AIS PLAY เปิดวาร์ปดูมวยราชดำเนินสดฟรี 7 วัน ยกระดับ Soft Power ไทยสู่ระดับโลก

AIS PLAY

เอไอเอส เพลย์ (AIS PLAY) ผนึกกำลัง สนามมวยเวทีราชดำเนิน ขนทัพคอนเทนต์มวยไทยระดับตำนานมาให้ชมสดแบบ Full HD ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์! พบกับรายการเรือธง RWS (Rajadamnern World Series), ราชดำเนิน น็อกเอาต์ และศึกมวยไทย 5 ยกจากโปรโมเตอร์ดังอย่าง เพชรยินดี, เกียรติเพชร และมวยไทยพลังใหม่ รับชมได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอป เอไอเอส เพลย์ และกล่อง เอไอเอส เพลย์บ็อกซ์…

AIS PLAY เปิดวาร์ปดูมวยราชดำเนินสดฟรี 7 วัน ยกระดับ Soft Power ไทยสู่ระดับโลก

เอไอเอส เพลย์ (AIS PLAY) ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริการวิดีโอสตรีมมิ่งและคอนเทนต์กีฬาเบอร์ 1 ของประเทศไทย เดินหน้าขยายขอบเขตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ สนามมวยเวทีราชดำเนิน ในฐานะผู้ถ่ายทอดสดมวยไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งตรงความมันระดับตำนาน

จากเวทีมวยแห่งแรกของโลก สู่จอสมาร์ทโฟน และทีวี ชมสดครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์ แบบ Full HD ยกระดับมวยไทย ในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่และแฟนมวยทั่วประเทศ ให้รับชมผ่าน เอไอเอส เพลย์ ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็น

AIS PLAY

  • RWS : Rajadamnern World Series ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ รายการเรือธงสุดยิ่งใหญ่ของเวทีราชดำเนิน ทุกสัปดาห์พบกับไฟต์ชิงแชมป์เข็มขัดเวทีราชดำเนิน เข็มขัดมวยไทยอันทรงเกียรติเส้นแรกของโลก เป้าหมายสูงสุดของนักมวยไทยอาชีพ และพบกับนักมวยระดับซูเปอร์สตาร์ชั้นนำจากทั่วโลก ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์
  • Rajadamnern Knock Out ราชดำเนิน น็อคเอาท์ : รายการมวยไทย 3 ยก สุดเดือด ที่มีอัตราการน็อคเอาท์สูงที่สุดในเวทีราชดำเนิน ใส่กันไม่ยั้งตั้งแต่ระฆังดังยกแรก จน ถึงยกสุดท้าย ถ่ายทอดสดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันศุกร์

รวมถึงศึกมวยไทย 5 ยก ระดับตำนานส่งตรงจากสนามมวยเวทีราชดำเนิน จากเหล่าโปรโมเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย ทุกวันอาทิตย์ พบกับ ศึกเกียรติเพชร โดยโปรโมเตอร์ เดียร์ ฐิติวัฒน์ ธีระเดชพงศ์, ทุกวันพุธ พบกับศึกมวยไทยพลังใหม่ โดยโปรโมเตอร์ สมหมาย สกุลเมตตา และทุกวันพฤหัสบดี พบกับ ศึกเพชรยินดี โดย เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

AIS PLAY

รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ เอไอเอส กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ เอไอเอส เพลย์ คือการเดินหน้าตอกย้ำบทบาท Digital Streaming Platform สู่การเป็น “Live Sports Destination” ศูนย์รวมคอนเทนต์กีฬาที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนไทย

การผนึกกำลังกับสนามมวยเวทีราชดำเนินในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำกีฬาประจำชาติอย่าง มวยไทย ซึ่งเป็น Soft Power ที่มีศักยภาพระดับโลก มาส่งต่อให้ผู้ชมได้รับชมในรูปแบบที่ทันสมัย และเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวยไทยเป็นกีฬาที่มีฐานผู้ชมขนาดใหญ่ มากกว่า  20 ล้านคน

ซึ่งความพิเศษของการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ คือการผสานความแข็งแกร่งของ Digital Infrastructure จาก เอไอเอส เข้ากับความตื่นเต้นของการแข่งขันมวยไทย เราพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การรับชมมวยไทยที่ครบทุกมิติ ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ ด้วยความคมชัดแบบ Full HD เพื่อยกระดับมวยไทยจากเวทีประวัติศาสตร์สู่สายตาคนไทย ผ่านแพลตฟอร์ม เอไอเอส เพลย์

AIS PLAY

ด้าน เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV) ประธานรายการ RWS : Rajadamnern World Series และกรรมการบริหารสนามมวยเวทีราชดำเนิน กล่าวว่า สนามมวยเวทีราชดำเนินเป็นมากกว่าสถานที่แข่งขัน เราคือต้นกำเนิดของมวยไทยอาชีพ

ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปี และพันธกิจของ GSV และสนามมวยเวทีราชดำเนิน คือการยกระดับมวยไทยให้เป็นกีฬาระดับโลกอย่างแท้จริง ความร่วมมือกับ เอไอเอส เพลย์ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพากีฬามวยไทย ให้เข้าถึงแฟนกีฬาทุกคนในประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย ให้รับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ครบทุกรายการ 7 วันต่อสัปดาห์

AIS PLAY

สำหรับสนามมวยเวทีราชดำเนิน เป็นเวทีมวยไทยแห่งแรกของโลก มีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี เป็นต้นกำเนิดของกีฬามวยไทยอาชีพ และเป็นเสาหลักที่สำคัญของวงการมวยไทยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของนักมวยไทยอาชีพจากทั่วโลก และที่สรรค์สร้างนักมวยไทยระดับแชมป์โลก และนักชกระดับตำนานมากมาย

ซึ่งแฟนมวยไทยจะได้รับชมการแข่งขัน  RWS : Rajadamnern World Series ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ พร้อมพากย์ไทย และ Rajadamnern Knock Out ราชดำเนิน น็อคเอาท์ บน OTT แพลตฟอร์มแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เดียวทาง เอไอเอส เพลย์ เท่านั้น เริ่มถ่ายทอดตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay