ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) และ กรมราชทัณฑ์ ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Prompt Post ยกระดับการสื่อสารระหว่างผู้ต้องขัง และญาติสู่รูปแบบดิจิทัลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และลดช่องว่างความคิดถึงในยุค 2026…
highlight
- ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาระบบตู้ไปรษณีย์อิ
เล็กทรอนิกส์สำหรับกรมราชทัณฑ์ (DOC Prompt Post) ภายใต้แพลตฟอร์ม Prompt Post ยกระดับการรับ–ส่งจดหมายอิเล็ กทรอนิกส์ระหว่างผู้ต้องขั งและญาติ ให้สะดวก รวดเร็ว และเป็นไปตามข้อกำหนด และขั้ นตอนการปฏิบัติงานภายในเรือนจำ
พลิกโฉมการสื่อสารในเรือนจำ! Thailand Post ส่ง Prompt Post พัฒนาระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หนุนกรมราชทัณฑ์

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารของ ไปรษณีย์ไทย เข้ากับภารกิจของกรมราชทัณฑ์
โดย ไปรษณีย์ไทย ได้นำศักยภาพของแพลตฟอร์ม Prompt Post มาพัฒนาระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การรับ–ส่งจดหมายระหว่างผู้ต้องขัง และญาติสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบสถานะได้ และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยลดขั้นตอนแบบเดิม ลดการใช้เอกสารกระดาษ
และทำให้การติดต่อสื่อสารมีความคล่องตัวมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด “Document less, Live more” ที่มุ่งลดภาระงานเอกสาร ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับภารกิจหลักได้มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ญาติสามารถส่งข้อความถึงผู้ต้องขังได้อย่างเป็นระบบ

“ระบบตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จะมีการแยกโครงข่ายการใช้งานอย่างชัดเจน โดยบุคคลภายนอกจะส่งข้อมูลผ่านระบบ Internet เข้าสู่ระบบจัดการกลางของ ไปรษณีย์ไทย ขณะที่ผู้ต้องขังจะใช้งานผ่านระบบ Intranet ภายใต้โครงข่ายของกรมราชทัณฑ์ โดยไม่เชื่อมต่อกับ Internet โดยตรง
เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุม และรักษาความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งข้อความที่จะถูกส่งจะอยู่ในการควบคุมให้เป็นไปตามกฏ และตรวจสอบจากทางกรมราชทัณฑ์เหมือนการการตรวจสอบจากจดหมายในรูปแบบเดิม ขณะที่ในด้านการใช้งานผู้ที่มีสิทธิ์เข้าสมัคร และใช้งาน Prompt Post คือญาติของผู้ต้องขัง

ซึ่งการปรับเปลี่ยนกระบวนการเข้ามาสู่แบบของดิจิทัลนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแล้ว ก็ยังเป็นการเพิ่มการพิสูจน์ตัวตนทั้งจากผู้ส่ง-ผู้รับ เนื่องจากมีการเก็บข้อมูล ซึ่งอนาคตยังสามารถต่อยอดไปในรูปแบบของคลิปวีดีโอได้ และใช้ AI เข้ามาช่วยการตรวจสอบป้องกันการส่งภาพที่แฝงไปด้วยวัตถุประสงค์
ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่ทั้งนี้คงเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาว่าผิดระเบียบของกรมราชทัณฑ์หรือไม่ ทั้งนี้โครงการความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการเริ่มทดลองใช้ในสถานจองจำ หรือเรือนจำ 5 แห่ง ในระยะ 3-4 เดือน ก่อนจะขยายการใช้งานไปยังเรือนจำแห่งอื่น ๆ
ซึ่งการทดสอบเบื้องต้นพบว่ามีการใช้ระบบ Prompt Post ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 25,000 ฉบับ นอกจากนี้ตัวระบบ และยังสามารถต่อยอดไปสู่บริการบริการอื่น ๆ ของทาง ไปรษณีย์ไทย ได้ ซึ่งในอนาคตหลังจากทดสอบเสร็จสิ้นแล้วก็จะเริ่มมีการเก็บค่าบริการจากญาติผู้ต้องขัง หรือผู้ต้องขัง ในฐานะผู้ใช้บริการบน Prompt Post ซึ่งในส่วนของผู้ต้องขังจะทำผ่านเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์”

ด้าน พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ในด้านการพัฒนาระบบการรับ–ส่งไปรษณียภัณฑ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อสื่อสาร
ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจด้านการบริหารงานราชทัณฑ์ให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
ด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดินโดยรวม อีกทั้ง เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาพฤตินิสัยด้วยการพัฒนาระบบการสื่อสารในเรือนจำ สร้างมาตรฐานใหม่อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง

ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องขัง และครอบครัวให้เกิดขวัญกำลังใจ ปรับทัศนคติการดำเนินชีวิตในระหว่างต้องโทษ พร้อมกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนไปกระทำผิดซ้ำอีก
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้ง 2 หน่วยงาน ในการพัฒนาระบบราชการสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการสื่อสารภายในเรือนจำที่มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-114-3742 หรือช่องทาง Line : @promptpost
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























