NT ผนึก กรมราชทัณฑ์ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัล-นวัตกรรมสุดล้ำ ยกระดับงานราชทัณฑ์ยุคใหม่

NT

ก้าวสู่ข้าราชการดิจิทัล! เอ็นที (NT) จับมือกองทัพกรมราชทัณฑ์ วางระบบอัจฉริยะเพิ่มความปลอดภัย และจัดการฐานข้อมูล…

highlight

  • บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ เฮ้นที ผนึกกำลัง กรมราชทัณฑ์ ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมภาครัฐครั้งสำคัญ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล โครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง และระบบจัดการข้อมูลอัจฉริยะ ยกระดับระบบงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการภายใน และการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังในปี 2026

NT ผนึก กรมราชทัณฑ์ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัล-นวัตกรรมสุดล้ำ ยกระดับงานราชทัณฑ์ยุคใหม่

NT

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ร่วมกับ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงนามความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานราชทัณฑ์

โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม หรือ ดีอี ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ณ ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 อาคาร 9 เอ็นที สำนักงานแจ้งวัฒนะ

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการร่วมกันศึกษา ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีเครือข่าย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนงานด้านการควบคุมดูแล และบริหารจัดการผู้ต้องขัง การดำเนินงานด้านทัณฑ์ปฏิบัติ การพัฒนา พฤตินิสัยผู้ต้องขัง

และการคืนคนดีสู่สังคม รวมถึงการบริหารจัดการองค์กร เรือนจำและทัณฑสถาน ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยง และบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทั้งสองหน่วยงานจะนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้กับระบบ

รวมถึงแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานอย่างเหมาะสม เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการต้นแบบในอนาคต ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะคำนึงถึงกฎหมาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเคร่งครัด และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ในการบูรณาการเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการเรือนจำทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพใน 3 มิติยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัย (Security), การส่งเสริมสุขภาพ (Healthcare), และการพัฒนาพฤตินิสัย (Rehabilitation) เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมอ้างอิงระดับชาติ (National Reference Architecture) ที่สามารถขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรมไปยังเรือนจำทั้งหมด 143 แห่งทั่วประเทศ

วางรากฐานระบบงานราชทัณฑ์ยุคใหม่ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ทันสมัย

NT

พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานสำคัญในกระบวนการยุติธรรม มีภารกิจด้านการควบคุม ดูแล แก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมคืนคนดีสู่สังคม ดังนั้นภารกิจของกรมราชทัณฑ์จึงไม่ใช่เพียงการดูแลความมั่นคงปลอดภัยในเรือนจำ และทัณฑสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นภารกิจด้านการพัฒนาคน สร้างโอกาส และลดการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว

ซึ่งในปัจจุบัน งานราชทัณฑ์มีความละเอียดอ่อน และซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านจำนวนผู้ต้องขัง ความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย การดูแลสุขภาพ การบริหารข้อมูล และความคาดหวังของสังคมต่อระบบราชทัณฑ์ ด้วยเหตุนี้กรมราชทัณฑ์จึงเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

โดยจะต้องมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบงานราชทัณฑ์ยุคใหม่ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ทันสมัย และสามารถต่อยอดไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขัง

NT

ด้าน พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยว่า ในฐานะหน่วยงานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ เอ็นที พร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญขององค์กร

ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ระบบเครือข่ายดิจิทัล ระบบสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัย คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนเทคโนโลยีสมัยใหม่ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการศึกษา ออกแบบ และพัฒนาแนวทางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของเรือนจำ และทัณฑสถาน

ซึ่งเอ็นที พร้อมสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ในด้านต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความต่อเนื่องของบริการ ความคุ้มค่า และประโยชน์สาธารณะในระยะยาว ทั้งนี้ผมมองว่าความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการลงนามในเชิงสัญลักษณ์

แต่เป็นการบูรณาการโดยเชื่อมโยงศักยภาพของ 2 หน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และมีส่วนร่วมในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อการขับเคลื่อนภารกิจของภาครัฐ สู่การเป็นสังคมดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพในอนาคต

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay