พีต้า อินโนเวชั่น (PETA Innovation) เตรียมสานต่องานวิจัย “ไพลนาโนอีมัลชัน” จากนักวิจัยคณะวิทย์จุฬาฯพร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ พร้อมเปิดตัว สินค้ากลุ่มแรก PETA Gold Serum…
highlight
- พีต้า อินโนเวชั่น นำผลงานวิจัย “ไพลนาโนอีมัลชัน” จากนักวิจัยคณะวิทย์จุฬาฯ ต่อยอดเชิงพาณิชย์พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพความงามในระดับอุตสาหกรรมออกสู่ตลาดทั้งใน และต่างประเทศ พร้อมเปิดตัว สินค้ากลุ่มแรก PETA Gold Serum การันตีด้วยรางวัลเหรียญทอง Gold Prize จากงานประกวดนวัตกรรมนานาชาติที่ประเทศเกาหลี SIIF 2022 และได้รับการสนับสนุนจาก RNN สวทช. และภาควิชาเคมีฯ หัวหน้าภาควิชาย้ำงานวิจัยยุคใหม่นอกจากเพื่อสร้างองค์ความรู้แล้ว ยังต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคม
PETA Innovation เตรียมสานต่องานวิจัย “ไพลนาโนอีมัลชัน” จากนักวิจัย จุฬาฯ พร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์ด้านความงามทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ปิติสุขค์ ดำมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีต้า อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า พีต้าอินโนเวชั่น ว่าก่อตั้งขึ้นมาเพื่อ ดำเนินธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ การผลิต และทำตลาดสินค้า นวัตกรรรม โดยมีที่ดำเนินการศึกษาวิจัยขึ้นเอง การจ้างหรือร่วมทุนทำวิจัยกับภาคส่วนต่าง ๆ
ตลอดจนการเข้าไปซื้อสิทธิ์หรือต่อยอดงานงานวิจัย จากนักวิจัยในมหาวิทยาลัยไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะการเข้าไปต่อยอดผลจากการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย ซึ่งจากการสำรวจของบริษัทพบว่า ในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างสนับสนุนให้อาจารย์ทำวิจัย ในแต่ละปีมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ และได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย
และยังพบว่ามีผลงานวิจัยจำนวนไม่น้อยที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ แต่ยังไม่ถูกนำมาขยายผลในธุรกิจ หรือนำมาใช้ประโยชน์ และสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และทางการตลาดเท่าที่ควร ซึ่งมีสาเหตุมาจากข้อจำกัดในหลาย ๆประการ

“ในการจัดจำหน่ายตลอดจนถ้าเกิดต่
หลังจากนั้นเรามีเป้ามหายที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศ และเราพร้อมที่เป็นผู้รับจ้างที่ออกแบบ และผลิตสินค้าให้กับบริษัทอื่น ๆ (Original Design Manufactuere : ODM) ซึ่งปัจจุบันเราได้มีการเจรจากับนั
“ไพลนาโนอีมัลชัน” ผลิตภัณฑ์ดูแล และบำรุงผิวหน้าแบบนาโนอีมัลชั่น

ยศพงศ์ เตชะพรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และการตลาด บริษัท พีต้า อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า จุดแข็งของบริษัทนอกจากจะมีการสร้างนวัตกรรมของตนเองแล้ว ยังเป็นบริษัทที่เกิดจากการรวมตัวกับของกลุ่มนักธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการตลาด และมีเครือข่ายความร่วมมือกับธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ
ทั้งใน และต่างประเทศ ที่มองเห็นเทรนด์การเติบโตของธุรกิจสินค้านวัตกรรมร่วมกัน ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนำออกสู่ตลาดชุดแรกภายใต้แบรนด์ พีต้า อินโนเวชั่น เป็นสินค้าที่พัฒนามาจากผลวิจัย “ไพลนาโนอีมัลชัน“ ที่พัฒนาขึ้นโดย ศ.ดร.นงนุช เหมืองสิน อาจารย์ และนักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“เรานำผลงานวิจัยดังกล่าว มาขยายผลต่อยอด และผลิตเป็นสินค้าในกลุ่ม สุขภาพ ความงาม และการชะลอวัยใน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ PETA Whitening Gold Serum ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแล และบำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ Plaicoco มาร์กสูตรไพล ผสมโกโก้ ช่วยลดอาการอักเสบของผิว ต่อต้านริ้วรอยคงความชุ่มชื้นให้กับผิว
และ ไพรโลเพน ซึ่งเป็นครีมสารสกัดไพลเข้มข้นนาโนอีมัลชั่น ที่ช่วย ช่วยบรรเทาอาการปวด อักเสบ ของกล้ามเนื้อ และ อาการนิ้วล็อค ในอนาคตอันใกล้ บริษัทยังมีแผนที่จะนำผลงานวิจัยเกี่ยวกับการสกัด และรักษาสารออกฤทธิ์ที่อยู่ในพืชผลทางการเกษตรหรือสมุนไพรของไทยไปพัฒนาเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ อีกหลายผลิตภัณฑ์
โดยสินค้าที่ผลิต และจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ พีต้า อินโนเวชั่น ทุกชิ้นจะต้องมีผลงานวิจัยเข้ามารอบรับ จึงขอให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง” ยศพงศ์ กล่าว

ศ. ดร. นงนุช เหมืองสิน อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลงานวิจัยที่ให้สิทธิ์กับ บริษัทพีต้าอินโนเวชั่น นำไปต่อยอดว่า มีทั้งผลงานวิจัยที่บริษัทสามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทันที และยังช่วยพัฒนากระบวนการสกัดสารออกฤทธิ์จากวัตถุดิบ ขณะนี้บริษัทได้นำไปพัฒนาเป็นสินค้า
ที่พร้อมจำหน่าย คือ PETA Whitening Gold Serum ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก RNN, สวทช. และภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และยังได้รับรางวัลเหรียญทอง Gold Prize จากงานประกวดนวัตกรรมนานาชาติที่ประเทศเกาหลี SIIF 2022 คุณสมบัติพิเศษของ PETA Whitening Gold Serum
คือจะช่วยลดปัญหาบนผิวหน้าที่ก่อให้เกิดฝ้า รอยด่างดำบนผิวหน้า โดยการเข้าไปยับยั้งการเกิดเม็ดสี ลดผิวหนังอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่กระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสี ตลอดจนยับยั้งการออกซิเดชั่นซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของการเกิดริ้วรอย และรอยด่างดำ

“นอกจากนี้บริษัทพีต้าอินโนเวชั่น ยังได้นำผลงานวิจัย “ไพลนาโนอีมัลชัน“ ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆอีก ซึ่งทางแลปวิจัยก็จะเข้าไปช่วยให้คำปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย” ศ. ดร. นงนุช กล่าว
หากถามว่ากลัวการลอกเลียนแบบหรือไม่นั้น ก็ต้องตอบว่าไม่กลัวเนื่องจาก การลอกเลียนแบบนั้นทำได้ยากเพราะเป็นนวัตกรรมแบบนี้ต้องใช้เงิ
ทำให้ออกฤทธิ์ซึมเข้าสู่ใต้ผิ
ยกระดับผลงานวิจัยให้มีมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์

ศ. ดร. วรวีร์ โฮเว่น หัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า ภาควิชาให้ความสำคัญต่อการทำวิจัยของคณาจารย์ในภาควิชาว่า นอกจากจะทำวิจัย เพื่อตอบโจทย์เรื่องของการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่แล้ว ต้องสามารถสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ด้วยไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ หรือสังคม
งานวิจัยต้องสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต และศักยภาพทางการแข่งขันของคนไทยได้ งานวิจัยจะต้องไม่อยู่บนหิ้งอีกต่อไป ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มีนวั
ส่วนอาจารย์ท่านไหนจะสนใจเปลี่ยนจากงานวิจั
ซึ่งในฐานะหัวหน้าภาควิชา ก็มองว่
ซึ่งปัจจุบันภาควิชาเคมีอาจารย์ผู้สอนประมาณ 70 ท่าน แต่มีนักวิจัยที่จะทำวิ
ซึ่งจุดแข็งของ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราคืออะไรก็
ซึ่งในฐานะหัวหน้าภาควิชาแล้วก็ออกไปคุ
ขณะที่ในส่วนของระดั
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























