ผู้นำธนาคารชั้นนำของไทยร่วมเผยความท้าทายในการตรวจจับ “เครือข่ายฟอกเงินข้ามธนาคาร” ที่มีความซับซ้อนสูง ชี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูล และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ…
highlight
- BioCatch ระบุว่าประเทศไทย พบว่า 80% ของผู้นำธนาคารไทยต้องเผชิญความเสียหายมากกว่า 155 ล้านบาทต่อปี ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ 55% ของธนาคารรายงานความสูญเสียพุ่งสูงเกินกว่า 310 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ทิ้งห่างประเทศอื่นในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้นำแบงก์ไทยยอมรับ! “เครือข่ายฟอกเงินข้ามธนาคาร” โจทย์ใหญ่สุดหินที่ต้องเร่งแก้ในยุคดิจิทัล

ผลสำรวจล่าสุด ใน กลุ่มผู้นำที
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมาก (87%) ยอมรับว่าธนาคารของตนยั

“จากทั้งหมด 12 ภูมิภาคที่เราสำรวจ ระดับความสูญเสียจากการฉ้อโกงที่
รายงานในประเทศไทยนั้นอยู่ ในระดับที่น่าตกใจ”
โธมัส พีค็อก ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกด้านการฉ้อโกงระดับโลกของ BioCatch กล่าวว่า 4 ใน 5 ของผู้นำระดับสูงในธนาคารไทยระบุว่าองค์กรของตนสูญเสียเงินให้กับการฉ้อโกงมากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 155 ล้านบาท) ทุกปี ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค และเกินกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหารระดับ C-level ทั้งหมดที่ร่วมการสำรวจในประเทศไทยระบุว่าความสูญเสียจากการฉ้อโกงรายปีของธนาคารตนสูงกว่าเกณฑ์นี้ และ 55% รายงานว่าความสูญเสียรายปีนั้นสูงกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 310 ล้านบาท)
การสำรวจ นี้จัดทำโดย BioCatch ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงิน ผ่านการวิเคราะห์ และจดจำรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ โดยผลสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเกือบสองในห้า หรือกว่า 39% ไม่ได้ประเมินว่ามาตรการควบคุมการฉ้อโกง หรือทุจริตที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพมากพอ
โดยให้คะแนนเพียง 5 เต็ม 10 หรือต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเพียง 10% ที่ระบุว่าธนาคารของตนกำลังยกระดับระบบป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง แต่ 85% ระบุว่ากำลังศึกษา และเตรียมนำโซลูชันใหม่ ๆ มาใช้งาน

ด้าน มาดี สันติชัยอนันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและดูแลลูกค้าประจำประเทศไทย (ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) BioCatch กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการฉ้อโกง การหลอกลวง และกิจกรรมบัญชีม้าข้ามธนาคารที่มีการทำงานประสานกันในระดับที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน การโอนเงินแบบเรียลไทม์
การหลอกลวงให้ควบคุมเครื่องจากระยะไกล และเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ทำให้เวลาที่เรามีในการปกป้องลูกค้านั้นลดลงเหลือเพียงไม่กี่วินาที การสำรวจนี้ยืนยันสิ่งที่พวกเราหลายคนรู้สึกทุกวัน นั่นคือ ความเสี่ยงนี้ใหญ่เกินกว่าธนาคารใดธนาคารหนึ่งจะรับมือได้เพียงลำพัง
การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยการตรวจจับที่รวดเร็วขึ้น ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และแนวทางที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั่วทั้งระบบนิเวศทางการเงินของไทย
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ จากผลสำรวจ

- ความเสี่ยงของการชำระเงินแบบเรียลไทม์ : ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 92% มองว่าการโอน หรือชำระเงินแบบทันทีเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงในระดับสูงมาก หรือปานกลาง

- ให้คุณค่ากับการวิเคราะห์ด้านพฤติกรรม : ผู้นำในภาคธนาคารไทยมองว่าโซลูชันที่อาศัยการวิเคราะห์พฤติกรรมมีคุณค่าสูง โดย 76% ระบุว่าธนาคารของตนใช้งานโซลูชันแบบดังกล่าวอยู่แล้ว หรืออยู่ระหว่างประเมินเพื่อพิจารณานำมาใช้
- การตรวจสอบต้องใช้เวลา : มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 24% หรือไม่ถึง 1 ใน 4 ที่ระบุว่าธนาคารสามารถสืบสวนหรือตรวจสอบเคสฉ้อโกงได้ครบถ้วนภายใน 1 วัน
- ความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์น่ากังวลกว่าความเสียหายทางการเงิน : ผู้ตอบแบบสำรวจ 73% หรือเกือบ 3 ใน 4 ระบุว่า ความเสี่ยงต่อชื่อเสียงจากการทุจริต และมิจฉาชีพ เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าผลกระทบทางการเงิน

สามารถดาวน์โหลดรายงานเพื่อดูผลการสำรวจฉบับเต็มได้ที่นี่
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























