Huawei จัดงานประชุมออนไลน์ “Thailand Smart University Exclusive Forum”

Huawei

หัวเว่ย (Huawei) จัดประชุมออนไลน์ “Thailand Smart University Exclusive Forum” นำผู้บริหารสถานศึกษาไทยชมนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างการศึกษาอัจฉริย (Intelligent Education)…

Huawei จัดงานประชุมออนไลน์ “Thailand Smart University Exclusive Forum

หัวเว่ย จัดงานประชุมพิเศษเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสถานศึกษาอัจฉริยะในประเทศไทยในชื่อว่า Thailand Smart University Exclusive Forum ผ่านออนไลน์ ซึ่งได้เชิญอธิการบดีและผู้บริหารกว่า 80 ท่านจาก 14 สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยเข้าร่วมงานทัวร์ออนไลน์เป็นครั้งแรก

เพื่อเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรม ณ สำนักงานใหญ่ ประเทศจีน พร้อมเจาะลึกมหาวิทยาลัยต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยียุคใหม่ Shenzhen University Town โดยหวังโชว์ไอเดียและแนวทางในการนำมาประยุกต์ใช้จริง สนับสนุนสถานศึกษาไทยเตรียมความพร้อมในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานรับยุคดิจิทัล

Huawei
อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ถึงแม้การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกชีวิตและความเป็นอยู่ในทุกภาค แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ

โดยเฉพาะการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมและในหลากหลายภาคอุตสาหกรรมโดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ภาคการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงจนมีความเฉพาะตัวสำหรับผู้เรียนแต่ละคนมากขึ้น และยังมีการผสมผสานรูปแบบการสอนต่าง ๆ เข้าด้วยกันมากกว่าเดิม

ซึ่งการพัฒนาและการนำเทคโนโลยี ICT ใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการศึกษาเป็นอย่างมาก และเทคโนโลยีจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการเรียนการสอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยรูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย การนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ

ไม่ว่าจะในห้องเรียน, ห้องปฏิบัติการ หรือแม้แต่สำนักบริหารงานของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้ง Cloud, 5G, Big Data และ AI เริ่มมีบทบาทมากขึ้นต่ออุตสาหกรรมการศึกษา โดยมีนวัตกรรม ICT ใหม่ ๆ คอยช่วยรองรับและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนี้ไปสู่โมเดลแบบดิจิทัล

ระบบการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยี ICT เป็นพื้นฐานเริ่มได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายมิติ เช่น วิธีการสอน, การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการจัดการในมหาวิทยาลัย ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ

เช่น Big Data และ Cloud เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในอุตสาหกรรมการศึกษา ทั้งยังได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษา และการพัฒนาเทคโนโลยี ICT ไปพร้อมกัน

การทำงานจากบ้าน (Working From Home) หรือแม้กระทั่งการเรียนจากที่บ้าน (Learning From Home) กลายเป็นเรื่องปกติในมาตรฐานใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยี ดังนั้นการจะสร้างระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และมีความอัจฉริยะจําเป็นต้องเริ่มต้นด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสมัยใหม่” อาเบล กล่าว

Huawei

ภายในงาน Thailand Smart University Exclusive Forum คณะผู้บริหารได้เข้าเยี่ยมชม หัวเว่ย ICT Exhibition Hall ศูนย์นวัตกรรมที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ณ สำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย ซึ่งได้จัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ

ทั้งในแง่ของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และโซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับสถานศึกษาเพื่อรับมือกับความท้าทายของรูปแบบการเรียนการสอนยุคใหม่ รวมถึง Suzhou Lab ซึ่งเป็นศูนย์ทดลองเทคโนโลยีด้านเครือข่ายนวัตกรรมคลาวด์อัจฉริยะเพื่อการสื่อสารข้อมูล

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารจากประเทศไทยยังเป็นกลุ่มแรกที่ได้เข้าเยี่ยมชม Shenzhen University Town เมืองที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มมหาวิทยาลัยซึ่งมุ่งเน้นไปที่การวิจัยเพียงที่เดียวในประเทศจีน โดยได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งภายในเมืองนี้ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้และรองรับการพัฒนางานด้านการศึกษา อีกทั้งยังเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในจีนที่ได้สร้างเครือข่ายอัจฉริยะด้วยมาตรฐานเทคโนโลยี WiFi ตัวล่าสุด

Huawei

ซุน เทา ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลเครือข่ายเมืองมหาวิทยาลัยเซินเจิ้น กล่าวว่า ปัจจุบัน เขตเมืองมหาวิทยาลัยเซินเจิ้นถือเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีมากที่สุดของประเทศ และยังเป็นวิทยาเขตด้านวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเทคโนโลยีหัวเว่ย ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักในการสร้างสถานศึกษาอัจฉริยะ

เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานเครือข่ายได้ง่ายดายเพียงขั้นตอนเดียว ทั้งในมุมของผู้ใช้งานที่เป็นอาจารย์ และนักศึกษา ขณะที่ในมุมของผู้ดูแลเครือข่ายก็จะสามารถบริหารจัดการเครือข่ายได้ง่ายบนแดชบอร์ดตัวเดียว ด้วยเทคโนโลยี WiFi 6 จากหัวเว่ย

งานทัวร์ออนไลน์ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคณะผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการศึกษาในไทย เป็นอย่างมาก อาทิเช่น เทคโนโลยีวันคลิก (One Click) ซึ่งใช้สำหรับการค้นหาสินทรัพย์ (Asset) ต่าง ๆ ภายในเขตเมืองมหาวิทยาลัยเซินเจิ้น

โดยถือเป็นหนึ่งในฟังก์ชันสำคัญของระบบควบคุมแบบรวมศูนย์อัจฉริยะ (Smart IOC) ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้จากการมีโครงสร้างพื้นฐานเน็ตเวิร์ค เช่น WiFi 6

ดร.เปรมฤดี นุ่นสังข์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า รูปแบบการจัดงานของหัวเว่ยครั้งนี้ถือว่าจัดได้ดีมาก เนื้อหาเหมาะสมตรงกับความต้องการ ระยะเวลาเหมาะสม มีการไลฟ์ และเจาะลึกให้เห็นห้องศูนย์ข้อมูล มีการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ และมีการสรุปเนื้อหาทั้งหมดให้แก่ผู้เข้าร่วม รวมทั้งยังมีการตอบข้อซักถามได้อย่างครบถ้วน

Huawei

ขณะที่ ดร.จรวย สาวิถี ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่า เนื้อหาของงานชัดเจนในด้านการวางโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ (Smart University) ซึ่งควรเพิ่มรายละเอียดในด้านอื่น ๆ อีก

เช่น ตัวอย่างแอปพลิเคชันในมหาวิทยาลัยอัจฉริยะรวมถึงตัวอย่างอื่นจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ย

ในฐานะผู้นําระดับโลกในอุตสาหกรรม ICT หัวเว่ยได้เพิ่มการลงทุนกับนวัตกรรมมากขึ้นและยกระดับนวัตกรรมเทคโนโลยีขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมและสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในปี 2563 หัวเว่ยได้ลงทุนเป็นเงินกว่า 141,900 ล้านหยวนสำหรับการวิจัย และการพัฒนาซึ่งคิดเป็น 15.9% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

นอกจากนี้หัวเว่ยยังเป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่ได้รับความไว้วางใจ และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่งมาเป็นเวลา 22 ปี โดยหัวเว่ยมุ่งมั่นกับการสนับสนุนการพัฒนาอนาคตด้านดิจิทัลของประเทศไทย

โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่เป้าหมายการเป็นไทยแลนด์ 4.0 และเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน ภายใต้พันธกิจ Grow in Thailand, Contribute to Thailand หัวเว่ยทุ่มเทเพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าต่อสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.