Gartner เผย! 80% ของซีอีโอชี้ AI คือตัวเร่ง บีบองค์กรต้อง “ยกเครื่อง” ระบบการทำงานใหม่ทั้งหมด

Gartner

ยอมรับหรือล่มสลาย? การ์ทเนอร์ (Gartner) เผย 80% ของซีอีโอมอง AI เป็นไฟลนก้น บังคับองค์กรยกเครื่องขีดความสามารถใหม่…

highlight

  • การ์ทเนอร์ เปิดเผยผลสำรวจล่าสุด พบว่าซีอีโอกว่า 80% มั่นใจว่าเทคโนโลยี AI จะกลายเป็นปัจจัยหลักที่บีบให้องค์กรต้องยกเครื่องขีดความสามารถด้านการดำเนินงาน (Operational Capabilities) ใหม่ทั้งหมดภายในปี 2026 นี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ แต่คือการเปลี่ยนกระบวนการทำงานตั้งแต่รากฐานเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

Gartner เผย! 80% ของซีอีโอชี้ AI คือตัวเร่ง บีบองค์กรต้อง “ยกเครื่องระบบการทำงานใหม่ทั้งหมด

การ์ทเนอร์ เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า 80% ของผู้บริหารระดับซีอีโอระบุว่า AI จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับขีดความสามารถในการดำเนินงานในระดับสูงถึงปานกลาง โดยเปลี่ยนโฟกัสจากการเป็น “ธุรกิจดิจิทัล” (Digital Business) ไปสู่ “ธุรกิจอัตโนมัติ” หรือ Autonomous Business

Gartner

Don Scheibenreif รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า Autonomous Business คือ กลยุทธ์ที่เน้น Self-Learning Software Agents และใช้ Machine Customers เป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการ และสร้างมูลค่ารูปแบบใหม่ให้กับองค์กร

ซึ่งบรรดาซีอีโอมองว่าการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นเป้าหมายเร่งด่วนในการดำเนินงาน ขณะที่ Digital Business เปลี่ยนสิ่งที่องค์กรทำ แต่ Autonomous Business จะเปลี่ยนวิธีการของสิ่งที่องค์กรนั้น ๆ กำลังทำอยู่

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารซีอีโอ และผู้บริหารระดับสูงจำนวน 469 รายทั่วโลก ครอบคลุมช่วงเวลา 3 ไตรมาส จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

54% ของซีอีโอระบุว่าการใช้ระบบอัตโนมัติของพวกเขายังจำกัดอยู่เพียงแค่ในงานบางประเภท และภายในสิ้นปี 2028 มีเพียง 13% เท่านั้นที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับเดิม โดย 32% จะนำเครื่องมือ AI ที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยน และเรียนรู้ได้เองมาใช้เพื่อช่วยตัดสินใจ

ขณะที่ 27% บอกว่าองค์กรจะดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุม ซึ่งถือเป็นสัญญาณการก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอัตโนมัติอย่างเต็มตัว (ตามภาพที่ 1)

Gartner
ภาพที่ 1: มุมมองซีอีโอถึงการนำระบบอัตโนมัติและความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติมาใช้
ที่มา: การ์ทเนอร์ (เมษายน 2569)

David Furlonger รองประธานนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า ซีอีโอเริ่มตระหนักว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มระบบอัตโนมัติไปอีกชั้นหนึ่ง แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจอัตโนมัตินี้ผู้บริหารต้องมีกรอบความคิดแบบ “Capabilities‑First Mindset” หรือ “เน้นขีดความสามารถเป็นสำคัญ” โดยให้ความสำคัญกับวิธีการทำงานและการส่งมอบคุณค่าในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ

ความเสี่ยงต่อรายได้จากการทำธุรกรรม (Transactional Revenue) จาก AI 

แม้ระบบอัตโนมัติ และธุรกิจอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามในการแข่งขันได้เช่นกัน 28% ของซีอีโอเชื่อว่ารายได้จากการทำธุรกรรม (เช่น ค่าธรรมเนียมต่อครั้ง) มีความเสี่ยงสูงสุดจากการเข้ามาของ AI เนื่องจาก AI Agent สามารถข้ามขั้นตอนของระบบตัวกลางที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือมีความสามารถในการต่อรอง และกำหนดราคาได้แบบเรียลไทม์

Gartner

“เมื่อ AI Agent เข้ามาจัดการการจัดซื้อ กำหนดราคา และเจรจาต่อรองแบบอัตโนมัติ พวกมันจะกำจัดขั้นตอนส่วนเกิน และความไร้ประสิทธิภาพที่เดิมทีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมต้นทุนส่วนนั้น สิ่งนี้บีบให้ผู้บริหารต้องคิดโมเดลกำไรเสียใหม่และเปลี่ยนไปใช้โมเดลรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring) หรือเน้นผลลัพธ์ (Outcome-based) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียกำไร” Furlonger กล่าวเสริม 

ฐานลูกค้ายังคงเดิม

มีซีอีโอเพียง 17% เท่านั้นที่บอกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฐานลูกค้าอันเนื่องมาจาก AI เทียบกับ 39% ใน ยุคดิจิทัล โดยผู้นำธุรกิจส่วนใหญ่เน้นการใช้ AI เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและขยายไปสู่ “Machine Customers” มากขึ้น

การ์ทเนอร์ คาดว่าภายในปี 2569 จำนวนบริษัทขนาดใหญ่ที่มีหน่วยธุรกิจ หรือช่องทางการขายเฉพาะเพื่อเข้าถึงตลาด Machine Customers ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 

สำหรับผู้บริหารระดับสูง ข้อมูลนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างระบบที่รองรับการตัดสินใจของทั้ง “มนุษย์” และ “เครื่องจักร” โดยต้องยึดถือความเชื่อมั่น, ความแม่นยำ และความสมบูรณ์ของข้อมูลเป็นศูนย์กลาง

Gartner

“เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นี้ ทั้ง CEO และ CIO จะต้องเป็นผู้นำขององค์กรในการรื้อรากฐานการดำเนินงาน และออกแบบโครงสร้างด้านบุคลากร สินทรัพย์ และการเงินใหม่ทั้งหมด” Scheibenreif กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay