ดีแทค (dtac) เดินหน้าติดตั้งถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่ดีแทคช้อปทุกสาขาในโครงการ “ทิ้งให้ดี” จับมือ TES ตั้งเป้า ZERO Landfill ภายในปี 2565…
highlight
- ดีแทค “ทิ้งให้ดี” คัดเลือกบริษัทที่ให้บริการรี
ไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรฐานสากล จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อคืนโลหะมีค่า และวัตถุดิ บสำคัญ สู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ได้ 96-98% ของจำนวนขยะที่เก็บได้
dtac เดินหน้าติดตั้งถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ ดีแทค ช้อป ทุกสาขาในโครงการ “ทิ้งให้ดี“
ดีแทคสานต่อโครกงารรักษ์โลก ในโครงการ “ทิ้งให้ดี“ หลังจากเริ่มต้นที่กระบวนการจัดหาบริษัทรีไซเคิลตามนโยบายการจัดซื้อจัดหาสินค้า และบริการ ด้วยการประเมินความเสี่ยงด้านต่าง ๆ อาทิ ธรรมาภิบาล การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ผู้รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์จะต้องลงนามในเอกสาร
ว่าด้วยข้อตกลงในการปฏิบัติธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Agreement of Responsible Business Conduct) และต้องแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการประเภท 106 ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยระบุประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดหรือรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์

และต้องมีใบรับรองมาตรฐาน NIST 800–88R1 ซึ่งเป็นมาตรฐานการกำจัดข้อมูลต่าง ๆ ที่ยังอาจคงค้างอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันมากที่สุดทั่วโลก ดีแทค มีหน่วยงานกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Sustainability Management) ทำหน้าที่ตรวจประเมินบริษัทผู้ให้บริการรีไซเคิลเหล่านี้เป็นประจำทุกปี
เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทผู้ให้บริการที่ได้รับคัดเลือกมานี้ยังคงรักษามาตรฐานกระบวนการรีไซเคิล มีการพัฒนาระบบการทำงาน และเทคโนโลยีอยู่เสมอ

เส้นทางขยะเริ่มต้นที่ ถังสีฟ้า “ทิ้งให้ดี” สู่เป้าหมาย Zero Landfill
โดยที่ผ่านมา ดีแทค ทำงานร่วมกับ เทส (TES) มานาน 8 ปี เมื่อเทสรับซากโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ จากโครงการ “ทิ้งให้ดี“ มาถึงยังโรงงานแล้ว เทสจะทำการตรวจนับ และชั่งน้ำหนัก เพื่อรายงานจำนวน และน้ำหนักและสถานที่รับเพื่อแจ้งให้ดีแทคทราบและยืนยันว่าได้รับอุปกรณ์เป็นที่เรียบร้อย
จากนั้นจะนำเข้าพื้นที่จัดเก็บ และจะทำการคัดแยกวัสดุตามประเภทหลัก ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ หูฟัง สายชาร์ตแบตเตอรี่ พาวเวอร์แบงค์ เป็นต้น เพื่อนำวัสดุหลักดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการแกะแยก เช่น โทรศัพท์มือถือ หลังการแกะแยกจะทำการบรรจุวัสดุตามแต่ละประเภท

วัสดุทั้งหมดจะถูกนำส่งออกไปยังโรงงานของเทสที่สิงคโปร์ เพื่อทำลายหน่วยความจำในเครื่อง และสกัดเป็นโลหะมีค่า ได้แก่ ทองคำ ทองแดง พาราเดี้ยม เหล็ก อลูมิเนียม ลิเทียม และวัสดุประเภทพลาสติก เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าใหม่ต่อไป
ทั้งนี้ 96–98% ของขยะทั้งหมดที่ดีแทคเก็บได้สามารถนำเข้าสู่กระบวนกำจัดที่ถูกต้อง และช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือลดคาร์บอนฟุตพรินต์ รวมทั้ง ไม่ทิ้งเศษซากขยะเป็นขยะฝังกลบเลย หรือ Zero Landfill ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555

ทำไมต้อง “ทิ้งให้ดี ทิ้งที่ดีแทค“
ผลการสำรวจพฤติกรรมการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่ใช้งานแล้วของสำนักสิ่งแวดล้อม พบว่า 50% ของผู้ใช้งานจะเลือกขายซากขยะอิเล็กทรอนิกส์กับผู้รับซื้อของเก่า หรือ รถขายของเก่า ซึ่งมักจะนำขยะไปแยกชิ้นส่วน โดยจะเลือกเฉพาะส่วนที่มีมูลค่าเพื่อนำไปขายต่อได้
และจะกำจัดซากขยะที่เหลือด้วยการทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ปัญหาสำคัญ คือ การทิ้งซากผลิตภัณฑ์ปะปนกับขยะทั่วไป และการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อแหล่งน้ำ พื้นดิน และอากาศ

อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค “ทิ้งให้ดี“ ต้องการเป็นทางออกที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ให้สามารถทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทมือถือ
และอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานไม่ได้แล้วอย่างอย่างถูกวิธี ปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมโลก และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในแต่ละปี ดีแทคในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคม เป็นผู้จัดจำหน่ายมือถือหลายแสนเครื่องต่อปี เราจึงมุ่งมั่นนำขยะมือถือจากผู้ใช้งาน ซึ่งคิดเป็น 19% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีแทคเก็บได้

เข้าสู่กระบวนการการรีไซเคิล และไม่มีเศษขยะที่เหลือไปฝังกลบ (ZERO Landfill) ซึ่งเราทำได้แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 นอกจากนี้ ดีแทคยังเดินหน้าจัดกระบวนการควบคุมเพื่อนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของดีแทคเองโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบเลย (ZERO Landfill)
ภายในปี พ.ศ. 2565 ตามนโยบายด้านการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และสภาวะอากาศ (Environment Management System and Climate) ตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่ ดีแทค

“วันนี้ผู้คนต่างเริ่มตะหนัก และให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี แต่ ดีแทค ไม่ต้องการที่จะหยุดแค่การสร้างการรับรู้ให้แก่สังคม แต่ต้องการที่จะสร้างจิตสำนึกให้แก่สังคม และสร้างพฤติกรรม และจิตสำนึกที่ดีให้แก่พนักงานของ ดีแทค ทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแทคต้องการสานต่อโครงการที่ดำเนินการมากว่า 8 ปี
และเพื่ออำนวยให้สะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบัน ดีแทค ได้ติดตั้งถังขยะอิเล็กทรอนิกส์สีฟ้า ณ ดีแทค ช้อป ครบแล้วทั้ง 51 สาขา ทั่วประเทศ ซึ่งในแต่ล่ะปีแม้ว่าปริมาณของจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์จะมาก หรือจะน้อย ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะ ดีแทค หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ช่วยขับเคลื่อนโลกด้วยจิตสำนึกที่ดีขึ้นอยู่เสมอ”

ดีแทค “ทิ้งให้ดี” จัดการขยะโครงข่ายสัญญาณ และอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจ
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านโทรคมนาคม ส่วนใหญ่มาจากโครงข่ายสัญญาณ เฉพาะในปีพ.ศ. 2562 ดีแทคสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 213,476 ชิ้น แบ่งเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับจากผู้ใช้งานทั่วไป จำนวน 46,221 ชิ้น คิดเป็น 21% และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้น

จากการการขยายโครงข่าย 167,255 ชิ้น หรือคิดเป็น 79% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เก็บได้ ดีแทคให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในองค์กร เริ่มตั้งแต่สถานที่ที่ใช้เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพ
โดยจะต้องเป็นคลังสินค้าที่มีระบบการควบคุมรักษาความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานอาคารคลังสินค้าของกรมการค้าภายใน และสามารรองรับระบบการจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ของดีแทคได้ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินกับอุปกรณ์ จะไม่สร้างความเสียหายหรือมลภาวะใด ๆ สู่ชุมชนรอบข้าง

สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากหน่วยงานภายในดีแทค อย่างศูนย์บริการ ดีแทค และสำนักงาน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือสำหรับทดลองใช้ อุปกรณ์เสริมที่ตกรุ่น เป็นต้น ดีแทค จะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจำนวน และสภาพของอุปกรณ์โดยเฉพาะ
หากยังมีสภาพดี ก็จะนำกลับมาใช้ซ้ำในกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ส่วนที่เสื่อมสภาพถาวรแล้ว ก็จะเข้ากระบวนการกำจัดและรีไซเคิลต่อไป

เกี่ยวกับเทส (TES)
เทสคือผู้นำระดับโลกในเรื่องของการจัดการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เทส ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 มีสาขามากกว่า 20 ประเทศอยู่ทั่วโลกทั้งหมด 38 แห่ง โดยทุกแห่งได้รับมาตรฐาน ISO14001 OSHAH18001 ISO9001 และ ISO27001 ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เทสดำเนินธุรกิจในด้านการจัดการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบภายใต้นโยบาย zero landfill
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























