เอ็นไอเอ (NIA) ร่วมกับ ธ.ออมสิน (GSB) เปิดแพลตฟอร์มพร้อมดึงผู้นำธุรกิจตัวท็อปร่วมโค้ชชิ่งปูทาง “นิวเจน” ทำธุรกิจยุคใหม่ให้ถูกทาง…
highlight
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ (NIA) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับธนาคารออมสิน (GSB) เปิดตัว “หลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ และการพัฒนาธุรกิจใหม่: Entrepreneurship and New Business Development” หลักสูตรการทำธุรกิจนวัตกรรมที่เรียนได้ง่าย ไม่มีข้อจำกัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนเริ่มธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
- โดย ลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ และการพัฒนาธุรกิจใหม่ ดังกล่าวมุ่งเน้นที่เนื้อหา 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.การเริ่มสร้างธุรกิจใหม่ 2. การหาแนวคิดธุรกิจใหม่ 3. การออกแบบธุรกิจใหม่ และ 4. การเริ่มต้นและขยายธุรกิจ ประกอบด้วยส่วนแนวคิดเชิงทฤษฎีจากอาจารย์ มหาวิทยาลัยชั้นนำ และกรณีศึกษาจากธุรกิจชั้นนำของประเทศที่ประสบความสำเร็จจากการใช้นวัตกรรม ได้แก่ Yell Advertising, Shinkanzen Sushi, Lineman Wongnai, MO-MO-Paradise, กาแฟพันธุ์ไทย, PEAK account, เมเจอร์ ซินีเพล็กซ์, ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และ K Fresh ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวประกอบไปด้วย 10 บทเรียน เฉลี่ยบทเรียนละ 40 นาที ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้ารับการอบรมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
NIA ร่วมกับ GSB เปิดแพลตฟอร์มปูทาง “นิวเจน” ทำธุรกิจยุคใหม่ให้ถูกทาง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันวิทยาการนวัตกรรม หรือ เอ็นไอเอ อะคาเดมี่ (NIA Academy) มุ่งจัดทำแพลตฟอร์มเพื่อใช้ฝึกอบรม และพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการด้านนวัตกรรม
ทั้งกลุ่มที่เป็นสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอีที่อยากจะปรับเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมในการประกอบกิจการ หรือ ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเพื่อสังคม ที่มีความประสงค์ต้องการนำนวัตกรรมมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งเห็นได้ชัดว่าผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมจะมีขีดความสามารถด้านนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้น
ทำให้เกิดการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการนวัตกรรมในภูมิภาคมียอดขายที่เติบโตขึ้น จนเกิดผลกระทบเชิงบวกในทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ
ทั้งนี้ จากการประเมินผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พบว่าหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันฯ เช่น Steam4Innovator (สำหรับเยาวชน) Space–F (สำหรับผู้ประกอบการ/สตาร์ทอัพ) Sme to IBE (สำหรับองค์กร) PPCIL (สำหรับผู้บริหาร) ฯลฯ
สามารถสร้างผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 5 ระดับ ตั้งแต่การจุดประกายความคิด การพัฒนาความสามารถด้านนวัตกรรม การเชื่อมต่อกับเครือข่ายเพื่อการพัฒนางาน การสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง และการสร้างผลกระทบต่อเนื่องสู่สังคม และชุมชน
“การประกอบธุรกิจในปัจจุบัน มีบริบทของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ลักษณะ พฤติกรรม และกรอบแนวคิดของผู้ประกอบการ หรืออาจเรียกว่า “ภาวะผู้ประกอบการ“ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวทางธุรกิจ เอ็นไอเอ อะคาเดมี่ จึงได้ร่วมกับธนาคารออมสินจัดทำ
“หลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ และการพัฒนาธุรกิจใหม่ : Entrepreneurship and New Business Development“ ซึ่งเป็นการเรียนรู้บนแพลตฟอร์ม MOOCS หนึ่งในนวัตกรรมเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์
ซึ่งจะประกอบไปด้วยบทเรียนออนไลน์ 10 วิชา กับอีก 10 กรณีศึกษาจากนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จ และเป็นหลักสูตรที่สามารถรองรับผู้เรียนได้จำนวนมาก ไม่มีการจำกัดเพศ และวัยที่จะเข้าศึกษา ทุกคนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถเรียนซ้ำได้ ไม่จำกัดระยะเวลาในการเรียน
และมีใบรับรองให้เมื่อเรียนจบ เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ แก้ไขปัญหาจากตัวอย่างที่ศึกษาได้ อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มรูปแบบการเรียนรู้ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงให้กับประชากรทั่วโลก” ดร.กริชผกา กล่าว

โดย เอ็นไอเอ หวังว่า “หลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการและการพัฒนาธุรกิจใหม่“ จะช่วยเสริมสร้างแนวคิด และการเปลี่ยนแปลงธุรกิจโดยมีนวัตกรรมเป็นหัวใจของการปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการรับรู้ เข้าใจ และนำไปใช้ เพราะการศึกษาไม่ว่าจะเรียนในแพลตฟอร์มใด ก็ยังคงมุ่งเน้นให้เกิดการนำไปประยุกต์ใช้ และปฏิบัติได้จริง
อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมโอกาสดี ๆ สร้างความรู้ ให้ผู้ประกอบการไทยในการนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง คาดว่าผู้สนใจเข้ารับการอบรมจะประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ รับรู้ เข้าใจ และนำนวัตกรรมไปปรับใช้ และเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้กลายเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
“โดยการเรียนการสอนสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพ นั้นจะอยู่ในรูปแบบของ ออนไลน์ ทำให้สะดวกในการเข้าเรียนได้จากทุกทีทุกเวลาอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น โดย เอ็นไอเอ คาดหวังว่าจมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่สนใจเข้าร่วมประมาณ 30,700 ราย ซึ่ง เอ็นไอเอ ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นผู้ประกอบการ
ที่เคยร่วมโครงการอื่น ๆ ของ เอ็นไอเอ แล้วจะไม่สามารถเข้าร่วมได้ เอ็นไอเอ เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมได้ สำหรับควาคาดหวัง เอ็นไอเอ หวังว่าจะมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างน้อย 1,000 ราย ที่สามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ โดยระยะเวลาของโครงการนี้จะสิ้นสุดในช่วงเดือนมิถุยายน 2566 นี้”
เป้าหมายคือการยกระดับระบบนิเวศน์วิสาหกิจ

สมชาย อาภรณ์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs Start up กล่าวว่า ภายใต้บทบาทธนาคารเพื่อสังคม ธนาคารออมสินได้ดำเนินการในเรื่องการพัฒนา และยกระดับระบบนิเวศน์วิสาหกิจเริ่มต้น และสร้างผู้ประกอบการ
เพื่อเพิ่มความเข้มแข็ง ศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระดับธุรกิจและในระดับสากลมาอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นความสำคัญของการพัฒนาแฟลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยตนเองด้านนวัตกรรมร่วมกันกับ เอ็นไอเอ ตามแนวคิด Life Long Learning หรือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต
โดยเป็นหลักสูตรเสริมสร้างทักษะ และความรู้ที่จำเป็นในการเป็นผู้ประกอบการ ให้สามารถพัฒนาตนเอง และนำไอเดียไปสู่การสร้างธุรกิจเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านหัวข้อการเรียนรู้ 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. การเริ่มสร้างธุรกิจใหม่ 2. การหาแนวคิดธุรกิจใหม่ 3. การออกแบบธุรกิจใหม่ และ 4. การเริ่มต้น และขยายธุรกิจ
โดยเป็นการเรียนรู้ที่ประกอบไปด้วยส่วนแนวคิดเชิงทฤษฎีจากอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำ เรียนรู้ไปพร้อมกับกรณีศึกษาจากธุรกิจชั้นนำของประเทศ
ซึ่งข้อดีของหลักสูตร และแพลตฟอร์มดังกล่าวคือ นำแนวทางจากผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการใช้นวัตกรรมจริง และให้ความรู้โดยผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจ เปรียบเสมือนโค้ชที่จะคอยช่วยแนะนำการทำธุรกิจให้ไปได้อย่างถูกทาง

“การเรียนรู้ทั้ง 4 กลุ่ม หัวข้อนับว่าเป็นประเด็นที่สำคัญสำหรับการจะเป็นผู้ประกอบการ-การจัดตั้งธุรกิจ โดย เอ็นไอเอ และธนาคารออมสินได้คัดเลือก ธุรกิจนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นในแต่ละมิติมาเป็นแนวทางในการให้ความรู้แก่ผู้ที่เรียนบนแพลตฟอร์ม
ไม่ว่าจะเป็น บริษัท “Yell Advertising“ เอเจนซีสัญชาติไทยที่มีผลงานสร้างแบรนด์ขนาดใหญ่มากมาย รวมถึง “Shinkanzen Sushi“ ธุรกิจอาหารญี่ปุ่นพันล้านที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ที่จะเป็นบทเรียนในด้านคุณลักษณะเบื้องต้นของการเป็นผู้ประกอบการ และการปรับ Mindset ในหัวข้อการเริ่มสร้างธุรกิจใหม่
ส่วนของการหาแนวคิดธุรกิจใหม่ จะมีการนำแนวทางทั้งการหาไอเดียทำธุรกิจจาก “Lineman Wongnai“ การทำความเข้าใจกับโอกาสทางการประกอบการ จากแบรนด์สุกี้ ชาบูที่เป็นที่นิยมอย่าง “MO–MO–Paradise“ รวมถึงแนวทางการนำเสนอคุณค่าให้กับ Business Model
โดยมีตัวอย่างเป็นบริษัทใหญ่ระดับโลก และ “กาแฟพันธุ์ไทย“ ด้านการออกแบบธุรกิจใหม่ จะมุ่งเน้นแนวทางการวางโครงสร้างพื้นฐานบัญชีสําหรับธุรกิจใหม่ จากสตาร์ทอัพด้านการบัญชีอย่าง “PEAK account“ ที่จะให้ความรู้ทั้งด้านการบัญชี และการดำเนินงานแบบบริษัทที่เป็นสตาร์ทอัพ
การออกแบบองค์ประกอบของการสร้างตราสินค้าที่จะนำไปสู่การสร้าง Brand Loyalty และหัวข้อสุดท้ายการเริ่มต้น และขยายธุรกิจ จะมีการให้ความรู้ทั้งสิ่งที่ต้องระวังในช่วงที่เริ่มต้นธุรกิจจาก “เมเจอร์ ซินีเพล็กซ์“ การทำความเข้าใจทางเลือกที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา
โดยหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก “ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป“ และธุรกิจตามแนวคิด BCG โดย “K Fresh“ ผู้ที่นำพาผลไม้ไทยสู่การแข่งขันในเวทีระดับโลก”
โดยการเข้าร่วมกับ เอ็นไอเอ ของ ธ.ออมสิน ในครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อความตั้งใจในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และ SMEs ของประเทศ มีความแข็งแกร่ง และมีทักษะมากขึ้น ด้วยการเรียนรู้องค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จแล้ว
และยังเป็นการช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อที่ ธ.ออมสิน พร้อมสนับสนุนให้แก่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และ SMEs ที่มีศักยภาพอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการเสริมกลุ่มใหม่ ๆ ในส่วนของโครงการสนับสนุนพัฒนาความรู้จากฐานรากที่เเต่เดิม ธ.ออมสิน ทำกับแค่สถาณศึกษาในส่วนของอาชีวศึกษาเท่านั้น

ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวจะใช้เวลาในการเรียนเฉลี่ยบทเรียนละ 40 นาที จำนวนทั้งสิ้น 10 บทเรียน ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนได้ที่ moocs.nia.or.th/gsb ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























