INET ส่งเทคโนโลยี “IBM Visual Insights” ช่วยวินิจฉัยโรคในโรงพยาบาล 75 แห่งทั่วไทย

0
370

INET ส่ง IBM Visual Insights พร้อมเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ช่วยตรวจหา วินิจฉัย และรักษาวัณโรคอย่างทันท่วงที ในโรงพยาบาล 75 แห่งทั่วไทย…

INET ส่ง IBM Visual Insights ช่วยโรงพยาบาล 75 แห่งทั่วไทย ตรวจหา วินิจฉัย และรักษาวัณโรค

วันนี้ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (INET) และไอบีเอ็ม ประกาศถึงการนำเทคโนโลยี IBM Visual Insights ซึ่งเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ภาพนิ่ง และไฟล์วิดีโอ ร่วมด้วยระบบเซิร์ฟเวอร์ IBM Power Systems AC922

ซึ่งเป็นระบบประมวลผลสมรรถนะสูง และนวัตกรรมมาตรฐานสากลที่พัฒนา โดยคนไทยโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชัน (Computer Vision) ในการแปลผลภาพเอ็กซเรย์ เข้าช่วยรังสีแพทย์ในการตรวจหาวัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) จากภาพเอ็กซเรย์ทรวงอก

INET
ผลการตรวจภาพเอ็กซเรย์ทรวงอกด้วยเทคโนโลยี AI vision ผ่านแอพ CXR Screening ซึ่งจะแปลเป็นผลลัพธ์ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมด้วยเปอร์เซ็นต์แสดงระดับความมั่นใจ

ปัจุบัน­มีการใช้แอพพลิเคชัน CXR Screening นี้แล้วในสถานพยาบาลชุมชน และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ถึง 75 แห่งทั่วประเทศ โดยแอพพลิเคชันจะแจ้งให้ทราบทันทีที่พบลักษณะที่เข้าข่ายวัณโรค ช่วยให้ผู้ป่วยนับพันรายสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และรักษาได้อย่างทันท่วงที

วัณโรคคือหนึ่งในโรคติดต่อที่เป็นภัยร้ายต่อสุขภาพมนุษย์ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) พบว่าวัณโรคติดอันดับ 1 ใน 10 ของสาเหตุการเสียชีวิต โดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยเป็นวัณโรคถึงประมาณ 10 ล้านคน และคาดว่ามีประชากรทั่วโลก ถึง 1 ใน 4 ที่ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง

ซึ่ง ประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวัณโรคมากที่สุด โดยมีจำนวนผู้ป่วยใหม่ และมีผู้ที่กลับมาเป็นซ้ำถึง 108,000 รายต่อปี อย่างไรก็ตาม วัณโรคเป็นโรคที่ควบคุม และรักษาได้หากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าวมากขึ้น ควบคู่ไปกับการตรวจหา วินิจฉัย และรักษาที่ทันท่วงที

หนึ่งในปัญหาท้าทายที่สำคัญที่สุดในการติดตามการติดเชื้อในประเทศไทยคือระบบรายงาน แม้ว่าการเอ็กซเรย์ทรวงอกจะเป็นหนึ่งในวิธีการตรวจที่มีการใช้มากที่สุดทั่วโลก แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังคงประสบปัญหาขาดแคลนรังสีแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลขนาดเล็กหลายแห่งต้องส่งภาพเอ็กซเรย์ไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่

เพื่อแปลผลภาพเอ็กซเรย์ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยในชนบท และพื้นที่ห่างไกลต้องรอผลการวินิจฉัยนานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนกว่าจะได้รับการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ การขาดแคลนรังสีแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ยังส่งผลต่อความแม่นยำ และความละเอียดในการตรวจหาอาการที่เกี่ยวข้อง

และการวินิจฉัยผู้ป่วย ซึ่งการนำแอพพลิเคชัน CRX Screening เข้ามาใช้ ทำให้โรงพยาบาลสามารถวินิจฉัยวัณโรคได้แบบเรียลไทม์และมีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประสบปัญหาขาดแคลนรังสีแพทย์ และทรัพยากรอื่นๆ

INET
มรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ ไอเน็ต

มรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการของไอเน็ต กล่าวว่า ในฐานะ Cloud Solution Provider ที่ครบวงจรที่สุดของไทย ไอเน็ตมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีอันเป็นนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ความสามารถในการทำงาน และประสิทธิภาพของธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศของเรา 

และการนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้ร่วมกันระหว่างไอเน็ตและไอบีเอ็ม เพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีร่วมกับรังสีแพทย์ แพทย์สาขาต่าง ๆ และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงการทลายข้อจำกั

เพื่อก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการดูแลสุขภาพที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดันให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ในที่สุด โดยหลังจากที่มีการฝึกสอนระบบเอไอโดยรังสีแพทย์ และแพทย์สาขาต่าง ๆ ด้วยภาพกว่า 40,000 ภาพจากโรงพยาบาล และโมเดลภาพถ่ายรังสีทรวงอก

พบว่าแอพพลิเคชัน CXR Screening ที่พัฒนาโดยไอเน็ต สามารถตรวจพบวัณโรคด้วยอัตราความแม่นยำสูงถึง 96% การใช้ IBM Visual Insights ซึ่งเป็นโซลูชันด้านการรู้จำภาพ (visual recognition) ที่ทำงานบนระบบ IBM Power Systems ทำให้ไอเน็ตสามารถสร้างโมเดลภาพ

จากนั้นจึงจำแนกประเภทวัตถุที่ตรวจพบในภาพเอ็กซเรย์ทรวงอก โดยที่ไม่ต้องมีการเขียนโค้ดหรืออาศัยความเชี่ยวชาญด้าน deep learning แต่อย่างใด นอกจากนี้ ความปลอดภัยของ IBM Systems รวมถึงการผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 27017 และ ISO 27799 ของระบบ Storage

และคลาวด์สำหรับงานด้าน เฮลธ์แคร์ (Health Care) โดยเฉพาะ พร้อมการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ในดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ ยังช่วยให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่าข้อมูลต่าง ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าจะป่วยจะได้รับการปกป้อง ควบคุมความปลอดภัย และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญคนไทยที่คอยให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

Health Care ไทยกำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำในระดับโลก

INET
ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย

ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับไอเน็ต เพื่อนำเทคโนโลยี AI vision หรือการใช้เอไอในการวิเคราะห์ภาพ และไฟล์วิดีโอที่ก้าวล้ำ

ร่วมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีความปลอดภัย เข้าสนับสนุนรังสีแพทย์และแพทย์สาขาต่าง ๆ และช่วยให้ผู้ป่วยวัณโรคในโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีคุณภาพ พร้อมรับการรักษาอย่างทันท่วงที

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวงการเฮลธ์แคร์ของไทยกำลังเดินหน้า และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล

วันนี้รังสีแพทย์สามารถอัพโหลดภาพเอ็กซเรย์ทรวงอกเข้ามาที่แอพพลิเคชัน CXR Screening ซึ่งจะแปลเป็นผลลัพธ์ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมด้วยเปอร์เซ็นต์แสดงระดับความมั่นใจ โดยเทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถโฟกัสไปที่กลุ่มผู้มีโอกาสเป็นวัณโรคมากขึ้น

เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาด้วยแนวทางที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที ปัจจุบันมีการขยายการใช้แอพพลิเคชัน CXR Screening ที่ใช้ AI นี้ ในการตรวจหาอาการอื่น ๆ จากภาพเอ็กซเรย์ทรวงอกอีก 14 อาการ เช่น ปอดบวม ปอดอักเสบ น้ำท่วมปอด และภาวะปอดรั่ว

โดยคาดว่าจะมีผู้ป่วยหลายพันคนในโรงพยาบาล 300 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์เกี่ยวกับการวินิจฉัย และรักษาโรคทรวงอกอีกด้วย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.