ABeam Consulting เจาะลึกจุดเปลี่ยนยานยนต์อาเซียน ชี้ตลาดมุ่งสู่รถยนต์มากขึ้น

ABeam Consulting

เอบีม คอนซัลติ้ง (ABeam Consulting) เจาะลึกจุดเปลี่ยนยานยนต์อาเซียน การขยับจากตลาดรถจักรยานยนต์สู่รถยนต์มากขึ้น…

highlight

  • เอบีม คอนซัลติ้ง เผยผลการศึกษาตลาดรถจักรยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน และผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ ระบุประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีปริมาณรถจักรยานยนต์จำนวนมากกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดรถยนต์ในระดับที่แตกต่างกัน เอบีม คาดในที่สุดแล้วทุกประเทศจะผันตัวเข้าสู่ตลาดรถยนต์เต็มตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชี้ปัจจัยหลักสำคัญที่ผลักดันตลาดคือรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประเทศกลุ่มอาเซียน การวางนโยบาย และการขยายโครงสร้างพื้นฐาน แนะบริษัท OEM มองหาวิธีการรับมือก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น เพื่อช่วยให้บริษัทก้าวทันตลาดแบบไม่ตกขบวน

ABeam Consulting เจาะลึกจุดเปลี่ยนยานยนต์อาเซียน ชี้ตลาดมุ่งสู่รถยนต์มากขึ้น

มรอิชิโร ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ผลการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของตลาดรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียนที่มีระดับที่แตกต่างกัน จากการวิเคราะห์ดังกล่าวพบว่าตลาดรถจักรยานยนต์ของเมียนมาร์ และเวียดนามยังคงมีแนวโน้มขยายตัว

ด้วยจำนวนรถจักรยานยนต์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้า ขณะที่อินโดนีเซียอยู่ระหว่างการเปลี่ยนจากตลาดรถจักรยานยนต์สู่ตลาดรถยนต์ สำหรับประเทศไทยถือเป็นตลาดกำลังพัฒนาเพียงแห่งเดียวที่พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว โดยจะเห็นได้จากยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ซบเซาลงเปรียบเทียบกับอัตราการเติบโต

ในทศวรรษก่อน สวนทางกับตลาดรถยนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดที่พัฒนาไปมากแล้วเมื่อในอดีต โดยเริ่มเติบโตมากขึ้นในกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถเทียบได้กับประเทศจีน

ABeam Consulting
มร. อิชิโร ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด

ซึ่งมียอดขายรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี และที่ขนาดซีซีสูงกว่านั้นมีจำนวน 177,000 คัน ในปี 2562 นับเป็นการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 33% โดยเฉลี่ยต่อปี ตั้งแต่ปี 2553 ที่ยอดขายเพียง 10,000 คันต่อปีเท่านั้น 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อประชากร (GDP per capita) ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงจะเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมเพื่อเป็นงานอดิเรกหรือของสะสมที่หรูหรามากกว่าการนำไปใช้งานที่มีความจำเป็น และจะมีการเลือกซื้อรถยนต์มาใช้งานมากกว่ารถจักรยานยนต์ สำหรับใช้ในการเดินทางขั้นพื้นฐาน 

ABeam Consulting

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าความสัมพันธ์ระหว่างรายได้เฉลี่ยต่อประชากรและอัตราส่วนความเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์และรถยนต์ยนต์นั่งส่วนบุคคลในภูมิภาคอาเซียนแสดงออกมาเป็นกราฟรูปตัว กลับหัว โดยจุดเปลี่ยนคือจุดที่จีดีพีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรพุ่งขึ้นถึงระดับหนึ่ง

ซึ่งผู้คนมีรายได้เพียงพอที่จะซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้ ซึ่งอยู่ที่ระดับรายได้ที่ 3,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 98,760 บาท ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนดังกล่าว โดยอัตราส่วนระหว่างรถจักรยานยนต์ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

เมื่อจีดีพีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรเพิ่มถึงระดับที่สูงขึ้นอีกในระดับ 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 164,600 บาท หรือสูงกว่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ผู้บริโภคจะเริ่มมีความต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่หรือจักรยานไฟฟ้ามาเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยให้ตัวเอง 

ABeam Consulting

เอบีมยังพบว่าภูมิภาคอาเซียนยังคงมีบทบาทสำคัญกับตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วโลก โดยเป็นตลาดอันดับที่ 3 ของโลกในด้านการผลิต และยอดจำหน่ายมานานหลายทศวรรษรองจากอินเดียและจีน ปัจจุบัน อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม เป็นตลาดสามอันดับแรกของอาเซียนที่มียอดขายรถจักรยานยนต์สูงสุดในปี 2562 

คิดเป็นจำนวน 11 ล้านคัน จากทั้งหมด 13.7 ล้านคันในภูมิภาค ในการศึกษา ยังพบว่าเมียนมาร์ก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ ด้วยจำนวนรถจักรยานยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ภาวะนี้ได้รับแรงหนุนจากกฎหมายที่บังคับให้เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้จดทะเบียนก่อนหน้านี้ต้องมาดำเนินการขึ้นทะเบียนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ช่วยเพิ่มความนิยมของรถจักรยานยนต์ในภูมิภาคนี้ คือความสามารถในการขับผ่านตรอกซอกซอย รวมถึงบริเวณถนนที่มีการจราจรคับคั่ง และค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของยานพาหนะโดยรวมที่น้อยกว่า ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดอาเซียน

ABeam Consulting

โจนาธาน วาร์กัส รุอิซ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ยานยนต์อาเซียน บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในขณะที่ประเทศในอาเซียนกำลังเข้าสู่ภาวะการเปลี่ยนผ่านในระดับที่แตกต่างกัน เราได้เห็นตลาดรถจักรยานยนต์กำลังหดตัวในบางจุด ซึ่งสวนทางกับยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นแทน

อย่างเช่น เวียดนามและเมียนมาร์ที่ไม่คาดว่าจะมีภาวะนี้เกิดขึ้นจนกว่าจะอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเราพบว่าอัตราส่วนรถจักรยานยนต์ต่อรถยนต์ของเวียดนามในปี 2562 ลดลงอย่างต่อเนื่องเกือบเท่าตัวมาอยู่ที่ระดับ 30.1 ต่อ 1 ในขณะที่อัตราส่วนของไทยอยู่ที่ 1.2 ต่อ 1 

ซึ่งลดลงเล็กน้อยเท่านั้นเปรียบเทียบกับอัตราในทศวรรษก่อน ดังนั้นในขณะตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงหรือเริ่มต้นขยับเปลี่ยนไปสู่ตลาดรถยนต์ ผู้ผลิต OEM ควรพิจารณาปรับตัวก่อนล่วงหน้า โดยเอบีมเชื่อว่าการเจาะลึกแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ในการสร้างความแตกต่างอย่างแข็งแกร่ง

ABeam Consulting

จากแบรนด์อื่น ๆ ได้ ซึ่งจริง ๆ เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์ให้ความสำคัญอย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต่างจากผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่โดยทั่วไปจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้น้อยกว่า ดังนั้นในเมื่อลูกค้าเริ่มมีการพัฒนาไปสู่ตลาดประเภทใหม่ ๆ การมีเครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งานก่อนเข้าสู่ระดับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริ

จะสามารถช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดแบ่งกลุ่มผู้บริโภค และให้คำแนะนำผู้บริโภคได้ชัดเจน และดีมากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ เอบีมมีความเชี่ยวชาญ รวมถึงมีเครื่องมือในการสนับสนุนตัวแทนจำหน่าย และบริษัท OEM เพื่อให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และเพื่อนำธุรกิจไปบนเส้นทางที่ถูกต้อง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.