สดช. (ONDE) เดินหน้าปั้นแฟลตฟอร์มข้อมูลกลางใน VillageInsight.org หนุนชุมชนเข้มแข็ง

0
343
ONDE

สดช. (ONDE) เดินหน้าพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชน หวังสร้างระบบนิเวศน์ดิจิทัลให้ชุมชนเข้มแข็ง และพัฒนาชุมชนพัฒนาสู่ดิจิทัล ด้วยชุดข้อมูลใน VillageInsight.org และเติบโตในแบบ Social Enterprise …

สดช. (ONDE) เดินหน้าปั้นแฟลตฟอร์มข้อมูลกลางใน VillageInsight.org หนุนชุมชนเข้มแข็ง

เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ หรือ สดช. (ONDE) กล่าวว่า วันนี้ชุมชนในประเทศไทยในหลายชุมชนยังไม่สามารถก้าวสู่โลกของดิจิทัลได้ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ไม่รู้วิธีในการข้อมูลเข้าสู่ระบบ หากมีก็เป็นเพียงในรูปแบบของตา่งคนต่างทำ ทำให้ไม่สามารถใช้ข้อมูล

ที่มีได้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะขาดดากรเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ หรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ แม้ว่าปัจจุบันเราจะได้เห็นรูปแบบของการนำสินค้า หรือบริการของชุมชนนำเข้าสู่แพลตฟอร์มของการทำอีคอมเมิร์ช จากชุมชนสู่ตลาดออนไลน์บ้าง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างความเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

เพราะไม่ทราบว่าจะนำเสนออย่างไร ข้อมูลส่วนใดที่ควรนำเสนอ และทำให้ข้อมูลของชุมชนที่มีค่ากลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกแฟลตฟอร์มจากต่างประเทศซึ่งเข้ามาให้บริการในประเทศไทยนำไปใช้ประโยชน์ และสร้างรายได้ แต่ชุมชนกลับได้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่ควรเป็น วันนี้เราจึงอยากที่จะเปลี่ยนวิธีในช่วยเหลือชุมชนของประเทศไทย

ONDE
เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ หรือ สดช.

ให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของชุมชนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการใช้ปรระโยชน์ด้วยการดึงจุดแข็งภายในชุมชนมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม และบริการในแบบไทย ๆ ที่แตกต่าง และมีเสน่ท์ นำเสนอในคนในประเทศได้รู้ และขยายเสน่ท์วัฒนธรรม และบริการอันเป็นอัตลักษณ์

อาทิ อาหารท้องถิ่น, แหล่งท่องเที่ยว หรือผลิตภัณฑ์ชุมชน ต่อยอดไปสู่ต่างประเทศ สร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสัมผัสอัตลักษณ์ที่แตกต่าง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แห่ชุมชน ทั้งนี้ สดช. ได้จัดทำ โครงการพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก (DE Smart Village) ขึ้น

โดยได้วางงบประมาณในการพัฒนาชุมชนผ่านการสร้างความรู้ อบรม และสร้างผู้นำบริหารในระดับชุมชน (CEO Community) ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านดิจิทัลเพื่อนำเข้าข้อมูล (Data) เข้าสู่แฟลตฟอร์มข้อมูลกลางอย่าง VillageInsight.org ของรัฐ

ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งหน่วยงานรัฐ หรือนักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางการเชื่อมต่อ (Application Programming Interface : API) จากฐานข้อมูลที่มีไปพัฒนาต่อยอด และสร้าง อีโคซิสเต็ม (Eco System) จากช้อมูลจำนวนมหาศาลทั้งแบบที่มี และไม่มีโครงสร้างในทุกขนาดได้ (Data Lake) ได้

จนสามารถต่อยอดไปสู่การขายของชุมชนเองได้อย่าสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่เราเน้นคือการสร้าง ผู้นำบริหารในระดับชุมชน หรือ CEO ชุมชน ที่จะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาชุมชนด้วยใช้ประโยชน์จากข้อมูล สร้างจุดขายของชุมชนได้อย่างมีระบบ ซึ่ง สดช. เองก็ไม่ได้ปล่อยป่ะละเลยแต่จะมีการติดตามผลการทำงาน

ด้วยการสร้างระบบที่ครอบผู้นำชุมชนขึ้นอีกครั้ง เพื่อช่วยในการขาย และตรวจสอบคุณภาพของสินค้าและบริการจากภาคเอกชน ตามกลไกของตลาด ซึ่งในเบื้องต้นโครงการ DE Smart Village จะเป็นการให้ความรู้ ให้แพลตฟอร์ม และสร้างการสนับสนุนภาครัฐให้กับภาคประชาชน

ตั้งเป้านำเข้าข้อมูลสู่ VillageInsight.org เฟสแรกภายในสิ้นปี 63

ONDE
ภควัต รักศรี หัวหน้าโครงการพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก DE Smart Village (ซ้าย)

ภควัต รักศรี หัวหน้าโครงการพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก DE Smart Village กล่าวว่า เพื่อรองรับการทำงานที่ซ้ำซ้อนให้กับหน่วยงาน และภายในตัวแพลตฟอร์มเองก็จะมีการทำอีคอมเมิร์ซเล็ก ๆ อีกด้วย

โดยจะใช้งบประมาณ 5.5 ล้าน ภายในระยะเวลา 8 เดือน เพื่อพัฒนา 30 ชุมชน แต่อาจจะก้าวไปถึง 50 ชุมชน ได้เนื่องจากปัจจุบันมีชุมชนที่สนใจขอเข้าร่วมโครงการ DE Smart Village มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเข้าข้อมูลจาก 30 ชุมชนแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 63 นี้

นอกจากนี้ เรายังมีประสานการการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อส่งต่อข่าวสาร เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับชุมชน และสร้างสื่อประชาสัมพันธ์เป็นหนังสั้น และมีงบประมาณแบบ O2O ซึ่งจะซื้อสินค้าตัวอย่างมาจัดแสดงเพื่อให้ลูกค้าได้สามารถจับต้องได้ และนำไปสู่การสั่งซื้อในอนาคต

โดยชุมชนที่สนใจจะเข้าร่วมกันจะต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามข้อกำหนด อาทิ ต้องเป็นชุมชนที่มีมีอัตลักษณ์ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหารน่าทาน มีที่น่าพัก และสินค้าน่าซื้อ เพื่อที่เป็นแรงดึงดูดในการท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยก็ได้

ONDE

ซึ่งชุมชนที่ขอเข้าร่วมนั้นต้องมีขนาดของข้อมูลชุมชนประเภทกลุ่มธุรกิจชุมชนมากกว่า 10 รายขึ้นไป และต้องมีผู้นำชุมชนที่พร้อมจะเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเป็น CEO ชุมชน หรือ ผู้จัดการชุมชนออนไลน์ได้ ร่วมถึงยังต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนให้การรับรองอีกด้วย เพื่อที่จะสามารถนำไปต่อยอดได้ถูกจุด

ในระยะแรกชุมชนที่ทางโครงการ DE Smart Village วางเป้าหมายเอาไว้ ได้แก่ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Experience), ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro tourism), ชุมชนท่องเที่ยวโฮมสเตย์ (Homestay tourism), ชุมชนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible tourism),

ชุมชนท่องเที่ยวสำหรับการจัดกิจกรรมเอาท์ติ้งกลุ่มตลาดองค์กร (Company Outing) และชุมชนเมือง (City tourism) สำหรับเทคโนโลยีที่ใช้สร้างแพลตฟอร์มมีการเลือกใช้ภาษา ReAct ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เว็บใหญ่เลือกใช้ โดยจะสามารถรองรับการใช้งานจำนวนคนที่มาก และสนับสนุนการทำข้อมูลที่วิ่งเข้า และออกระหว่างเครื่อง เซิร์ฟเวอร์ (Data Transfer) ที่สมบูรณ์แบบ

โดยจะเป็นการรวบรวม Big Data ตั้งแต่เริ่มเข้าชมเว็บไซต์จวบจนจบทริปการท่องเที่ยวนั้น ๆ ซึ่งจะเก็บข้อมูลทั้งหมด แล้วสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมให้แก่นักท่องเที่ยว ด้วยการใช้ข้อมูลของแต่ละชุมชน
ขณะที่การประสานข้อมูลของหน่วยร่วมซึ่งสามารถระบุได้เลยว่ามีความต้องการข้อมูลแบบไหน อย่างไร

เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตรงความต้องการอย่างแท้จริงโดยทั้ง 4 กลุ่มข้อมูล แต่ละกระทรวงสามารถเรียกข้อมูลไปใช้ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้โครงการ DE Smart Village นี้พร้อมที่จะเป็นระบบหลังบ้านให้กับทุกหน่วยงานภาคีเครือข่าย

ONDE

ด้วยการเปิดเปิดโอกาสให้ทั้งหน่วยงานรัฐ หรือนักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางการเชื่อมต่อ และใช้ฐานข้อมูลแบบเปิด (Open API) ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสร้าง Smart Platform บนดีไวน์ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบน พีซี, แท็บเล็ต หรือโมบายโดยการเปิด API นี้จะช่วยให้สามารถผนวกร่วมระบบต่างที่เหมาะสมกับชุมชนได้

ไม่ว่าจะเป็น ระบบแผนที่, ระบบนำทาง, ระบบโซเชียล, ระบบจอง, ระบบสมาชิก, ระบบสืนค้น, ระบบกิจกรรม, ระบบส่งข้อความ ระบบรายงาน และวิเคราะห์การใช้งาน, ระบบใบเสร็จดิจิทัล, ระบบประชาสัมพันธ์ข่าวสาร, ระบบการขนส่ง, ระบบสิ่งแวดล้อม, ระบบปฏิทิน และรวมไปถึงระบบร้านค้าออนไลน์ และการสนับสนุนการขายได้อีกด้วย

ซึ่งคาดว่าภายในภายในต้นปี 64 โดยคาดว่า VillageInsight.org จะสามารถเปิดให้สามารถใช้ฐานข้อมูลแบบเปิด (Open API) ได้ หลังจากผ่านควาเห็นชอบจากกรรมการกรพิจารณา นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นการสร้างทริปการท่องเที่ยวได้เอง โดยระบุจำนวนค่าใช้จ่าย และการจองบริการกับเอกชน ได้ด้วยตนเองอีกด้วย

โดยซึ่งในอนาคตโครงการสามารถต่อยอดสู่ โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise) ได้ สามารถสั่งจองผ่านแพลตฟอร์มได้ มีการรายงานผลการเข้าใช้งาน และยอดขาย ยอดจองต่าง ๆ เพื่อประเมิน และพัฒนาระบบต่อไปได้ในอนาคต สามารถใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชั่น และเว็บไซต์

ปัจจุบันมีจำนวน 30 ชุมชนที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้แต่ละชุมชน ได้เข้าใจในกระบวนการพัฒนา โดยจะมีการสอนเพื่อสร้างให้เกิดการพัฒนา และต่อยอดไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบ อันจะสามารถขยายผลให้ผู้นำชุมชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปสอนต่อ หรือได้รับการอบรมผ่านหน่วยร่วมต่อไปในอนาคต

ONDE

“ในเบื้องต้นงบประมาณที่วางเอาไว้เป็นเพียงงบที่วางไว้เพื่อพัฒนา และอบรมชุมชน ซึ่งหากโครงการพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก ประสบความสำเร็จก็จะสร้างให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้ได้ตัวชุชนเอง แต่อย่างไรก็ดีเรายังหวังว่าหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องของงบประมาณจะเห็นประโยชน์จากกฏครงการน้ และสนับสนุนต่อเนื่อง เพื่อสร้างให้เกิดความต่อเนื่อง” เอกพงษ์ กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.