัญ 4 ประการ ของเทคโนโลยีระบบเครือข่ายในปี 2022 เพื่อผู้ใช้ทั้งในเชิงธุรกิจ และการใช้ชีวิต…

aruba ทำนายแนวโน้มเทคโนโลยีระบบเครือข่ายในปี 2022

สตีฟ วูด (Steve Wood) รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่นแห่ง อรูบ้า บริษัทในเครือฮิวเล็ตแพ็กการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า ในปี 2022 นี้แม้จะยังคงมีปัญหาการระบาดของโคโรน่าไวรัสอยู่ แต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีระบบเครือข่ายยังคงพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของผู้ใช้ทั้งในเชิงธุรกิจและการใช้ชีวิต อรูบ้า ได้เล็งเห็นแนวโน้นสำคัญ 4 ประการในปีนี้ ได้แก่

แนวโน้ม #1 : Secure Access Service Edge (SASE) ะเป็นหัวใจสำคัญในการผสานรวมระบบเครือข่ายสองรูปแบบเข้าด้วยกัน

องค์กรหกในสิบแห่งโดยประมาณนั้นกำลังเตรียมดำเนินกลยุทธ์ที่ชัดเจนทางด้าน SASE ภายในปี 2025 โดยมีหลายองค์กรที่มีแผนจะวางรากฐานของระบบและก้าวสู่การเริ่มต้นใช้งานในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งภายในตลาดจะมีการแบ่งแนวทางในการวางระบบออกเป็น 2 แบบอย่างชัดเจนนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป

โดยองค์กรขนาดใหญ่จะให้ความสำคัญทางด้านความมั่นคงปลอดภัย, ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของประสบการณ์การใช้งานมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางจะมุ่งเน้นไปทางการใช้ระบบ AllinOne SASE ที่มุ่งเน้นความง่าย และ การให้บริการโดยผู้ให้บริการรายเดียว มากกว่า

ที่จะให้ความสำคัญกับความสามารถชั้นสูง สิ่งที่จำเป็นสำหรับการตอบโจทย์ทั้ง 2 แนวทางนี้ก็คือการมีพันธมิตรทางด้าน SDWAN ที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายภายในองค์กรและการเชื่อมต่อ WAN ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับโซลูชัน

และบริการจากพันธมิตรรายอื่นทางด้านระบบ Secure Web Gateway (SWG), Cloud Access Security Broker (CASB) และ ZeroTrust Network Access (ZTNA)

แนวโน้ม #2 : การเปลี่ยนแปลงสู่การใช้ WiFi 6E จะเริ่มต้น และแพร่หลายในปี 2022

ระบบโครงข่าย 5G นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปี 2021 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งใช้งานภายในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือภายในองค์กรก็ตาม ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นรากฐานสำคัญสู่การเริ่มต้นใช้งาน WiFi 6E ในอนาคต โดยจากผลสำรวจพบว่าพนักงานทั่วภูมิภาค APAC

ต้องการทำงานแบบ Hybrid Work กันมากขึ้น องค์กรจึงต้องตอบรับต่อความต้องการนี้เพื่อให้พนักงานยังคงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลที่ดี และ สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการสร้างพื้นที่การทำงานร่วมกันในอุดมคติ WiFi 6E นั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยการรองรับคลื่นความถี่เพิ่มเติม

ถึง 1200MHz อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมได้ จากแนวโน้มความต้องการในการทำงานแบบ Hybrid Work ดังกล่าวนี้ได้สะท้อนออกมาในรายงานของ 650 Group ผู้นำด้านการสำรวจตลาดที่คาดว่าจะมีการใช้งาน WiFi 6E Access Point ในองค์กรเพิ่มขึ้นสูงกว่า 200%

ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการที่องค์กรธุรกิจนั้นเล็งเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี 6E โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่ต้องการเสถียรภาพ และต่อเนื่อง เช่น ระบบประชุมผ่านวิดีโอ, ระบบรักษาผู้ป่วยทางไกล และระบบสำหรับการเรียนการสอนทางไกล

aruba

แนวโน้ม #3 : การเติบโตของMicrobranchที่ใช้เทคโนโลยี AI Automation ซึ่งถูกขับเคลื่อนจากการทำงานแบบ Hybrid Work

เมื่อสถานการวิกฤตโรคระบาดเริ่มคลี่คลายลงแล้ว ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียต่างก็เร่งมองหาวิธีการทำงานแบบใหม่ให้เกิดผลกำไ รและมีค่าตอบแทนมากยิ่งขึ้นจากพนักงานกลุ่มที่ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ ซึ่งสภาวะ New Normal นี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิด Microbranch หรือBranch of Oneขึ้น

ที่ผ่านมาเราได้เห็นถึงการที่องค์กรจำนวนมากได้ขยายระบบ VPN หรือติดตั้งใช้งาน Remote Access Point (RAP) เพื่อเชื่อมต่อพนักงานที่ต้องทำงานกับที่บ้านเข้ากับที่ทำงานในช่วงแรกของวิกฤต แต่ในปี 2022 นี้ เราจะได้เห็นการเติบโตของการสร้าง Microbranch ที่ตอบโจทย์เฉพาะทางจากการ

นำ WiFi Access Point สำหรับองค์กรมาผสมผสานเข้ากับการเชื่อมต่อ WAN หลายเส้นทาง และระบบ AIOps สำหรับการเสริมเสถียรภาพและประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่เหมือนกันในทุกที่ ระบบ Microbranch เหล่านี้จะช่วยเชื่อมผสานทั้งองค์กรที่อยู่กระจัดกระจายกันให้กลายเป็นBranch of Oneที่ปลอดภัย

แนวโน้ม #4 : การใช้งานระบบเครือข่ายแบบคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงอย่างเช่น NetworkasaService (NaaS) จะเติบโตยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงในเชิงวัฒนธรรมกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของพวกเราทุกคน จากการที่ผู้คนให้คุณค่ากับ ประสบการณ์ มากกว่า สิ่งของ และความต้องการใน การเป็นเจ้าของ ที่กำลังลดลง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมเราทุกวันนี้ และจะสะท้อนไปยังกลุ่มธุรกิจองค์กรภายในเวลาอีกเพียงไม่กี่ปี

ที่กำลังจะมาถึง โดยองค์กรจะให้ความสำคัญในการลงทุนอุปกรณ์และการซื้อขาด (CAPEX) น้อยลง และมุ่งเน้นไปยังผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีแทน ในขณะเดียวกัน องค์กรก็จะต้องการความยืดหยุ่นทางด้านการเงิน และค่าใช้จ่ายที่ทำนายได้มากขึ้น

รวมถึงต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่าย IT ให้สูงขึ้น และสามารถก้าวทันนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่คดิค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงจะทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจริงได้ และเหมาะสมกับองค์กรที่ยังไม่พร้อมที่จะลงทุนอย่างเต็มตัวด้วยทางเลือกใหม่ที่ทำให้สามารถ ทดสอบก่อนใช้งานจริง ได้ดีขึ้น

รวมถึงค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบการลงทุนมาสู่การคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงได้เมื่อพร้อม ปัจจัยนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการในการใช้บริการที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง อย่างเช่น NaaS ในปี 2022

aruba
ประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ อรูบ้า บริษัท ในเครือ ฮิวเล็ตแพ็กการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์

ประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ อรูบ้า บริษัท ในเครือ ฮิวเล็ตแพ็กการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย เรามีโซลูชันครบตามแนวโน้มทั้ง 4 ประการนี้ พร้อมทั้งมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา ให้บริการหลังการขาย และพันธมิตรทางธุรกิจในการสนับสนุนช่วยเหลือลูกค้าของเรา

ทั้งในทุกภาคธุรกิจเอกชน และราชการให้สามารถก้าวหน้าไปกับแนวโน้มเหล่านี้ เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว และมีประสิทธิภาพในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.