DES ควง ไปรษณีย์ไทย ลงพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน ดันท่องเที่ยว และสินค้าชุมชน

Thailand Post

DES จับมือ Thailand Post ดิจิทัลปลุกเศรษฐกิจ 3 จังหวัดอันดามัน ดันสินค้าชุมชนกระตุ้นรายได้ ปลุกเศรษฐกิจ ผ่านเว็บไซต์ Thailandpostmart พร้อมเดินหน้าสร้างการท่องเที่ยวล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำหน้าไปอีกขึ้น…

highlight

  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (DES) เดินหน้าแผนใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) พร้อมเดินหน้าสนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน ให้มีช่องทางการขายออนไลน์ที่เว็บไซต์ thailandpostmart.com ซึ่งเป็น e-Marketplace ของไปรษณีย์ไทยที่รวบรวมสินค้าชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และให้บริการขนส่งสินค้าที่สั่งทางออนไลน์สู่ปลายทางทุกที่ทั่วไทย โดย 3 ไตรมาสของปี 2563 นี้ สามารถช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนฝั่งอันดามันกว่า 15 ล้านบาท

DES ควง Thailand Post ลงพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน ดันท่องเที่ยว และสินค้าชุมชน

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม และหน่วยงานภายใต้สังกัดได้เตรียมเร่งพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันด้วยแผนงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง และจังหวัดพังงา

โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมศึกษา และเตรียมความพร้อมในการรองรับนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนประมวลประเด็นปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะจากประชาชนในมิติต่าง ๆ

Thailand Post
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมตรงกับความต้องการ และแก้โจทย์ที่หลาย ภาคส่วนกำลังเผชิญในขณะนี นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีความตั้งใจที่จะติดตามความก้าวหน้าการใช้ประโยชน์จากดิจิทัล เพื่อยกระดับเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยเฉพาะในส่วนของ โครงการท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ต้นแบบ

ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ที่จะพัฒนาจัดการท่าเรือเพื่อการช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยการคัดกรอง และติดตามโรคระบาด โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะสมาร์ทซิตี้ จ.ภูเก็ต (Hi-speed Public Internet for Smart Phuket)

Thailand Post

เพราะเราต้องการแก้ปัญหาของการไม่ทราบจำนวนผู้โดยสาร ที่ในอดีตไม่ทราบว่าจำนวนเท่าไร และนักท่องเที่ยวอยู่ที่ไหนของเกาะ เราจึงสร้างโครงการนี้ขึ้นมา เผื่อรวมเอาข้อมูลของนำท่องเที่ยวในแต่ล่ะท่าเทียบเรือแต่ล่ะแห่งด้วยการใช้กล่อง และกล้อง มาบันทึก ภาพและข้อมูล ตั้งแต่ ท่าเรือ

และร่วมเข้ากับอุปกรณ์ติดตามตัวอย่างสมาร์ทไวเลอเบิล อย่าง สายรัดข้อมือ (ที่มี QR) และตู้แสกนใบหน้า (Face Recognition) และเข้าไปหรอกข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ถูกจัดเก็บให้เป็นไปตามมาตราฐาน PDPA ที่พัฒนาขึ้นโดย depa และเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของภาครัฐ

อีกทั้งยังมีระบบที่ช่วยตรวจสอบติดตามสุขภาพของนีกท่องเที่ยว ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี IoT Smart Tracking ที่ชื่อ Activ10+ ที่วิ่งบนเทคโนโลยี NBIoT ผ่าน eSIM

Thailand Post

ซึ่งสามารถใช้ติดตามได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การระบุตำแหน่ง (GPS Tracking) การขอความช่วยเหลือ (SoS) อัตราการเต้นจองหัวใจ (Heartrate) การนอนหลับ (Sleep) การหยุดเชื่อมต่อจากผู้ใช้งาน เป็นต้น

โดยสามารถดูแล และเก็บรวบรวมข้อมูลบนแฟลตฟอร์มของ Flowlow นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาให้สามารถใช้อุปกรณ์ผ่าน อีวอลเลท โดยได้มีการเริ่มคุยกับธนาคารพาณิชย์หลายรายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ เพื่อให้การท่องเที่ยวของไทยก้าวสู่มาตราฐานที่ปลอดภัย และทันสมัยด้วยขึ้น

Thailand Post
ทางกระทรวงได้ตั้งเรื่อง และงบประมานไว้ให้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา แล้ว เพื่อให้ทำรับบมารองรับโครงการนี้ กว่า 40 ล้าน ในการพัฒนาระบบการเก็บข้อมูล และเรายังเตรียมที่จะผลิตสายรัดข้อมูลไว้ 10,000 ชิ้น ในเบื้องต้น

นอกจากนี้การลงพื้นที่ในครั้งนี้ยังเป็นการติดตามโครงการที่ช่วยขับเคลื่อนศูนย์ดิจิทัลชุมชน และส่งเสริมการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล และสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการซื้อขายสินค้า และบริการ และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่านไปรษณีย์ไทย (Thailandpostmart) อีกด้วย

Thailand Post

ซึ่งเชื่อว่าหลังกิจกรรมการสัญจร และลงพื้นที่ในครั้งนี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น และมั่นใจว่าการขับเคลื่อนแผนงานด้านดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ไปรษณีย์ไทย พรอ้ทหนุนเศรษฐกิจชุมชนให้มีรายได้มาขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยี

Thailand Post

มูซาคาน เดเช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการภูมิภาค 1 สายงานปฏิบัติการ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานการสื่อสาร และขนส่งของชาติ ในสังกัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมสนองนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน

โดยไปรษณีย์ไทยมีแนวทางในการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนเพื่อให้คนในพื้นที่มีรายได้ที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าจากผลผลิตในท้องถิ่นเป็นสินค้าโอทอป ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ผลผลิตจากการเกษตร สินค้าไลฟ์สไตล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก

Thailand Post

ซึ่งในช่วงที่ประสบกับภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และว่างเว้นกิจกรรมการท่องเที่ยว จำเป็นจะต้องผลักดันสินค้าเหล่านี้ให้ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านระบบการซื้อขายออนไลน์ และอาศัยระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า

และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และชุมชนให้มากกว่าที่ผ่านมา โดยเว็บไซต์ thailandpostmart.com เป็นแพลตฟอร์ม eMarketplace ของไปรษณีย์ไทยที่รวบรวมสินค้า ชุมชน สินค้าเกษตร ที่มีคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายสินค้าดีจากทั่วไทยโดยไม่ต้องเดินทาง

Thailand Post

และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการขายให้กับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนให้เกิดการซื้อ ขาย จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัย เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง สามารถกระจายสินค้าทุกชิ้นให้ถึงมือคนไทยได้รวดเร็ว

สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบความไว ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนและสินค้าดีจากทั่วไทยได้ตลอด 24 ชม. พร้อมจัดส่งสินค้าถึงมือภายใน 1-2 วันทำการหลังรับคำสั่งซื้อและชำระเงิน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ 14 จังหวัด

ลงทะเบียนจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ Thailandpostmart.com จำนวน 279 ราย มีจำนวนสินค้าขึ้นทะเบียนจำหน่าย 428 รายการ โดยตั้งแต่เดือน มกราคม-ตุลาคม 2563 มีจำนวนการสั่งซื้อสินค้าในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 150,120 คำสั่งซื้อ คิดเป็นเงินกว่า 15 ล้านบาท

โดยสินค้าขายดีเป็นสินค้าประเภทอาหารแห้ง อาหารแปรรูป และเครื่องดื่ม อาทิ ปลาหมึกอร่อยเมืองระนอง กาแฟถ้ำสิงห์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ กะปิเกาะเหลาระนอง เป็นต้น

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งเน้นสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบ eCommerce อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ต้องมีการอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา เป็นปัจจัยทำให้การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว

ส่งผลให้ปริมาณการส่งสินค้าผ่านระบบไปรษณีย์ไทยเติบโตขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้พัฒนารูปแบบบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มธุรกิจ eCommerce มากยิ่งขึ้น

Thailand Post

เช่น บริการรับฝากนอกที่ทำการ หรือ PickUp Service LINE Official @ThailandPost ที่สามารถติดตามสถานะสิ่งของ ค้นหาไปรษณีย์ใกล้บ้าน เรียกใช้บริการ PickUp Service สร้างใบจ่าหน้าเตรียมการฝากส่ง

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังคงมุ่งมั่นสร้างบริการที่สามารถรองรับความต้องการผู้ใช้บริการทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม และพร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อเป็นผู้ให้บริการสื่อสาร และขนส่งโลจิสติกส์ที่คนไทยจะไว้วางใจได้เสมอ 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.