Thailand Post เปิดแนวคิดความยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า และการเติบโตสู่องค์กร

Thailand Post

ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ตลาดหลักทรัพย์ (SET) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข. : GPF) กรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ (RLPD) เปิด 4 เส้นทาง ESG แนวคิดความยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า และการเติบโตสู่องค์กร…

highlight

  • ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) จับมือ ตลาดหลักทรัพย์ (SET) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข. : GPF) กรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ (RLPD) เผย 4 แนวคิด เน้นสร้างความยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า และการเติบโตสู่องค์กร (ESG) ในเวที ESG Day : Networking for Sustainable Growth ชี้ ต้องสร้างประสิทธิภาพการขนส่งควบคู่ไปกับการสร้างด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล

Thailand PostSETGPF และ RLPD เปิดแนวคิดความยั่งยืน มุ่งสร้างคุณค่า และการเติบโตสู่องค์กร

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากปัจจัยหลายๆอย่าง อาทิ การเติบโตของเทคโนโลยี สถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนวิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้วิถีชีวิตของคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านความคิด และทัศนคติในการดำเนินชีวิต

เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่ต่างต้องปรับตัวเพื่อให้องค์กรของตนเองอยู่รอด ผ่านแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ต้องหันมาคำนึงถึงหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance) หรือที่เรียกกันว่า ESG

 

Thailand Post

ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่ผู้ประกอบการทั่วโลกให้ความสนใจ และนำมาปรับใช้เพื่อขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมช่วยสร้างคุณค่า และการเติบโตให้กับองค์กรในระยะยาวได้ ในขณะเดียวกัน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้ให้บริการสื่อสารและขนส่งแห่งชาติที่อยู่เคียงข้างคนไทยมากว่า 140 ปี

สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย และความเป็นไปของโลกอยู่เสมอมากไปกว่านั้นด้วยความตั้งใจที่จะสร้างเครือข่ายการเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อคนไทย ไปรษณีย์ไทยจึงได้จับมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ

ร่วมเสวนา ESGDay: Networking for Sustainable Growth แชร์มุมมองการดำเนินธุรกิจให้เติบโตควบคู่ความยั่งยืนทั้ง 3 มิติ พร้อมดึงเครือข่ายองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ และเอกชนกว่า 50 หน่วยงานร่วมงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนแนวคิด ESG ในประเทศไทย

140 ปีแห่งความยั่งยืน ไปรษณีย์ไทย ฉายภาพการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยหลัก ESG

Thailand Post
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจด้วยหลัก ESG ว่า ไปรษณีย์ไทยเรามอง ESG เป็นหลักพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจ โดยหน้าที่หลักของไปรษณีย์ไทยคือเป็นผู้ส่งสารของคนไทยทุกคน และทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการดูแลบุคลากรให้มีความเชื่อมั่น และมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร รวมทั้งนโยบาย การบริหารจัดการ และการให้บริการของเราให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เพราะเราเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้

Thailand Post

ในบทบาทของการเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ และเป็นผู้เปิดเส้นทางต่าง ๆ ให้กับคนไทย ไปรษณีย์ไทย จึงได้มีการจัดกิจกรรม ESG Day : Networking for Sustainable Growth ขึ้น เพื่อให้องค์กรธุรกิจเครือข่ายได้มีโอกาสชี้นำแนวทางการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล-ความยั่งยืน

โดยในส่วนของไปรษณีย์ไทยเรามีนโยบาย กรีนโลจิสติกส์ ที่เป็นการสร้างประสิทธิภาพการขนส่งควบคู่ไปกับการสร้างด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ความสำคัญตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ของคนในองค์กร การยกระดับส่วนงานต่าง ๆ ให้สอดรับกับสถานการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม

การพัฒนานวัตกรรม และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการให้บริการภาคธุรกิจ-ประชาชน อีกทั้งยังมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีในด้านการสื่อสาร และขนส่งเพื่อสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy Model ) ของรัฐบาล

Thailand Post

“ช่วงนั้นพี่น้องเกษตรกรต่างก็ประสบปัญหาปริมาณผลผลิตล้นตลาด เนื่องจากประเทศคู่ค้าต่างลดปริมาณการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตร และลดการเดินทางมาท่องเที่ยว และอุดหนุนผลไม้ในไทย ไปรษณีย์ไทยจึงได้ออกมาตรการช่วยกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านโครงการต่าง ๆ

ซึ่งหากมองในแง่ของการทำธุรกิจโลจิสติกส์ก็ถือว่าเราเองก็สามารถสร้างความถี่ในการใช้บริการขนส่งของเราได้เช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หากองค์กรทำประโยชน์ให้กับสังคมไม่ว่ารูปแบบไหน ผลดีก็จะกลับสู่องค์กรของเราอย่างแน่นอน” ดร. ดนันท์ กล่าว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชูเครื่องมือสนับสนุนที่จะทำให้ ESG ไม่ใช่เรื่องยาก

Thailand Post

ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับองค์กรที่มีแผนการดำเนินงาน ESG โดยนักลงทุนจะนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือสำหรับการประเมินผลการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการเพื่อการตัดสินใจก่อนลงทุนกับธุรกิจนั้น ๆ ด้วย

เหตุนี้ ตลท.จึงมุ่งเน้นภารกิจเพิ่มคุณค่าตลาดทุนพร้อมกับการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ด้วยเครื่องมือสนับสนุนที่หลากหลาย เช่น หลักสูตรอบรม คู่มือ แนวปฏิบัติ การประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG การให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจในมิติต่าง ๆ

Thailand Post

พร้อมกับสร้างแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกในการทำ ESG ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ Care the Bear, Care the Wild และ Care the Whale เพื่อช่วยให้บริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยสามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องการวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

การบริหารการจัดการขยะ และของเสียขององค์กร รวมถึงช่วยจัดหาพื้นที่ในการเข้าไปช่วยฟื้นฟูป่าไม้ในประเทศไทยที่ ตลท. มีเครือข่ายในการจัดการให้ มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ และวัดผลออกมาเป็นรายงานประจำปีอย่างชัดเจนเพื่อให้องค์กรนั้นนำไปเปิดเผยต่อนักลงทุนได้

สร้างความยั่งยืนผ่านการลงทุนกับ ESG

Thailand Post
ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เผยมุมมองในฐานะนักลงทุนว่า กบข. ให้ความสำคัญกับหลักการ ESG เป็นอย่างมาก โดยคำนึงอยู่เสมอว่าการลงทุนของเราอาจสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ทุกเมื่อหากไม่ได้ตรวจสอบ เราจึงนำหลัก ESG มาใช้เป็นกรอบในการพิจารณาก่อนการลงทุนอยู่เสมอ

เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในอนาคต และในอีกแง่ ESG ยังสามารถสร้างโอกาสและเพิ่มการเติบโตให้กับการลงทุนในอนาคตอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากบริษัทที่เราเข้าไปลงทุนเห็นโอกาสว่าตลาดยานยนต์ EV กำลังโต และหันมาปรับสายการผลิตให้เป็น EV ก็จะส่งผลให้เงินที่เราเข้าไปลงทุนนั้นเติบโตไปด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นนักลงทุนเรายังมีศักยภาพมากพอที่จะช่วยผลักดัน และส่งเสริมองค์กรต่าง ๆ ให้หันมาดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ได้เช่นกัน

Thailand Post

ESG ในเลนส์ของทรัพยากรมนุษย์

ธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ กล่าวว่า “หน่วยงานภาครัฐมีระเบียบการทำงานที่สอดคล้องกับการทำ ESG อยู่แล้ว หากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าบกพร่องในการทำงาน โดยภาครัฐมี 3 เสาหลักที่ต้องยึดเป็นแนวทางปฏิบัติงาน 

เสาที่ 1 คือ Protect หรือการคุ้มครองประชาชนไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในการประกอบกิจการ โดยต้องมีการออกนโยบายมากำกับการดำเนินงานไม่ให้คนในองค์กรถูกละเมิด 

เสาที่ 2 คือ Respect โดยการประกอบกิจการต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงเรื่องของสิทธิมนุษยชน ต้องเคารพและแสดงความรับผิดชอบ

เสาที่ 3 คือ Remedy หากเกิดการละเมิด รัฐจะเข้ามาช่วยเหลือและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยภาครัฐได้เชื่อมโยงแนวทางดังกล่าวสู่แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) ซึ่งต้องการขับเคลื่อนทั้ง 4 มิติ ได้แก่

  • ด้านแรงงาน เน้นการคุ้มครองสิทธิของแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน 
  • ด้านชุมชน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมความเสมอภาคและโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและการบริการของภาครัฐอย่างเท่าเทียม
  • ด้านนักปกป้องสิทธิมนุษยช ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างกลไกการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
  • ด้านการลงทุนระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติ เพื่อให้มีกลไกตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนอกอาณาเขต เกิดการปกป้อง คุ้มครอง เยียวยาเช่นเดียวกับประชาชนในประเทศ
Thailand Post
ธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ

ด้วยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ล้วนส่งเสริมให้ ESG ในประเทศไทยกำลังมุ่งไปสู่มาตรฐานที่เป็นสากลยิ่งขึ้น

เนื่องจากต้องอาศัยทั้งภาคกำกับ การออกนโยบาย มาตรการ ตลอดจนการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างร่วมกันสร้างให้ และพัฒนาเศรษฐกิจไทย ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

Thailand Post

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay

 

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.