Grab เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม

Grab

แกร็บ (Grab) เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 (ESG Report 2023) มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน และสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น…

highlight

  • แกร็บ เดินหน้าขับเคลื่อนพันธกิจ “GrabForGood หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” พร้อมเผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 (ESG Report 2023) ที่สานต่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสิ่งแวดล้อม ให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุไม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิต, การส่งเสริม และดูแลสิ่งแวดล้อม และกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยื่น

Grab เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม

Grab

แกร็บ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพันธกิจ “GrabForGood หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 (ESG Report 2023) ที่รวบรวมผลการดำเนินงานของแกร็บที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซึ่งครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม การส่งเสริม และดูแลสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยื่น โดยในปีที่ผ่านมา (2566) แพลตฟอร์มแกร็บช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในภูมิภาคมากกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยให้สินเชื่อกับพาร์ทเนอร์คนขับ และร้านค้ารวมกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่า 71,000 ตัน และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า 7,365 ตัน.

Grab
วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มของแกร็บกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่ผู้ใช้บริการที่มีมากกว่า 35.5 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาค แต่ยังรวมถึงพาร์ทเนอร์คนขับ และร้านค้ากว่า 13 ล้านราย

ที่อาศัยแพลตฟอร์มของเราเป็นช่องทางในการหารายได้ เราตระหนักดีว่าแกร็บไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันที่ช่วยตอบสนองความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่เรายังสามารถมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้พยายามพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี

ให้กับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมใน มิติหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม (Social Impact) ซึ่งโฟกัสไปที่การเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างอาชีพ และรายได้จากแพลตฟอร์มของเรา

การส่งเสริม และดูแลสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และการใช้ธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลกิจการเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Governance) โดยทั้งหมดนี้สอดคล้องไปกับพันธกิจ “แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” 

ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่แกร็บในทุกประเทศยึดถือมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ สำหรับรายงานความยั่งยืนของแกร็บประจำปี 2566 ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานที่แกร็บทั่วทั้งภูมิภาได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา โดยมีไฮไลท์์สำคัญ ดังนี้

Grab

การสร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม

  • พาร์ทเนอร์คนขับ และร้านค้าสามารถสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแกร็บได้รวมกันมากกกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.07 แสนล้านบาท) ขณะที่รายได้ต่อชั่วโมงของพาร์ทเนอร์คนขับเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยให้สินเชื่อพาร์ทเนอร์คนขับ และร้านค้าเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.55 หมื่นล้านบาท)เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 57% โดย 1 ใน 3 ของพาร์ทเนอร์คนขับทั้งแพลตฟอร์มได้รับสินเชื่อจากแกร็บ
  • พัฒนาทักษะและศักยภาพของพาร์ทเนอร์เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้ ด้วยการจับมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรการเงิน การตลาดดิจิทัล การอบรมภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า โดยในปี 2566 มีพาร์ทเนอร์คนขับเข้ารับการอบรมออนไลน์ผ่านโครงการ GrabAcademy มากถึง 1.2 ล้านคน
  • รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย โดย 99.99% ของเที่ยวเดินทางในการรับส่งผู้โดยสาร และบริการเดลิเวอรีปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ขณะที่จำนวนเที่ยวการเดินทางจากให้บริการทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้นถึง 11% ในปีที่ผ่านมา

Grab

การส่งเสริม และดูแลสิ่งแวดล้อม

  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 71,000 ตัน จากการสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ หรือเป็นศูนย์ ในการให้บริการ 
  • สนับสนุนการปลูกต้นไม้กว่า 280,000 ต้น จากการบริจาคเงินของผู้ใช้บริการผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนทุกครั้งที่ใช้บริการเรียกรถ และเดลิเวอรี
  • ลดการใช้ช้อนส้อมพลาสติกไปเป็นจำนวนรวมกว่า 817 ล้านชุด และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้มากถึง 7,365 ตัน จากฟีเจอร์งดรับช้อนส้อมพลาสติก และการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีไซเคิลได้

Grab

“สำหรับในประเทศไทย แกร็บยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิ“แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา นอกจากการพัฒนาและปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังโควิด โดยยังคงเปิดโอกาสให้คนไทยใช้แพลตฟอร์มของเราในการสร้างรายได้แล้ว

เรายังได้ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้าที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ด้วยการให้สินเชื่อแก่พาร์ทเนอร์กว่า 100,000 ราย ในด้านสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งผลักดันโครงการ แกร็บ EV โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจเพื่อสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

ขณะเดียวกันเราก็ยังเดินหน้โครงการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนเมื่อใช้บริการต่าง ๆ ของแกร็บ ซึ่งเฉพาะในปีที่ผ่านมา เราได้นำเงินบริจาคไปซื้อคาร์บอนเครดิต และปลูกต้นไม้เพื่อชดเชยคาร์บอนได้มากกว่า 150,000 ต้นในจังหวัดกระบี่วรฉัตร กล่าว

Grab

นอกจากนี้ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา แกร็บ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรม “แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อปลุกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน โดยร่วมกับมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย (TerraCycle Thai Foundation) ชวนพนักงานจิตอาสาไปร่วมเก็บขยะในคลองลาดพร้าว

พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการ และการคัดแยกขยะที่ถูกวิธี โดยสามารถเก็บขยะได้เป็นจำนวนกว่า 1.3 ตัน เพื่อนำมาคัดแยก และรีไซเคิลต่อไป

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay