Huawei ร่วมกับพาร์ทเนอร์จัดการแข่งขัน Spark Ignite 2021 ยกระดับสตาร์ทอัพไทย

หัวเว่ย (Huawei) ร่วมกับพาร์ทเนอร์จัดการแข่งขัน Spark Ignite 2021 : Thailand Start-up Competition ยกระดับสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลนำประเทศไทยสู่ดิจิทัลฮับแห่งอาเซียน…

Huawei ร่วมกับพาร์ทเนอร์จัดการแข่งขัน Spark Ignite 2021 ยกระดับสตาร์ทอัพไทย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานประกาศผลการตัดสินผู้ชนะเลิศโครงการแข่งขันสำหรับสตาร์ทอัพเทคโนโลยี Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตในระดับภูมิภาค

Huawei

พร้อมยกระดับบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลในประเทศ ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการฟื้นตัวเศรษฐกิจในยุคหลังโควิด-19 ตามพันธกิจของหัวเว่ยที่จะส่งเสริมประเทศไทยสู่การขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งอาเซียน โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็น หัวเว่ย คลาวด์ เครดิต มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

และการสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยได้เข้าร่วมโครงการ หัวเว่ย Spark Accelerator ที่ได้รับทุนจาก หัวเว่ย คลาวด์ และขุมพลังจากหัวเว่ยซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับโลก ผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวเข้าสู่ตลาดโลก

Huawei
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวถึงโครงการ Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition ว่า รัฐบาลไทยเตรียมเปิดตัวโครงการมากมายเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ซึ่งธุรกิจสตาร์ทอัพถือเป็นขุมพลังสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ผมต้องขอขอบคุณหัวเว่ยที่ยึดมั่นในพันธกิจเรื่อง “เติบโตในประเทศไทย และสนับสนุนประเทศไทย มาอย่างยาวนาน ในฐานะที่หัวเว่ยเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เชื่อว่าทรัพยากรและความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับโลกของหัวเว่ยจะช่วยยกระดับสตาร์ทอัพ

รวมถึงเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพให้กลายเป็นธุรกิจระดับยูนิคอร์นได้ ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบความร่วมมือที่ดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพาร์ทเนอร์ในภาคอุตสาหกรรม

ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงสตาร์ทอัพไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสู่การทำธุรกิจระดับโลกต่อไป ซึ่งโครงการนี้ทำให้ผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถกลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน รองรับศักยภาพในการเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างเต็มที่

Huawei
ผศ. ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า

ด้าน ผศ. ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ว่า ดีป้าให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและนำพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลอย่างรอบด้าน ทั้งการพัฒนากำลังคนดิจิทัล

การส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจ SMEs, ร้านค้า, โรงงาน, รวมถึงชุมชน เกษตรกร และประชาชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนการส่งเสริม และสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง

เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการพัฒนาสินค้า และบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและประชาชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สำหรับความร่วมมือในโครงการ Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition จากหัวเว่ย ประเทศไทย

ถือเป็นองค์ประกอบที่ช่วยผลักดันดิจิทัลสตาร์ทอัพของไทยให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ขอแสดงความยินดีกับทีมสตาร์ทอัพไทยที่ชนะการแข่งขันครั้งนี้ โดย ดีป้า เชื่อมั่นว่าผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับประสบการณ์ไปปรับใช้เพื่อเป็นประโยชน์ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ

ซึ่งต้องขอขอบคุณหัวเว่ยที่ได้ให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ให้สามารถก้าวสู่ตลาดโลกได้

Huawei
อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

ด้าน อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นถึงเป้าหมายของโครงการ Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition ว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์โควิด-19 เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคมาตรฐานใหม่ (New Normal)

รวมถึงผลักดันประเทศไทยให้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยนวัตกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการช่วยฟื้นฟูและสร้างโอกาสใหม่ทั้งในภาคธุรกิจ และภาคสังคม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ทั้งนี้ หัวเว่ยเชื่อว่าสตาร์ทอัพเป็นขุมพลังสำคัญที่กำลังเติบโตซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ

และยังช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งในศักยภาพของสตาร์ทอัพที่จะสร้างโอกาสงานใหม่ ๆ รวมทั้งอัดฉีดพลังงานใหม่ให้แก่ประเทศ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจในยุคหลังโควิด-19 หัวเว่ยต้องขอขอบคุณภาครัฐและพาร์ทเนอร์ภาคเอกชนต่าง ๆ

ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ (TusPark WHA) และบริษัท แสนรู้ จำกัด ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตั้งแต่วันแรกในการรับสมัครสตาร์ทอัพจากทั่วประเทศ  

การสนับสนุนของรางวัล จนถึงร่วมให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศนี้ ซึ่งทุกท่านต่างมีส่วนทำให้เกิดเวทีที่ส่งเสริมการแสดงศักยภาพของสตาร์ทอัพไทยในครั้งนี้

Huawei

“โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของความร่วมมือที่ดีระหว่างหัวเว่ยและพาร์ทเนอร์ ซึ่งจะเปิดประตูสู่การแบ่งปันองค์ความรู้และกรณีศึกษาต่าง ๆ ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ และร่วมกันสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำและทรัพยากรจากอีโคซิสเต็มของหัวเว่ย สตาร์ทอัพในประเทศไทยจะได้รับโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น

และยังเสริมศักยภาพของตัวเองไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติได้ โครงการนี้ยังช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี ICT ในประเทศไทยผ่านบรรดาพาร์ทเนอร์เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัล

เราหวังว่าโครงการนี้จะเป็นการประกวดสตาร์ทอัพที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศไทย และจะมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน”

Huawei

โครงการ Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันรวมกว่า 132 ทีมจากหลากหลายภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ไม่ว่า จะเป็นภาคอุตสาหกรรมการเงินและการประกันภัย สาธารณสุข, การศึกษา, โทรคมนาคม, อีคอมเมิร์ซ,

อินเทอร์เน็ต สื่อ และเกม ที่ประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีประเภท 5G โซลูชัน Enterprise Intelligent (EI) ระบบการเรียนรู้ และการวิเคราะห์ของอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (IoT) การประมวลผลคอมพิวเตอร์แบบ Edge (Edge computing) และบริการ แอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งาน (Software as a Service / SaaS)

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมแข่งขันโครงการ Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition จะได้เข้าร่วมโปรแกรม หัวเว่ย Spark Accelerator ซึ่งเป็นโครงการให้คำปรึกษาและสนับสนุนสตาร์ทอัพระดับโลกในการช่วยค้นหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพื่อการก้าวเข้าสู่ตลาดโลก

Huawei

“สำหรับหัวเว่ย เรามองว่านวัตกรรมไม่เคยหยุดยั้ง เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลของประเทศไทย หัวเว่ยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหัวใจสำคัญที่ช่วยผลักดันการพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืนขึ้นอยู่กับการเพิ่มทักษะให้แก่บุคลากร และอีโคซิสเต็มของเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพที่สมบูรณ์

ในฐานะที่หัวเว่ยเป็นพาร์ทเนอร์ ICT ชั้นนำในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและเป็นผู้ให้การสนับสนุนคุณค่าทางสังคมในประเทศไทยมานานกว่า 22 ปี ผมขอย้ำ อีกครั้งว่าเรายังคงมุ่งมั่นในพันธกิจเติบโตในประเทศไทย สนับสนุนประเทศไทย และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าหาทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อทำให้ประเทศไทยเชื่อมต่อถึงกันอย่างทั่วถึงและอัจฉริยะ” อาเบล กล่าว

สำหรับคณะกรรมการที่ให้เกียรติเข้าร่วมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้ประกอบด้วย ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า,

ปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรรมแห่งชาติ (NIA), ดร.มนต์ชัย เลิศสุทธิวงศ์ นักวิจัยและวิศวกร บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG), ไพศาล เจียรอุทัยธำรงค์ ผู้จัดการด้านการส่งเสริมและสนับสนุน ทัสพาร์ค ดับบลิวเอชเอ (TusPark WHA),

อุดมศักดิ์ ดอนขำไพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท แสนรู้ จำกัด, ลีโอ เจียง ประธานบริหารด้านดิจิทัล หัวเว่ย คลาวด์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค, ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี แผนกธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

Huawei

ทั้งนี้ คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกสองรอบเพื่อค้นหา 10 ทีมสุดท้ายสู่รอบชิงชนะเลิศนี้ โดยตัดสินผลงานของสตาร์ทอัพแต่ละทีมจากปัจจัยด้านโอกาสในการทำตลาด รูปแบบบริการและธุรกิจ จุดขาย โอกาสทางธุรกิจ รวมไปถึงความแข็งแกร่งของทีมผู้เข้าแข่งขัน

ทั้งนี้ ทีมชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับ หัวเว่ย คลาวด์ เครดิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4,000,000 บาท รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการ หัวเว่ย Spark โครงการ หัวเว่ย Spark Fire และโครงการ Spark Go ในประเทศจีน

ส่วนทีมผู้ชนะอันดับ 2 และ 3 จะได้รับ หัวเว่ย คลาวด์ เครดิต มูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ และสามารถเข้าร่วมโครงการ Spark Go ทีมผู้ชนะอันดับ 4 และ 5 จะได้รับ หัวเว่ย คลาวด์ เครดิต มูลค่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทีมผู้ชนะอันดับ 6 ถึง 10 จะได้รับ หัวเว่ย คลาวด์ เครดิต มูลค่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งทีมที่ชนะการแข่งขัน 3 อันดับแรกยังสามารถเข้าร่วมโครงการ Huawei Spark Accelerator program ที่มีเป้าหมายเพื่อบ่มเพาะ และช่วยยกระดับการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพเทคโนโลยี เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัล โดยหัวเว่ยได้รับความร่วมมือจากผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ด้านการให้คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่สตาร์ทอัพไทย เพื่อให้สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มในระดับโลก รวมถึงเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายของพาร์ทเนอร์เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ การขยายเครือข่าย การประชาสัมพันธ์ให้แก่สินค้าและบริการของสตาร์ทอัพไทย รวมไปถึงการให้คำแนะนำด้านเงินทุน

การสนับสนุนโซลูชัน และ หัวเว่ย คลาวด์ เครดิต เพื่อช่วยส่งเสริมให้สตาร์ทอัพไทยพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองได้

โครงการ Spark Ignite 2021Thailand Startup Competition นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผ่านการบ่มเพาะทักษะดิจิทัลให้แก่บุคลากรไทย โดยในปี พ.ศ. 2562 หัวเว่ยได้ลงทุนจำนวน 180 ล้านบาท

เพื่อเปิดตัวศูนย์ หัวเว่ย ASEAN academy ซึ่งได้จัดฝึกอบรมบุคลากรไปแล้วกว่า 16,500 คน เพื่อช่วยให้ เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพมีความเข้าใจในเทคโนโลยีมากขึ้น และนำมาประยุกต์ใช้กับแผนธุรกิจได้ ทั้งนี้ หัวเว่ยยังตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรด้านไอทีให้ได้รับทักษะในระดับโลกเป็นจำนวน 100,000 คน ภายในเวลา 5 ปี

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.