วีเอ็มแวร์ (VMware) เปิดตัวแพลตฟอร์มบล็อกเชน (Blockchain) ระดับองค์กร ปลดล็อกคลังข้อมูล และเพิ่มอิสระในการนำข้อมูลไปใช้งาน ลดความเสี่ยง…
VMware เปิดตัวแพลตฟอร์ม Blockchain ระดับองค์กร
วีเอ็มแวร์ เปิดตัว วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน (VMware Blockchain) เพื่อเป็นรากฐานทางดิจิทัลที่องค์กรต่าง ๆ สามารถวางใจใช้ในการสร้างเครือข่าย และปรับใช้แอปพลิเคชันแบบกระจายจากส่วนกลาง เพื่อลดความเสี่ยงในเชิงธุรกิจ
วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ ในการขยาย และปรับขนาดแพลตฟอร์มได้ในระดับองค์กร อันจะช่วยปลดล็อกคลังข้อมูล และเพิ่มอิสระในการนำข้อมูลไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว และทันท่วงที
ในการดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องทำงานบนข้อมูลและเวิร์กโฟลว์ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากทุกแหล่งมาใช้ เพื่อสร้างมูลค่าในอนาคต แต่กระบวนการที่นำข้อมูลมาใช้งานอาจมีความซับซ้อน เนื่องจากข้อมูลมักกระจัดกระจายอยู่ภายในองค์กร มีหลายขั้นตอนในการนำไปใช้งานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
และยังมีค่าใช้จ่ายในการแบ่งปันและรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องนำเครือข่ายหลายฝ่ายแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด มีระบบความเป็นส่วนตัว และทำงานได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการทำงานในระดับองค์กรกับอีโคซิสเต็มในระดับโลก

เบรนดอน ฮาว รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Blockchain ที่วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า เรามุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มบล็อกเชนระดับองค์กรโดยพัฒนาให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เข้มงวดระดับสูงสุดของธุรกิจบริการทางการเงินและการทำงานแบบกระจายเวิร์คโหลดเพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดวิกฤติ
ซึ่งต้องการบริการบล็อกเชนที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง โดย วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน มีฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจขององค์กรต่าง ๆ พร้อมความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความต้องการใช้งานบล็อกเชนที่มีการพัฒนาต่อยอดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต

วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน เปิดตัวรุ่นเบต้าครั้งแรกที่งาน VMworld 2018 Europe วีเอ็มแวร์กำลังนำสิ่งที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมมารวมไว้ในแพลตฟอร์ม วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน เพื่อยกระดับความสามารถระดับองค์กรด้วย ซอฟแวร์ที่สามารถเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ (extensibility) ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ประสิทธิภาพ
และความสามารถในกาขยายเวิร์คโหลดของโครงสร้างพื้นฐาน (scalability) ทุกองค์กรต่างมองหาโซลูชันที่เป็นมิตรกับอีโคซิสเต็ม ทำให้สามารถแบ่งปันข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และวิเคราะห์แล้ว (source of truth) มีความน่าเชื่อถือ ขณะที่รักษาความเป็นส่วนตัวทำให้จัดการเวิร์กโฟลว์แผนกต่าง ๆ ในองค์กรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วีเอ็มแวร์ตระหนักถึงความสำคัญตั้งแต่เริ่มสร้างซอฟแวร์ (day-0 operation) ไปจนถึงวันที่ซอฟแวร์พร้อมให้บริการ (day-2 operation) เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำโซลูชันบล็อกเชนไปสู่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ จึงมอบชุดความสามารถในการปฏิบัติงานที่ครอบคลุม ความสะดวกในการปรับใช้งาน การตรวจสอบ การอัพเกรด รวมถึงการสนับสนุนตามมาตรฐานสากล
เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ ต้องพึ่งพาบล็อกเชนในการจัดการธุรกรรมจากหลาย ๆ ช่องทาง ปัจจัยสำคัญในการทำงานของแพลตฟอร์มบล็อกเชน และการรองรับการขยาย คือการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมในระบบ (consensus mechanism) โดย วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน Scalable Byzantine Fault Tolerance (SBFT)
ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบความถูกต้องของ Transaction ระดับองค์กรที่พัฒนาขึ้นเป็นระบบภายในด้วย VMware Research ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาด้านการปรับขยายและประสิทธิภาพในโซลูชันบล็อกเชน ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ระบบสามารถทำงานต่อไปได้แม้ว่าจะมีองค์ประกอบภายในบางอย่างเสียหายรักษาความปลอดภัย
ต่อข้อผิดพลาด และการป้องกันการโจมตีที่เป็นอันตรายนอกจากนี้ SBFT นำระบบ Decentralized มาใช้กระจายอำนาจในการตรวจสอบ เป็นการจัดเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ ข้อดีคือมีความโปร่งใสของข้อมูล เพราะเปิดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ พร้อมทั้งสนับสนุนการกำกับดูแลครอบคลุมต่อเนื่องทั้งเครือข่าย

ด้วยเป็นแพลตฟอร์มระดับองค์กรที่ต้องบริหารจัดการร่วมกับหลายภาคส่วน วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน ได้นำข้อได้เปรียบที่เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบเลเยอร์ที่มีการแยกบัญชีแยกประเภทจากภาษาที่ใช้ใน smart contract โดย วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน รองรับ DAML
ซึ่งเป็นภาษา smart contract แบบโอเพนซอร์สที่สร้างขึ้นโดยพาร์ทเนอร์ของ วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน คือ Digital Asset โดยแพลตฟอร์มของ วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน ประกอบด้วยเอ็นจิ้นสำหรับจัดการ virtual smart contract ที่ออกแบบมาเพื่อขยายแพลตฟอร์มให้รองรับภาษา smart contract เพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย
ปัจจุบันกระแสการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการนำมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมการเงิน และกลุ่มซัพพลายเชนเพื่อขับเคลื่อนการค้าปลีก และในธุรกิจเฮลท์แคร์ โดยได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อปรับปรุงประสบการณ์เลวร้ายที่เกิดจากการขาดการเชื่อมโยง
ระบบไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (siloed systems) สำหรับสถาบันการเงิน เทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดความซับซ้อนในการดำเนินงานทำให้ธนาคาร ตัวแทนนายหน้า ผู้ประมวลผลการชำระเงิน และสถาบันการเงินอื่น ๆ ลดระยะเวลาในการดำเนินการลงอย่างมาก มีโซลูชันมาช่วยประมวลผล
และทำสำเนาข้อความส่งซ้ำแทนระบบแมนนวล และสร้างศูนย์กำไรใหม่พร้อมฟีเจอร์ เช่น จัดการบัญชีการค้าและบัญชีชำระราคาหลักทรัพย์พร้อมกันได้ วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสำหรับลูกค้าที่ให้บริการทางการเงินโดยทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ Accenture และ Digital Asset

เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อยกระดับการทำธุรกิจ
ยูวาล รูซ ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งของ Digital Asset กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Digital Asset และ VMware คือการเพิ่มความสามารถให้กับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อยกระดับการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมต่าง ๆ
โดยการรวมความสามารถของ วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน เข้ากับ DAML smart contract จาก Digital Asset จะมอบความเป็นส่วนตัวระหว่างผู้ใช้เวิร์กโฟลว์เดียวกัน ตอนนี้แม้แต่คู่แข่งก็สามารถทำงานร่วมกันในบัญชีแยกประเภทที่มีทั้งความน่าเชื่อถือ และความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้ VMware และ Digital Asset ยังได้ร่วมมือกับลูกค้าที่มีนวัตกรรมสูง เช่น Broadridge Financial Solutions และ Australian Securities Exchange (ASX) ที่ต้องการเทคโนโลยีระดับองค์กรที่ยืดหยุ่นเป็นรากฐาน
Broadridge Financial Solutions คือบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินระดับโลกที่ทำการประมวลผลธุรกรรมหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับคู่ค้าหลายพันราย เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ยอมรับว่า พวกเขาต้องการแพลตฟอร์มบล็อกเชนระดับองค์กรที่มีโซลูชันการประมวลผลแบบกระจายศูนย์
มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำข้อสัญญาการซื้อคืน หรือ Distributed Ledger Technology Repurchase Agreement (DLT Repo)

ด้าน โฮราเซีย บารากัต ผู้บริหารของ DLT Repo ที่ Broadridge Financial Solutions กล่าวว่า Broadridge มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโซลูชันที่ใช้บล็อกเชนเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนและช่วยให้ลูกค้าของเราทำงานได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสร้างโอกาสใหม่ ๆ
โดยเราใช้แพลตฟอร์ม วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน ในการออกแบบ และบังคับใช้ข้อตกลงร่วมกันของผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม Scalable Byzantine Fault Tolerant ที่ปรับขนาดได้ สิ่งนี้จะสร้างฐานข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และวิเคราะห์แบบศูนย์รวมที่ใช้ร่วมกัน และเชื่อถือได้ทำให้กระบวนการ repo เป็นระบบอัตโนมัติ และเป็นดิจิทัลและมีระบบตรวจสอบความถูกต้องตรงกันทั้งต้นทาง และปลายทาง
ASX เป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนในตลาดหลักทรัพย์หนึ่งในสิบของโลก ที่ในแต่ละเดือนมีการดำเนินธุรกรรมซื้อขายหลายล้านรายการผ่านนักลงทุนหลายแสนคนที่ทำงานผ่านโครงสร้างระบบของ ASX ทำให้ ASX ต้องการโซลูชันใหม่ที่รองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น และสามารถแบ่งปันข้อมูลได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งมีระบบปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
แดน เชสเตอร์แมน ซีไอโอของ ASX กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง วีเอ็มแวร์ บล็อกเชน และความเชี่ยวชาญของ Digital Asset ใน smart contract และเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger technology: DLT) เป็นการร่วมมือที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เราเปลี่ยนแปลง
และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลียให้ทันสมัย โดย DLT สามารถช่วยบริษัทที่ให้บริการทางการเงินในการแปลงข้อมูล รักษาความเป็นส่วนตัว และรักษาความลับ รวมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมให้มุ่งเน้นการดำเนินงานด้วยดิจิทัลอีกด้วย

ขณะที่ เดวิด เทรท กรรมการผู้จัดการอาวุโส Global Blockchain และ Multiparty Systems Lead ที่ Accenture กล่าวว่า ด้วยการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของข้อมูลในโลกดิจิทัลของเรา, การทำงานร่วมกับระบบจากหลายภาคส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีบล็อกเชน สิ่งนี้กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรม
และเปลี่ยนวิธีการทำงานร่วมกันของ บริษัทต่าง ๆ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพบริการทางการเงิน ลองจินตนาการขั้นตอนการชำระเงินไปจนถึงการประมวลผลหลังการซื้อขายที่มีความยุ่งยากเป็นคนท้าทาย ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอันทรงพลังจาก VMware และ Digital Asset รวมกับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
ของ Accenture เราจึงนำเสนอความสามารถที่ช่วยให้ลูกค้าขยายโปรดักส์ และบริการใหม่ ๆ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานในขณะที่พวกเขาพัฒนาจัดการ และปรับใช้เวิร์กโฟลว์แบบหลายฝ่ายที่ซับซ้อน
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























