GARMIN เปิดตัว FENIX 8 MicroLED สมาร์ทวอทช์จอสว่างที่สุดในโลก

GARMIN

การ์มิน (GARMIN) ปฏิวัตินิยามใหม่แห่งความสว่าง และคมชัด เปิดตัว FENIX 8 MicroLED พรีเมียมสมาร์ทวอทช์จอ MicroLED รุ่นแรกของโลก…

highlight

  • การ์มิน เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมียม 3 รุ่นใหม่ในตระกูล FENIX ได้แก่ FENIX 8 Pro, FENIX 8 Pro MicroLED และ FENIX 8 MicroLED โดยรุ่น Pro มาพร้อมเทคโนโลยี inReach ครั้งแรกของแบรนด์ รองรับการสื่อสารผ่านดาวเทียมและเซลลูลาร์โดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์ ส่วนรุ่น MicroLED ถือเป็นสมาร์ทวอทช์หน้าจอ MicroLED รุ่นแรกของโลก ให้ความสว่างสูงและอ่านข้อมูลชัดเจนแม้กลางแดดจ้า ทั้งหมดมีแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน โดยรุ่น Pro ใช้งานได้นานสูงสุด 27 วัน และรุ่น MicroLED สูงสุด 10 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์

GARMIN เปิดตัว FENIX 8 MicroLED สมาร์ทวอทช์จอสว่างที่สุดในโลก

GARMIN

มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า การส่งมอบความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานเป็นสิ่งที่ การ์มิน ให้ความสำคัญและคำนึงถึงอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงไม่เคยหยุดที่จะพัฒนา และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่ออัพเดทให้สมาร์ทวอทช์ทุกรุ่นของ การ์มิน สามารถเป็นเพื่อนคู่ใจและสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานได้

โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นเรือธงของการ์มินอย่างตระกูล FENIX 8 รวมถึงสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เราได้เปิดตัวในวันนี้ FENIX 8 Pro / FENIX 8 Pro MicroLED และ FENIX 8 MicroLED ถือได้ว่าเป็นผลลัพธ์จากความพยายามของทีมการ์มินในการออกแบบ และอัพเดทฟีเจอร์และฟังก์ชันมาอย่างครบครัน

พร้อมรองรับทุกการผจญภัยของผู้ใช้งาน และพิเศษสำหรับ FENIX 8 Pro Series ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี inReach และฟังก์ชัน SOS ที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีในกรณีที่ผู้ใช้งานประสบเหตุฉุกเฉินอีกด้วย

GARMIN

ในฐานะมัลติสปอร์ตสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมียมรุ่นเรือธงของการ์มิน สมาร์ทวอทช์ตระกูล FENIX ได้รับการพัฒนานวัตกรรม และต่อยอดฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดตัว FENIX 6 สมาร์ทวอทช์หน้าจอระบบพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรกของโลกในปี 2020 ไปจนถึงการเปิดตัว FENIX 7 ในปี 2022

ซึ่งได้เพิ่มระบบ GPS หลายย่านความถี่ (Multi-band GPS) และไฟฉาย LED ในตัว ซึ่งเป็นผลงานอย่างเป็นรูปธรรมที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทความเป็นผู้บุกเบิกของการ์มินที่เน้นความปลอดภัยของผู้สวมใส่ขณะผจญภัยกลางแจ้งและสมรรถนะของนักกีฬามืออาชีพเป็นสำคัญ

ปีนี้การ์มินยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง นำมาสู่การเปิดตัว FENIX 8 MicroLED สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมหน้าจอ MicroLED คมชัดทุกรายละเอียด และ FENIX 8 Pro Series สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของการ์มินที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง inReach 

นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในการผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับฟังก์ชันที่ครบครันเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบกีฬา และกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างลงตัว

GARMIN

ได้พกโทรศัพท์มือถือ “Leave the phone behind and still stay connected

FENIX 8 Pro Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมที่ไม่สามารถพกโทรศัพท์ติดตัวได้ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี inReach ที่จะช่วยให้ผู้สวมใส่สมาร์ทวอทช์สามารถเชื่อมต่อดาวเทียมและเซลลูลาร์ได้1แม้ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่กับตัว

นักผจญภัยสามารถรับ-ส่งข้อความ และแชร์ตำแหน่งที่อยู่ไปยังเพื่อน และครอบครัวได้ด้วยการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม ทั้งยังรองรับการโทรศัพท์ ส่งข้อความเสียง การแชร์ LiveTrack และการพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์เมื่อเชื่อมต่อกับ LTE Network (เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายความเร็วสูง)

นอกจากนั้น FENIX 8 Pro Series ยังเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของการ์มินที่มาพร้อมกับฟังก์ชัน SOS ซึ่งได้รับการดูแลโดยศูนย์ประสานงานฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงของ การ์มิน (Garmin Response Center) โดยตรง ทำหน้าที่ประสานงานการกู้ภัย ติดต่อกับผู้ใช้งาน และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินที่ตั้งค่าไว้

รวมถึงติดต่อกับหน่วยค้นหาและหน่วยกู้ภัย ตลอดจนหน่วยงานท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมอัพเดทข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปี

ปัจจุบันศูนย์ประสานงานฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ของ การ์มิน รองรับผู้ใช้งานกว่า 200 ภาษา และผ่านการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจากเทคโนโลยี inReach แล้วกว่า 17,000 ครั้งในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

สมาร์ทวอทช์หน้าจอ MicroLED เรือนแรกของโลก “First-of-its-kind MicroLED display”

การ์มิน ทลายขีดจำกัดของเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ด้วยความสำเร็จในการผสมผสาน และบูรณาการหน้าจอ MicroLED เข้ากับสมาร์ทวอทช์ จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์หน้าจอ MicroLED เรือนแรกของโลก กับ FENIX 8 MicroLED และ FENIX 8 Pro MicroLED ที่มาพร้อม LED กว่า 400,000 ดวง

ให้ความสว่างสูงถึง 4,500 nits นับเป็นสมาร์ทวอทช์ที่สว่างที่สุดที่เคยมีมา หน้าจอ MicroLED ยังให้ขอบเขตสีที่กว้างขึ้นถึง 15% จึงสามารถแสดงผลสีที่สดใส และแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมด้วยมุมมองภาพกว้างพิเศษ (Ultra-wide Viewing Angle) ที่ช่วยให้สามารถมองข้อมูลบนสมาร์ทวอทช์ได้ชัดเจน

แม้มองจากด้านข้าง และความเปรียบต่าง (Contrast) ที่เหนือกว่าถึง 6 เท่า ความต้านทานกระแสไฟฟ้า (Burn-in Resistance) และความทนทานของหน้าจอเพิ่มขึ้น 3 เท่า ทำให้สามารถยืดอายุการใช้งานสมาร์ทวอทช์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ผลของการปฏิวัติวงการในครั้งนี้ ทำให้ผู้ใช้งาน FENIX 8 MicroLED และ FENIX 8 Pro MicroLED ได้สวมใส่สมาร์ทวอทช์ที่มีหน้าจอความหนาแน่นพิกเซล (Pixel) สูงให้ภาพที่คมชัด ทั้งยังมีมุมมองจอภาพกว้าง จึงอ่านข้อมูลได้ง่ายแม้อยู่ท่ามกลางแดดจ้า

พร้อมรับทุกความท้าทายอย่างไร้ขีดจำกัด “Made for any adventure, equipped for the limitless

FENIX 8 Series ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทุกการผจญภัยของผู้ใช้งาน จึงอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพื่อติดตามสุขภาพและการเตรียมความพร้อมก่อนการผจญภัยอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์เพื่อติดตามการออกกำลังกาย การนำทาง สุขภาพ และสุขภาวะ และฟีเจอร์การเชื่อมต่ออย่างครบครัน

รวมถึงคะแนนความอึด หรือความอดทน (Endurance Score) คะแนนสมรรถภาพร่างกายในการวิ่งขึ้นเนิน (Hill Score) คำแนะนำการออกกำลังกายประจำวัน (Daily Suggested Workouts) แผนที่ TopoActive ที่โหลดไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยรวบรวมข้อมูลแผนที่จากทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก

คำแนะนำเส้นทางที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางไปยังที่หมายได้ตามเวลาที่ตั้งไว้ด้วยการกำหนดเส้นทางไป และกลับแบบไดนามิก (Dynamic Round-Trip Routing) ECG App คำแนะนำการนอนที่เหมาะสม (Sleep Coach) นอกจากนี้ ยังสามารถชำระเงินได้อย่างสะดวกสบายด้วย Garmin Pay™

ระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัสด้วยนาฬิกาผ่านบัตรเครดิตจากธนาคารที่รองรับ และพิเศษสุดสำหรับผู้ใช้งานชาวไทย บริการ Garmin x Rabbit บริการชำระเงินด้วย Garmin Pay โซลูชัน ผ่าน Rabbit Card ณ ผู้ให้บริการที่มีสัญลักษณ์ยินดีต้อนรับ Rabbit Card พร้อมฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัย และการติดตามอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.garmin.com

GARMIN

“แม้ว่าในปีนี้ การ์มิน ไทยแลนด์ จะวางจำหน่าย FENIX 8 MicroLED เพียงรุ่นเดียวในซีรีย์นี้ แต่ การ์มิน จะยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอ และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันเทคโนโลยี inReach และฟังก์ชัน SOS สำหรับสมาร์ทวอทช์ให้ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถใช้งานได้ในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน” มิสซี่ กล่าว

FENIX 8 MicroLED มาพร้อมหน้าปัดขนาด 51 มม. พร้อมให้ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 68 เป็นต้นไป

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay