Nutanix คาดการณ์เทรนโลก พร้อมแนะกลยุทธ์ และแนวคิดทางธุรกิจในปี 2564

0
248

นูทานิคซ์ (Nutanix) คาดการณ์เทรนโลก พร้อมแนะกลยุทธ์ และแนวคิดทางธุรกิจในปี 2564 เพิ่มความยืดหยุ่น+ความสามารถในการปรับตัวที่องค์กรจะต้องตระหนักถึง

Nutanix คาดการณ์เทรนโลก พร้อมแนะกลยุทธ์ และแนวคิดทางธุรกิจในปี 2564

ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์ กล่าวว่า ปี 2563 เป็นปีแห่งความตื่นตระหนก และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เป็นปีที่พลิกโฉมวิธีการทำงาน และวิธีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรองรับความปกติใหม่ (new normal) ที่เกิดขึ้น

องค์กรที่ปรับตัวได้เร็วก็สามารถฝ่าวิกฤต และพาตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าได้ องค์กรที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน ก็ต้องพยายามเร่งกระบวนการปรับตัว และนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อความอยู่รอดของตนการเร่งความพร้อมทางดิจิทัลจะยังคงดำเนินต่อไป

เพื่อกำหนดรูปแบบทางเทคโนโลยี และธุรกิจในปี 2564 นูทานิคซ์ได้คาดการณ์เทรนด์สำคัญที่จะมีอิทธิพลต่อรูปแบบทางธุรกิจ และเทคโนโลยีในอีก 12 เดือนข้างหน้า เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเตรียมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

Nutanix

  • กลยุทธ์ที่จะใช้ต้องมีความยืดหยุ่น และสร้างความคล่องตัว เนื่องจากองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนต่างต้องมีการทบทวนปรับปรุงกลยุทธ์บ่อยขึ้นตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เสมอ อีกทั้งยังต้องรับมือกับการกลับมาเติบโตที่ถูกคาดการณ์ไว้

การที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลกเริ่มมองสิ่งต่าง ๆ ไปไกลกว่าเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว การกลับเข้าทำงานในสถานที่ทำงานอย่างช้า ๆ แต่จะเป็นการฟื้นตัวแบบไม่คงเส้นคงวา ประเทศและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก-ญี่ปุ่น และที่ห่างไกลออกไปมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างเหนียวแน่น

แม้ว่าการฟื้นตัวของประเทศหนึ่งอาจเป็นไปด้วยดี แต่ทั่วโลกจะยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่จนกว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติจะกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง ความท้าทายที่กล่าวข้างต้นจะทำให้การเติบโตที่จะกลับมาเป็นแบบกระจัดกระจาย และเพื่อรับมือกับเรื่องนี้ องค์กรจะต้องมีความคล่องตัวที่ช่วยให้สามารถปรับกลยุทธ์

และการใช้จ่ายต่าง ๆ ขององค์กรได้ถี่ขึ้น (เช่นเป็นรายไตรมาส) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ในระดับมหภาคได้ ความต้องการในการใช้ไอทีแบบเดิมที่ใช้เงินลงทุนมากจะแทนที่ด้วยความคล่องตัวของระบบการผลิตและส่งสินค้าหรือบริการสู่ท้องตลาดได้ทันเวลา และในจำนวนที่ต้องการพอดี (just-in-time: JIT)

วิธีการของเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำให้เกิดความคล่องตัวในลักษณะนี้ได้ องค์กรขนาดใหญ่ และภาครัฐจึงใช้รูปแบบซับสคริปชั่น (subscription models) มากกว่าที่จะทำสัญญาระยะยาวผูกมัดกับผู้ขายเทคโนโลยี ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปรับเปลี่ยน และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ได้

แม้เมื่อต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน รูปแบบการซื้อตามการใช้งาน (pay-as-you-grow) ซึ่งส่งเสริมกลยุทธ์ fail fast (ล้มเร็ว ลุกไว) จะสร้างความสมดุลให้กับการสร้างนวัตกรรมที่จำเป็นกับความจำเป็นในการลดปัจจัยเสี่ยง

Nutanix

  • การนำพาองค์กรสู่ดิจิทัลไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการฝ่ายสารสนเทศ (CIO) เพียงผู้เดียว แต่เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของผู้บริหารทุกฝ่าย

ไม่ว่าประเทศหรือองค์กรใดจะเคยล้าหลังแค่ไหนก่อนเกิดโควิด-19 ก็ตาม ประเทศ และองค์กรเหล่านั้นจำเป็นต้องผลักดันการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของตนเอง ในอีก 12 เดือนข้างหน้าเหมือนกันองค์กรทุกแห่งจะทบทวนรูปแบบการทำงานใหม่  

ไม่ว่าเมื่อก่อนเราเคยทำสิ่งต่าง ๆ มาอย่างไร แต่สภาพแวดล้อมของเรา และความคาดหวังของผู้คนได้เปลี่ยนไปแล้ว  และเพื่อให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ แม้แต่องค์กรที่มีความอ่อนไหวง่ายที่สุดก็จำเป็นต้องมีความคล่องตัว ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นแล้วในประเทศญี่ปุ่น

ที่ได้ก้าวไกลไปถึงระดับที่มีคำสั่งให้เพิ่มการทำ digitization ในหน่วยงานสำคัญของภาครัฐทุกแห่ง เพื่อให้ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ในประเทศไทย พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.. 2562 ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน 

โดยมีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ digitization เช่น เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ประกาศยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล

ในรูปแบบกระดาษ เปลี่ยนมาใช้ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเมื่อเร็ว ๆ นี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาระบบการตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดิน รวมถึงการนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบจากกระดาษสู่ดิจิทัลภายใต้ธีม ปี 64 ถึงทีบอกลากระดาษ เป็นต้น

ก่อนหน้านี้การทำ digitization เป็นงานสำคัญอันดับต้นของ CIO แต่ไม่ได้รับความสนใจในระดับเดียวกันจาก CEO หรือผู้บริหารฝ่ายอื่น ๆ  การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และในที่สุดแล้ว พลังของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นก็ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนของธุรกิจ

และจะยังคงเป็นหนึ่งในความสำคัญสูงสุดตลอดปี 2564 ซึ่งความสามารถทางดิจิทัลในระดับที่เหมาะสมจะยังคงความสำคัญต่อความคล่องตัวและความอยู่รอดของธุรกิจ ดังนั้น CIO จะมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในการตัดสินใจ และความเป็นผู้นำทางธุรกิ

เนื่องจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีของ CIO ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดแจ้งแล้วว่ามีคุณค่ามาก การปรับเปลี่ยนระบบไอทีจากการเป็นจุดรวมของค่าใช้จ่ายให้กลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจจะเกิดเร็วขึ้น องค์กรธุรกิจทุกแห่งในปัจจุบันเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยที่องค์กรอาจจะยังไม่รู้ตัว

Nutanix

  • ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะถูกหยิบยกมาถกกันอีกครั้ง และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการหาแนวทางแก้ไขเรื่องนี้

หากไม่มีโควิด-19 เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นประเด็นร้อนของโลกในปี 2563 ที่ผ่านมา และหลังจากที่ได้รับการผลักดันให้เป็นวาระระดับโลกในปี 2563 แล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้งในปี 2564

นอกจากเรื่องการเมือง เป็นที่ชัดเจนว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประเด็นสำคัญอย่างแท้จริงและเราจำเป็นต้องหาทางออก โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น แหล่งทรัพยากร การขนส่ง และการเกษตร  ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ ยังคงจัดทำ และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล บริษัทเหล่านี้จำเป็นต้องทำ

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่ต้องคำนึงถึงมุมมองด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย ตัวอย่าง ธุรกิจที่มีการกระจายตัวไปในพื้นที่ต่าง ๆ จะต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มขึ้น เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น

จะกระทบต่อระบบซัพพลายเชน และโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เทคโนโลยีสามารถช่วยให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพเมื่อต้องเผชิญกับความกังวลที่กล่าวมา โซลูชั่นใหม่ ๆ เช่น เอดจ์คอมพิวติ้ง และ IOT จะมีบทบาทสำคัญในส่วนนี้

เช่น การนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร การติดตามการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในสถานการณ์จริง การปรับแต่งให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิต ลดการปล่อยมลพิษ การบริหารจัดการสายการผลิตได้ดีขึ้น เป็นต้น 

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็ว ๆ นี้ จะเป็นการนำอเมริกากลับเข้ามาเป็นพันธมิตร และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการจัดการกับสภาพภูมิอากาศที่มาพร้อมเสียงตอบรับจากทั่วโลก

Nutanix

  • เมื่อความตระหนักในประโยชน์ของคลาวด์ และการนำไปใช้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง CIO จะยืนหยัดใช้กลยุทธไฮบริด และมัลติ-คลาวด์

บริษัทหลายแห่งในเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่นที่ต้องการมุ่งสู่คลาวด์เป็นรายแรก ๆ กำลังจับคู่ทำงานร่วมกับบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตระหนักมาหลายปีแล้วว่าแอปพลิเคชั่นหลาย ๆ ตัวที่มีความสำคัญมากต่อการดำเนินธุรกิจไม่เหมาะที่จะทำงานอยู่บนพับลิคคลาวด์

บริษัทต่าง ๆ ต้องการความสามารถเสมือนคลาวด์ (cloud-like) แต่จำเป็นต้องมีทางเลือกและความยืดหยุ่น ไม่มีบริษัทใดต้องการจะล็อกตัวเองไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังนั้น CIO ทั้งหลายจะเริ่มยืนยันให้ใช้กลยุทธ์ไฮบริด และมัลติ-คลาวด์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ยืนกรานให้มีการรับประกันว่าจะสามารถเคลื่อนย้ายแอปพลิเคชั่นได้

เราได้เห็นองค์กรจำนวนมากทั่วโลกเริ่มปรับแอปพลิเคชั่นของตนให้ทันสมัย และเปลี่ยนไปใช้ กลยุทธ์ cloud first และมักจะเจอทางตันเมื่อพวกเขาพบว่าแอปพลิเคชั่นหลัก ไม่สามารถโยกย้ายหรือปรับเปลี่ยนเป็นโมเดลที่ใช้กับคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรในภายหลัง กลยุทธ์ไฮบริด และมัลติคลาวด์ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะใช้เพื่อสร้างสมดุลให้กับความคล่องตัวของคลาวด์ และการประหยัดค่าใช้จ่ายที่มาพร้อมกับสภาพที่เป็นจริงของการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

สอดคล้องกับผลสำรวจ นูทานิคซ์ Enterprise Cloud Index 2020ผลสำรวจในส่วนของประเทศไทยที่ระบุว่า 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจไทยเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้ไฮบริดคลาวด์ ซึ่งคือการผสมผสานกันของการใช้พับลิคและไพรเวทคลาวด์/ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสม

และ 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดการณ์ว่าในอีกห้าปีนับจากนี้จะใช้ไฮบริดคลาวด์เท่านั้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 82% ระบุว่าโควิด-19 ทำให้มีการใช้ไอทีในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดย 68% เพิ่มการลงทุนในพับลิคคลาวด์ (เทียบกับผลสำรวจทั่วโลกที่ 47%) 

และ 56เพิ่มการลงทุนในไพรเวทคลาวด์ (เทียบกับผลสำรวจทั่วโลกที่ 37%) ทั้งนี้ข้อมูลจาก The Cloud Readiness Index (CRI) 2020 โดย Asia Cloud Computing Association (ACCA) ระบุความพร้อมการใช้คลาวด์ของประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 9

Nutanix

นอกจากนี้กลยุทธ์ไฮบริดและมัลติ-คลาวด์ยังช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัว สามารถปรับแนวทางการทำงานได้แบบฉับไว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการมองล่วงหน้าไปในอนาคต องค์กรต่าง ๆ จะเรียนรู้ในการใช้มุมมองระยะยาว และหลีกเลี่ยงที่จะถูกล็อกอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อาจใช้ไม่ได้ผลในอีก 3-6 เดือนต่อไป หากอยู่ ๆ โลกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน

การเปลี่ยนแปลงทั้ง มหภาค และจุลภาคเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และทวีความซับซ้อน ยุ่งเหยิงมากขึ้น ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับตัวต้องเป็นแกนหลักของแนวคิดทางธุรกิจ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.