Cisco เปิดตัวแนวทาง Secure Networking ช่วยธุรกิจไทยเชื่อมต่ออย่างปลอดภัย

Cisco

ซิสโก้ (Cisco) เปิดตัวแนวทาง Secure Networking สานต่อวิสัยทัศน์ เพื่อลดความซับซ้อนของเครือข่าย และเชื่อมต่อองค์กรธุรกิจไทยอย่างปลอดภัย…

highlight

  • แนวทาง “ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง” (Secure Networking) ผสานรวมความสามารถขั้นสูงของเครือข่าย และระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้องค์กรธุรกิจเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น และปลอดภัยในโลกไฮบริด
  • ความก้าวหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของ ซิสโก้ ในการลดความซับซ้อนของเครือข่าย และเชื่อมต่อโลกอย่างปลอดภัยด้วยแนวทาง ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม
  • เปิดตัวหลักสูตร “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไซเบอร์ซีเคียวริตี้” สำหรับประชาชนทั่วไป ภายใต้ “ซิสโก้ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี่” (Cisco Networking Academy) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และยกระดับทักษะของบุคลากรดิจิทัลของไทย ต้อนรับเดือนแห่งการรณรงค์เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์

Cisco เปิดตัวแนวทาง Secure Networking ช่วยธุรกิจไทยเชื่อมต่ออย่างปลอดภัย

ซิสโก้ เปิดตัวแนวทาง ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง (Secure Networking) ในไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ผสานรวมความสามารถขั้นสูงของระบบเครือข่าย และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ บนแนวคิด Zero Trust เพื่อให้องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ได้รับโซลูชั่นการเชื่อมต่อที่ราบรื่น และปลอดภัย สามารถรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ในโลกไฮบริดได้

สืบเนื่องจากเดือนแห่งการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness Month) ที่ผ่านมา ที่ได้มีการเจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในไทย รวมถึงวิสัยทัศน์ด้านคลาวด์ซีเคียวริตี้ และความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย

เพื่อเป็นด่านแรกในการป้องกัน และเทคโนโลยี AI นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ และระบบรักษาความปลอดภัย (CISO) ต้องเผชิญ และความจำเป็นที่ภาคส่วนต่าง ๆ ในแวดวงซีเคียวริตี้จะต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ (Cyber Resilience)

หรือความสามารถในการเตรียมตัว เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ ท่ามกลางสถานการณ์ภัยคุกคามที่มีการขยายตัว และเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องเผชิญกับปัญหาท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในโลกไฮบริด เนื่องจากปัจจุบันพนักงานทำงานจากสถานที่ต่าง ๆ

โดยใช้การเชื่อมต่อที่หลากหลาย และเข้าถึงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน ความยืดหยุ่นจึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และตรงจุดนี้เองที่ “เครือข่าย“ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็น “ด่านแรก“ ของการป้องกัน และเป็นจุดควบคุม (sole control point) ที่ตรวจสอบทุกการเชื่อมต่อทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ใช้ อุปกรณ์ หรือสถานที่

Cisco
วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์

วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์ กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความยากกว่าในอดีตมาก โดยปัจจุบันมีบริษัทในประเทศไทยเพียง 27% เท่านั้นที่มีความพร้อมอย่าง “สมบูรณ์“ ในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์สมัยใหม่ ขณะที่องค์กรต่าง ๆ มีการพัฒนา

ไปตามเทรนด์ต่าง ๆ เช่น การโยกย้ายไปสู่ระบบคลาวด์ การทำงานแบบไฮบริด และการปรับใช้เทคโนโลยี AI  แนวทาง ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้องค์กรเหล่านี้เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม และเร่งการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล โดยไม่ต้อง

กังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัย ซึ่งการเปิดตัว ซิสโก้ ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของระบบเครือข่ายที่มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัย โดยเชื่อมโยงกับคลาวด์เน็ตเวิร์ก และคลาวด์ซีเคียวริตี้  (Networking Cloud & Security Cloud) ของ ซิสโก้ เพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย และดีที่สุด

ความสามารถในการมองเห็น และตรวจสอบเครือข่ายอย่างเหนือชั้น

Cisco

จวน ฮวด คู ผู้อำนวยการฝ่ายไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซิสโก้ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่นให้กับซิสโก้ก็คือ ความสามารถในการมองเห็นและตรวจสอบเครือข่ายอย่างเหนือชั้น ซึ่งช่วยให้เราสามารถปกป้องทุกสิ่งที่เชื่อมต่ออยู่

และด้วย ซิสโก้ ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง เราได้รวบรวมความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัย รวมถึงความสามารถในการใช้แนวทาง Zero Trust และการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยแบบละเอียดเข้าไปในคอนโซลเพียงหนึ่งเดียว (Single Console) โดย ซิสโก้ ซิเคียว เน็ตเวิร์กกิ้ง มีจุดเด่น 4 ด้าน ได้แก่

สร้างประสบการณ์การเข้าถึงโดยทั่วไป ที่จะช่วยองค์กรนำเสนอวิธีที่ง่าย และราบรื่นให้กับพนักงานในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นและทรัพยากรทั้งหมดจากสถานที่ อุปกรณ์ และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ โดยจะมีการตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้และความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ก่อนให้สิทธิ์การเข้าถึงที่ปลอดภัย

ช่วยการจัดการนโยบายความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่านโยบายของตนจะนำไปปฏิบัติพร้อมกับ identity อย่างเรียบง่าย สอดคล้องกัน และมีการจัดการอย่างครอบคลุม รวมถึงสาขา และสถานที่ตั้งที่อยู่ห่างไกล เพื่อควบคุมความสมบูรณ์ และความปลอดภัยของเครือข่าย

ความสามารถที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยให้ทีมงานฝ่ายระบบรักษาความปลอดภัยสามารถกำหนดนโยบายความปลอดภัยแบบละเอียด ครอบคลุมทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร

ทำให้การตรวจสอบ และตรวจจับภัยคุกคามเป้นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ อาทิ Talos Intelligence Group และการตรวจสอบเครือข่ายจาก ThousandEyes ซึ่งจะช่วยให้ทีมงานฝ่ายปฏิบัติการด้านความปลอดภัยสามารถวิเคราะห์

และเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบการวัด และส่งข้อมูลทางไกล (Telemetry) สามารถระบุเหตุการณ์ที่สำคัญก่อนหลัง และตอบสนองแบบอัติโนมัติโดยอาศัยข้อมูลที่เป็นหลักฐานได้

สร้างการบังคับใช้นโยบาย Zero Trust อย่างกว้างขวาง โดยครอบคลุมทั่วอีโคซิสเต็มส์ทางไอทีที่มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายขององค์กร โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกตามบริบทเพื่อคุ้มครองการเข้าถึงที่เชื่อถือได้ และขจัดช่องว่างทางซีเคียวริตี้ภายในองค์กร

ระบบเครือข่ายที่มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยช่วยเพิ่มพลังให้กับการทำงานแบบไฮบริด

Cisco
วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์

บริษัทต่าง ๆ ในไทยยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเต็มที่ โดยจากรายงานความพร้อมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Readiness Index) ของ ซิสโก้ ปีนี้ พบว่ามีเพียง 27% ขององค์กรในไทยเท่านั้นที่มีความพร้อมในระดับ “สมบูรณ์“ (Mature)

ซึ่งจำเป็นต่อการรับมือกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สมัยใหม่ ในปัจจุบันช่องว่างด้านความพร้อมนี้เห็นได้ชัดเจนอย่างมาก เพราะ 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามในไทยคาดว่าเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จะทำให้ธุรกิจของพวกเขาหยุดชะงักใน 12 ถึง 24 เดือนข้างหน้า

หากปราศจากการเตรียมพร้อมที่ดีก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายที่มีมูลค่าสูงมาก โดย 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขาประสบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และองค์กรครึ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบต้องแบกรับความเสียหายมูลค่าอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์

ในการรับมือกับความท้าทายด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโลกยุคใหม่ ซิสโก้ ตระหนักดีว่าองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ต้องการประสบการณ์การเชื่อมต่อเครือข่ายตามแนวทาง Zero Trust พร้อมความสามารถในการตรวจสอบและวิเคราะห์ และการบังคับใช้นโยบายเพื่อคุ้มครองทุกการเชื่อมต่อโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้ง

Cisco

นอกจากนี้ ซิสโก้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการปรับใช้กลยุทธ์ AI สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อมอบโซลูชั่นไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการปกป้องระบบ AI ให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม ซึ่งเทคโนโลยี AI จะพลิกโฉมภูมิทัศน์ทางด้านธุรกิจ ช่วยให้องค์กรธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ให้สามารถขับเคลื่อนในระดับแมชชีน ไม่ใช่ในระดับมนุษย์ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก่อให้เกิดประเด็นให ม่ๆ เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความปลอดภัย การเก็บรักษาความลับ สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และ bias ต่าง ๆ

ทำให้สามารถกลยุทธ์ AI สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ ซิสโก้ ประกอบด้วยแง่มุมที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ทำให้การจัดการนโยบายด้านความปลอดภัยง่ายขึ้น, ทำให้การป้องกันภัยคุกคามมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น และการคุ้มครองการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ให้มีความปลอดภัย

ยกระดับทักษะบุคลากรดิจิทัลของไทยให้พร้อมรับโลกไซเบอร์

เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ในไทยกำลังก้าวเข้าสู่โลกที่มุ่งเน้นดิจิทัลเป็นหลัก ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคลากรของบริษัทสามารถก้าวทันการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล ตลอดระยะเวลา 24 ปี ในการดำเนินงานในประเทศไทย ซิสโก้ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี่ ได้ร่วมมือกับสถาบันศึกษา 59 แห่ง ในการฝึกอบรมผู้เรียนกว่า 72,000 คน

เพื่อเสริมสร้างทักษะทางอุตสาหกรรมที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับไซเบอร์ซีเคียวริตี้ วิทยาศาสตร์ข้อมูล ระบบเครือข่าย และอื่น ๆ อีกมากมาย

Cisco

“ซิสโก้ ยังคงพยายามในการยกระดับทักษะบุคลากรด้านดิจิทัลของไทย ด้วยการนำเสนอหลักสูตรใหม่ “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไซเบอร์ซีเคียวริตี้“ (Introduction to Cybersecurity) สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง หลักสูตรนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเรียนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

ประกอบด้วยโมดูลต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับโลกของไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานของการโจมตีทางไซเบอร์ ไปจนถึงขั้นตอนที่ผู้บริโภค และองค์กรธุรกิจสามารถดำเนินการเพื่อคุ้มครองตนเอง และองค์กร

รวมถึงประเด็นทางกฎหมายและจริยธรรมเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และวิธีการเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยหลักสูตรนี้เปิดให้ลงทะเบียนเป็นระยะเวลา 6 เดือน” วีระ กล่าว

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตร “Introduction to Cybersecurity” ของ ซิสโก้ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี่ ได้ที่ http://cs.co/cyberthmedia

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay