dtac แนะเยาวชนควรกำหนด “แนวทางร่วมเพื่อหยุดไซเบอร์บูลลี่”

dtac

ดีแทค (dtac) แนะเยาวชนควรกำหนด “แนวทางร่วมเพื่อหยุด ไซเบอร์บูลลี่ (Cyberbullying)” ท่ามกลางการใช้อินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น…

highlight

  • ผลสำรวจชี้ 68% ของเยาวชนบอกว่า การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์เป็นปัญหารุนแรงในปัจจุบัน
  • ผลการสำรวจโดย เทเลนอร์กรุ๊ป และองค์การแพลนอินเตอร์เนชั่นแนล ผ่านกลุ่มเยาวชนในประประเทศไทย มาเลเซีย บังคลาเทศ และปากีสถาน จำนวน 3,930 คน

dtac แนะเยาวชนควรกำหนด “แนวทางร่วมเพื่อหยุดไซเบอร์บูลลี่

ผลสำรวจโดยเทเลนอร์กรุ๊ป และองค์การแพลนอินเตอร์เนชั่นแนลเผย 2 ใน 3 ของเยาวชนในประเทศไทย มาเลเซีย บังคลาเทศ และปากีสถาน มองว่า การกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ เป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับเเด็ก และเยาวชนในปัจจุบัน ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 เพิ่มปริมาณความชุกปัญหาไซเบอร์บูลลี่จาก 25% เป็น 29%

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า 14% ของเยาวชนมีประสบการณ์ไซเบอร์บูลลี่อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง โดยช่องทางโซเชียลมีเดีย แอปส่งข้อความ และเกมออนไลน์ เป็น 3 ช่องทางออนไลน์หลักที่เยาวชนมีประสบการณ์การไซเบอร์บูลลี่มากที่สุด

ผลการสำรวจยังระบุอีกด้วยว่า เยาวชนที่เคยถูกบูลลี่มีการใช้กลวิธีที่หลากหลายเพื่อหยุดยั้งการบูลลี่ที่เกิดขึ้น ทั้งการเพิกเฉยต่อการกระทำนั้นๆ เปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัยเพื่อให้ผู้กลั่นแกล้งไม่สามารถเข้าถึงได้ ตลอดจนการพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อเป็นเกราะป้องกันจากปัญหาที่อาจตามมาได้

ทบทวนแนวทางในใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

มานิชา ดอกรา ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน เทเลนอร์ เอเชีย กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดหาแนวทางหรือวิธีการที่จะป้องกันพวกเขาจากภัยออนไลน์ ตลอดจนการสร้างการรับรู้ จัดอบรมเกี่ยวกับไซเบอร์บูลลี่

และการพัฒนาความสามารถในการปรับตัวต่อภัยของโลกไซเบอร์ ซึ่งเราไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ควรดึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ เข้ามาร่วมมือกันเพื่อต่อกรกับภัยออนไลน์เหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ ตลอดจนองค์กรเอกชนอย่างเทเลนอร์ที่มีบทบาทต่อการส่งเสริมในการสร้างภูมิคุ้มกันทางออนไลน์เสมอมา

ด้วยประเด็นไซเบอร์บูลลี่ที่มีความสำคัญยิ่งขึ้นในเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความชุกของสถานการณ์ที่เพิ่มขึ้น เด็ก และเยาวชนแสดงความเห็นว่าควรมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะการรับมือกับไซเบอร์บูลลี่บนโซเชียลมีเดียมากที่สุด (56%)

ตามด้วยการรักษาความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ (46%) และการรักษาและความสุขภาพจิต (43%) นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังต้องการการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือไซเบอร์บูลลี่ผ่านทางแอปแชทถึง 40% ตามด้วยการรับมือไซเบอร์บูลลี่ผ่านเกมออนไลน์ที่ 37%

dtac

โดยในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ดีแทคได้ชวนเยาวชนร่วมออกแบบข้อปฏิบัติร่วมเพื่อหยุดไซเบอร์บูลลี่ ภายใต้แคมเปญ #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา ผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับการออกแบบในรูปแบบ JAM Ideation (https://www.safeinternetlab.com/brave

ต้อนรับเยาวชนให้เข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้น พร้อมนำข้อสรุปชงหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรที่ห่วงใยในประเด็นไซเบอร์บูลลี่ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดแนวทางปฏิบัติในสังคม และกฎหมายเทียบเท่านานาชาติ

คริสตา ซิมเมอร์แมผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ องค์การแพลนอินเทอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่าอินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจได้แสดงถึงความท้าทายที่สูงขึ้นบนภูมิทัศน์ดิจิทัล

จากข้อมูลผลสำรวจขององค์การแพลนอินเทอร์เนชั่นแนลบ่งชี้ว่า เด็กและเยาวชนหญิงในเอเชียต่างเผชิญกับการล่วงละเมิดและถูกข่มขู่บนโลกออนไลน์ ทำให้พวกเธอเลิกใช้อินเทอร์เน็ต นำไปสู่โอกาสและเสียงที่ถูกจำกัดในการได้ยินบนโลกออนไลน์ ดังนั้น การสร้างโอกาสที่เท่าเทียมระหว่างเพศบนโลกออนไลน์จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้อินเทอร์เน็ตในเด็กและเยาวชนผู้หญิง ตลอดจนครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างมาก    

เด็กไทยแชมป์ใช้ออนไลน์สูงสุด

dtac

จากผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามราว 70% ใช้เวลาบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาด โดย 34% ใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ขณะที่ 24% ใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงเย็นเป็นหลัก มีเพียง 7% เท่านั้นที่ใช้อินเทอร์เน็ตเฉพาะในเวลาเรียน

ทั้งนี้ การใช้อินเทอร์เน็ตแปรผันไปตามสถานการณ์ในแต่ละประเทศ โดยเด็ก และเยาวชนในไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตในระดับสูง โดย 47% ของเด็กไทยใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ตามด้วยมาเลเซียที่ 45% บังคลาเทศ 35% และปากีสถาน 17%

ใช้ออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย

สำหรับผู้ปกครอง

  • หมั่นพูดคุยกับลูกหลานเกี่ยวกับประสบการณ์ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  • เปิดใจ ทำให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัย และสบายใจเมื่อได้พูดคุยกับเรา และนั่นจะทำให้พวกเขากล้าเปิดเผยถึงประสบการณ์ที่พวกเขาพบเจอบนโลกออนไลน์
  • ควรศึกษาว่าแต่ละโซเชียลมีเดียใช้งานแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการทราบถึงความเสี่ยงจากการใช้งานของแอปฯ ที่ละชนิด

สำหรับเด็ก และเยาวชน

  • คิดก่อนโพสต์ เอาใจเขาใส่ใจเราก่อนที่จะโพสต์อะไรออกไป เพราะสิ่งนั้นสามารถทำร้ายจิตใจคนอื่นได้
  • ไม่เปิดเผยพาสเวิร์ดของเราต่อผู้อื่น แม้กระทั่งเพื่อนสนิท รวมถึงข้อมูลสส่วนบุคคลของตัวเองบนโลกออนไลน์
  • ขอความช่วยเหลือ ไม่ควรทนทุกข์อยู่เพียงลำพัง หากเผชิญกับการถูกบูลลี่ หรือไม่เช่นนั้น ควรติดต่อสายด่วนที่จะช่วยให้เราได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก pixabay.com

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.