ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญ “OT Security Summit 2026” รวมพลผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ร่วมอัปเดตแนวโน้มภัยคุกคาม และโซลูชันการป้องกันระบบ OT เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 5.0 อย่างปลอดภั ยและมีประสิทธิภาพ…
Fortinet เปิดเวที “OT Security Summit 2026” ยกระดับเกราะป้องกันระบบการผลิตไทย สู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
ฟอร์ติเน็ต จัดงานสัมมนา “Fortinet OT Security Summit 2026-Thailand Edition” ภายใต้หัวข้อ Cybersecurity for OT and Critical Infrastructure เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในยุค Industry 5.0 จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในภาคอุตสาหกรรมระดับโลก
งานสัมมนา “OT Security Summit 2026-Thailand Edition” มีเป้าหมายเพื่อสร้างการขับเคลื่อนในการนำกลยุทธ์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ขององค์กรสู่การปฏิบัติจริง เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม โดยภายในงานสัมมนาได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานชั้นนำทั้งภาครัฐ และเอกชน
ของไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ เช่น วิธีปกป้องระบบ IT และระบบ OT ด้วยกลยุทธ์ความปลอดภัยแบบบูรณาการ การปกป้องระบบเก่าควบคู่กับการตอบสนองความต้องการของระบบ OT สมัยใหม่ การรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงจากระยะไกล
สำหรับ พนักงาน ผู้ขาย และผู้ให้บริการด้วยหลักการ Zero Trust รวมถึงการสร้างขีดความสามารถด้าน OT SecOps ขั้นสูงเพื่อตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เทรนด์โรงงานยุคใหม่ เร่งยกระดับความปลอดภัย OT
ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ปี 2026 ระบบ OT Security ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดประเทศไทย เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฟอร์ติเน็ตเร่งสร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจถึงความจำเป็นในการปกป้องสภาพแวดล้อมระบบ OT
ซึ่งสะท้อนสัญญาณเชิงบวกจากการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน และสาธารณูปโภคที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้ Firewall ระดับอุตสาหกรรมที่มีความทนทานสู งเพื่อป้องกันภัยคุกคามเฉพาะทาง การจัดงาน OT Security Summit ในครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยให้กลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาทางเลือก ได้รับองค์ความรู้ในการวางแผนกลยุทธ์ และตัดสินใจลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

“อีกทั้งฟอร์ติเน็ตยังพบแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะโรงงานสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มยกระดับ OT Security ให้เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดตามกฎระเบียบสากล เนื่องจากปัจจุบันมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ IoT อย่างแพร่หลายเพื่อการอัปเดตข้อมูลและตรวจวัดสถานะต่าง ๆ
ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้ภัยคุกคามเข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น จากประสบการณ์ที่เคยนำอุปกรณ์ไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง พบว่ามีภัยคุกคามแฝงตัวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยที่ผู้ดูแลระบบไม่เคยรู้มาก่อน เนื่องจากขาดการตรวจสอบและเฝ้าระวังที่เป็นระบบ
ดังนั้นการปรับเปลี่ยนมุมมองจากการพึ่งพาเพียงทีมวิศวกร มาสู่การนำเครื่องมือมอนิเตอร์และโซลูชันด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้เชิงรุกเข้ามาใช้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้รอดพ้นจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น”
สกมช.เตรียมปั้น OT Security Guideline
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และแนวทางการปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับระบบ OT ผ่านการเสวนาหัวข้อ How to Standardizing OT Security in Industry 5.0
โดยเน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ และรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากช่องโหว่ของการใช้งานระบบ OT รวมถึงการปรับความคิดและความเชื่อที่ว่าระบบ OT จะไม่โดนโจมตีจากผู้ประสงค์ร้าย และการมีภาษากลางที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการสื่อสาร และการขับเคลื่อนการทำงาน
ระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้านระบบ IT ระบบ OT และระดับผู้บริหาร นอกจากนี้เตรียมจัดทำ OT Security Guideline ร่วมกันระหว่าง สกมช. และภาคีเครือข่ายที่จะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น และช่วยแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระดับประเทศได้

“เรื่อง OT ให้มองเสมือนแผนที่ที่มีเข็มทิศและเราต้องรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนของแผนที่นั้นเพราะแต่ละหน่วยงานมีบริบทที่ต่างกัน เมื่อมองเห็นจุดยืนของตนเองจะทำให้เข้าใจและรู้วิธีการปรับใช้ตามบริบท และนโยบายของหน่วยงาน ฉะนั้นการมีไกด์ไลน์ จะช่วยให้หน่วยงานสามารถวิเคราะห์ กำหนดทิศทาง และวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม” พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. กล่าว
ฟอร์ติเน็ต ชู 3 กลยุทธ์ ปิดช่องโหว่ภัยไซเบอร์อุตสาหกรรม
ฟอร์ติเน็ต เผยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้บริหารระดับสูงด้านความปลอดภัยสารสนเทศ หรือ CISO ดูแลด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานระบบ OT เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และองค์กรส่วนใหญ่ยังคงเผชิญกับปัญหาช่องโหว่ในการมองเห็นระบบ (Visibility Gaps) และการใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ล้าสมัย ส่งผลให้เครือข่าย OT เป็นเป้าหมายของการคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์การสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบ OT จึงสำคัญ
CISO จำเป็นต้องมุ่งเน้นใน 3 กลยุทธ์หลัก โดยเริ่มจากการสร้างการมองเห็นระบบอย่างครบถ้วน (Complete Visibility) ผ่านการใช้โปรโตคอล OT และเครื่องมือค้นหาสินทรัพย์เพื่อตรวจจับช่องโหว่แบบเรียลไทม์ รวมถึงการบังคับใช้การแบ่งส่วนเครือข่ายและระบบ Zero Trust โดยใช้ Firewall ระดับอุตสาหกรรมเพื่อจำกัดการเข้าถึงและป้องกันการโจมตีแบบขยายผลจะช่วยลดผลกระทบหากเกิดการบุกรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นวัตกรรม และการป้องกันเชิงรุก คือกุญแจสำคัญในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคต ด้วยการเปลี่ยนจากกระบวนการทำงานแบบเดิมสู่ระบบอัตโนมัติ การบูรณาการระบบตรวจจับภัยคุกคามด้วย AI และเทคโนโลยี Virtual Patching จะช่วยให้องค์กรสามารถระบุ และยับยั้งภัยคุกคามได้ก่อนที่จะเกิดการหยุดชะงักของการดำเนินงาน
ฟอร์ติเน็ต เข้าใจความท้าทายเหล่านี้ และมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อสอดรับกับความต้องการของตลาด ผ่านแพลตฟอร์ม Fortinet OT Security เพื่อร่วมยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ในภาคอุตสาหกรรม

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























