เอคเซนเชอร์ (Accenture) เผยผลสำรวจ Pulse of Change Survey พบ พนักงาน 2 ใน 3 ขององค์กร ไม่พร้อมสำหรับอนาคตที่ขั
highlight
- รายงานการสำรวจ Pulse of Change 2025 ของ Accenture ชี้ให้เห็นถึง “ช่องว่างความพร้อมด้าน AI” (AI Readiness Gap) ที่สำคัญในองค์กรทั่วโลก และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) โดยเกิดจากการที่ผู้บริหารระดับสูง (C-suite) เร่งลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างจริงจัง แต่กลับละเลยการเตรียมความพร้อม และพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้กับพนักงาน
Accenture เผยผลสำรวจ ชี้ AI เปลี่ยนแปลงเร็วทำพนักงานพัฒนาทักษะไม่ทัน

เอคเซนเชอร์ (Accenture) ได้ทำการสำรวจ Pulse of Change 2025 ครั้งล่าสุดกับผู้บริหารระดับสู
หรือช่องว่างความพร้อมด้าน AI เกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน ขณะที่ผู้นําระดับสูงกำลังเร่
กว่าครึ่งขององค์กรยักษ์ใหญ่ทั่วโลก และ APAC เล็งลงทุนใน AI แต่มีแต่ 34% ที่มีแผนพัฒนาทักษะพนักงาน

โดยผู้นําองค์กรส่วนใหญ่ (85%) มีแผนจะเพิ่มการลงทุนด้าน AI ในปี 2025 อย่างจริงจัง เนื่องจากเกือบครึ่งหนึ่ง คาดหวังว่าจะเร่งลงทุนด้าน AI หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และมีองค์กรเพียง 34% เท่านั้นที่มีแผนจะเพิ่มทักษะ (Upskill) และปรับทักษะ (Reskill) ให้พนักงานพร้อมสำหรั
ซึ่งการที่ผู้นำองค์กรให้
อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของพวกเขากลับลดลงเมื่

ช่องว่างที่สำคัญนี้ยังเห็นได้
โดยการสำรวจยังพบข้อมูลเพิ่มเติ
ช่องว่างเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่
เนื่องจากช่องว่างด้านการเพิ่
ผลวิจัยสำคัญที่พบทั่วโลก
การเร่งลงทุนใน AI เทียบกับการเตรียมความพร้ อมของพนักงาน
- ผู้บริหารระดับสูง 85% มีแผนจะเพิ่มการลงทุนด้าน AI ในปี 2025 โดย 20% ได้ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้
รองรับการใช้ AI ซึ่งมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้น 2 เท่าภายในช่วง 6 เดือน - 67% มอง AI ในฐานะตัวเร่งสร้างรายได้ให้เติ
บโตเร็วขึ้น มากกว่าเป็นแค่เครื่องมือช่ วยลดต้นทุน - 86% บอกว่ากำลังเตรียมการให้พนั
กงานมีความพร้อมสําหรับ Agentic AI - ในทางกลับกัน มีเพียง 34% เท่านั้นที่วางแผนที่จะเพิ่มทั
กษะหรือปรับทักษะให้พนักงานพร้ อมสําหรับการทำงานด้วย AI
การที่ปัจจัยต่าง ๆ ไม่สัมพันธ์กัน ทำให้เกิดความกังวลร่วมกันในเรื่

ความกังวล และความพร้อมของพนั กงาน
- ในขณะที่ผู้บริหารป้องกั
นความเสี่ยงจากการเปลี่ ยนแปลงเชิงนโยบาย และความผั นผวนของตลาด พนักงานมากกว่าครึ่ง ต้องเผชิญกับงบประมาณที่จำกัดขึ้ น และ 47% ต้องรับภาระงาน หรือแรงกดดั นมากขึ้น เนื่องมาจากความไม่แน่นอนที่เกิ ดขึ้นทั่วโลก - 2 ใน 3 ของพนักงาน รู้สึกว่า AI เปลี่ยนไปเร็วกว่าขี
ดความสามารถในการฝึกอบรมพนั กงานขององค์กร - 3 ใน 4 ของผู้บริหาร มีความกังวลเช่นเดียวกัน สะท้อนถึงช่องว่างด้านความพร้
อมที่เกิดขึ้นในวงกว้าง - พนักงานรู้สึกมีความพร้อมรองรั
บการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าผู้บริ หารทุกด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม - พนักงานสงสัยเรื่องประโยชน์ของ AI ในด้านต่าง ๆ มากกว่าผู้บริหาร
- ด้านการสร้างความเชื่อมั่นไว้
ใจ : 36% ของพนักงานเห็นด้วยอย่างยิ่ง เทียบกับ 52% ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง - ด้านการพัฒนาทักษะ : 49% ของพนักงานเห็นด้วยอย่างยิ่ง เทียบกับ 59% ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง
- ด้านการส่งเสริมหลักการ ค่านิยม หรือจริยธรรมขององค์กร : 38% ของพนักงานเห็นด้วยอย่างยิ่ง เทียบกับ 55% ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง
การฝึกอบรมกับกลยุทธ์การบริ หารคนไม่สอดคล้องกัน
- เกือบ 1 ใน 3 ของผู้บริหารกล่าวถึงเหตุผลหลั
กที่เพิ่มการลงทุนใน AI เพราะต้องการใช้ประโยชน์ จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีให้ ได้มากที่สุด ขณะที่มีเพียง 12% ที่เห็นว่า การพัฒนาทักษะเป็นปัจจัยขับเคลื่ อนหลัก - อย่างไรก็ตาม พนักงานเกือบครึ่งหนึ่ง มองว่าการฝึกอบรมเป็นกุญแจสำคั
ญในการใช้ AI อย่างมั่นใจ แต่มีเพียง 15% ของผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ที่มองว่าการฝึกอบรมเป็ นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุ ดในการยกระดับการใช้ AI - 25% ของพนักงาน ที่ไม่ได้ใช้เครื่องมือ Gen AI ระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือ “การขาดทรัพยากรช่วยฝึกอบรม”

แรงขับเคลื่อนที่ทรงพลั งของการใช้ AI ได้เกิดขึ้นใหม่ในที่ทำงาน
- ปัจจุบัน 54% ของพนักงานหันมาใช้เครื่องมือ AI มากกว่าให้เพื่อนร่วมงานช่วย
- 56% ระบุว่า AI ช่วยประหยัดเวลา และ 38% บอกว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- อย่างไรก็ตาม มีเพียง 22% ที่บอกว่า AI กําลังทำให้ตัวงานหรื
อกระบวนการทำงานบางอย่างเปลี่ ยนไป - อุปสรรคสำคัญยังคงเป็นเรื่
องความไว้วางใจและการเข้าถึ งของพนักงาน 35% เท่านั้น ที่รู้สึกสบายใจที่ จะให้ AI ช่วยทำงาน และมีเพียง 32% ที่บอกว่า สามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้เต็มที่ เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่ามีช่องว่ างด้านความพร้อม และจำเป็นต้องทำให้เข้าถึงได้ มากกว่านี้
ผลวิจัยสำคัญในเอเชียแปซิฟิก
- กระแสการลงทุนใน AI สะท้อนให้เห็นในภูมิภาคเอเชี
ยแปซิฟิก ซึ่ง 86% ของผู้บริหารระดับสูงมีแผนจะเพิ่ มการลงทุนด้าน AI แต่มีเพียง 41% เท่านั้นที่วางแผนเพิ่มหรือปรั บทักษะของพนักงานให้เท่าทัน - ผู้บริหารระดับสูงตระหนักถึ
งผลกระทบของเทคโนโลยี โดย 58% ระบุว่าประสิทธิภาพการทํางานเพิ่ มขึ้นมากที่สุดในส่วนงานด้ านไอที/เทคโนโลยี ตามด้วยด้านปฏิบัติการ (43%) และการวิจัยและพัฒนา (41%) - อย่างไรก็ตาม เกือบ 3 ใน 4 ของพนักงาน รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงของ AI นั้นเร็วเกินกว่าขี
ดความสามารถขององค์กรในการฝึ กอบรมพนักงานให้เท่าทัน - ช่องว่างความพร้อมด้าน AI ในเอเชียแปซิฟิกจึงเด่นชัด มีพนักงานประมาณครึ่งหนึ่ง (48%) ที่บอกว่า มีความเข้าใจระดับปานกลางเกี่
ยวกับการสร้างมูลค่าจาก Gen AI นอกจากนี้ 46% ยังได้เน้นย้ำว่า บริษัทควรมีแนวทางที่ชัดเจนเกี่ ยวกับการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ - คนทำงานในเอเชียแปซิฟิก มีความสนใจใฝ่รู้ แต่ไม่ได้เตรียมความพร้อมมากนั
กสําหรับอนาคตที่ผู้บริหารกำลั งวางแผนให้ขับเคลื่อนด้วย AI พนักงานในเอเชียแปซิฟิกมีการใช้ AI มากขึ้น โดย 55% กล่าวว่า ถ้าต้องการความช่วยเหลือ จะใช้ AI ก่อนที่จะถามเพื่อนร่วมงานหรื อเพื่อนร่วมทีม ตัวอย่างการใช้ AI ที่ชัดเจนคือ งานวิเคราะห์ข้อมูลที่พนักงาน 51% ระบุถึง รองลงมาคือ การเรียนรู้ และการพัฒนาตนเอง และงานด้านวิจัย - AI มีผลกระทบต่อประสิทธิ
ภาพ และการพัฒนาของพนักงานอย่ างเห็นได้ชัด โดย 57% รายงานว่า AI ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้หรือพั ฒนาทักษะ และ 51% กล่าวว่า AI ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้ดีขึ้ นโดยมีข้อมูลสนับสนุน - พนักงานแสวงหาโอกาสการเรียนรู้
นอกที่ทำงานอย่างมาก เพื่อจะได้เพิ่มพูนทั กษะและความเข้าใจด้าน AI พวกเขาเรียนรู้จากแหล่งข้อมู ลภายนอก โดย 57% เรียนรู้ผ่านหลักสูตรหรือติ วเตอร์ออนไลน์ และ 52% เรียนรู้จากบล็อก และโซเชียลมี เดีย

แนวทางเตรียมความพร้อมสู่อนาคต
- เสริมสร้างความพร้อมขององค์กรด้
วยการสื่อสารที่ชัดเจน ผู้นําต้องสื่อสารเชิงรุกว่า การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี เช่น AI Integration จะส่งผลต่อคนทำงานอย่างไร โดยเน้นแก้ประเด็นความกังวลเรื่ องความมั่นคงในงาน ค่าตอบแทน และแผนการจ้างงาน การพูดคุย และให้คำแนะนําอย่ างโปร่งใส จะช่วยลดช่องว่างการรับรู้ ของพนักงานและผู้บริหาร เสริมสร้างความไว้วางใจและเสถี ยรภาพในช่วงที่องค์กรมีการเปลี่ ยนผ่าน - ให้ความสำคัญกับการพัฒนาขี
ดความสามารถเพื่อรองรับ AI Integration ลงทุนฝึกอบรมให้ตรงจุด พัฒนาทักษะ และให้ความรู้เรื่องความปลอดภั ยของข้อมูล เพิ่มศักยภาพให้พนักงาน และมั่ นใจได้ว่าพวกเขาพร้อมที่จะเติ บโตในสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่ อนด้วย AI - เสริมสร้างความเชื่อมั่นใน AI Agent ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างมนุ
ษย์ และ AI (Human-AI Collaboration) ในแนวทางที่พนักงานรู้สึ กสบายใจที่จะให้ AI Agent ช่วยทำงาน ในขณะที่มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคั ญ และต้องสื่อสารกับพนักงานทุ กคนอย่างชัดเจนเกี่ยวกั บบทบาทของ AI Agent - ปรับวิสัยทัศน์ของผู้นําให้
สอดคล้องกับประสบการณ์ของพนั กงาน เพราะแม้มุมมองต่อศักยภาพของ AI จะเป็นในแง่ดีมากขึ้น แต่พนักงานก็ยังมีความสงสั ย และระแวดระวังในการใช้ AI มากกว่าผู้บริหาร ดังนั้น ผู้บริหารจึงควรปรับวิสัยทัศน์ เชิงกลยุทธ์ให้เข้ากั บประสบการณ์ของพนักงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเปลี่ ยนแปลงของ AI ในองค์กรนั้นจะดำเนินไปโดยคำนึ งถึงทุกฝ่าย มีการสื่อสารชัดเจน และตอบสนองความต้องการของพนั กงานอย่างแท้จริง

อะนูป ซากู ซีอีโอ เอคเซนเชอร์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วครั้งแล้วครั้งเล่า และการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน จะเห็นได้ว่าเกิดแรงขับเคลื่อนที่รุนแรงแบบมีนัยสำคัญทั่วทั้งภูมิภาคจากการลงทุนด้าน AI
แต่สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญได้ ผู้บริหารหลายคนยังคงลงทุนน้อยเกินไปในการฝึกอบรมพนักงาน ทำให้เกิด ช่องว่างด้านความพร้อม ซึ่งจะไปจํากัดศักยภาพที่แท้จริงของ AI เมื่อพนักงานแสดงให้เห็นว่าพร้อมปรับตัว เป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นแค่สัญญาณ แต่เป็นโอกาสในการสร้างทักษะที่จําเป็นในการใช้ประโยชน์จาก AI ให้เต็มที่

ด้าน ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนใน AI และ AI Transformation เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก การขาดแคลนบุคลากรเป็นอุปสรรคสํ
หัวใจสำคัญคือ วัฒนธรรมที่ให้ความสําคัญกั
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























