สมศ. (ONESQA) รายงานผลการประเมินฯ แล้วเสร็จ 1.3 หมื่นแห่ง มั่นใจยังเดินหน้าประเมินต่อได้ในช่วงสถานการณ์โควิด -19…
highlight
- สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิ
นคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เผยผลการประเมินคุ ณภาพภายนอกในรอบปี 2564 ประเมินเสร็จสิ้นแล้วกว่า 13,003 แห่ง พร้อมพบว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุ ดคือการพัฒนาคุณภาพการเรี ยนการสอน โดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกั บการจัดการเรียนรู้ที่ต้องมีรู ปแบบและกิจกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าประเมินต่อเนื่ องโดยในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 กำลังอยู่ในช่วงการประเมินเพิ่ มอีก 8,330 แห่ง และคาดว่าหลังจบการประเมินรอบปี 2564 จะสามารถรับรองผลการประเมินคุ ณภาพภายนอกให้สถานศึกษาได้ 21,333 แห่ง ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่ กำหนดไว้กว่า 20%
ONESQA รายงานผลการประเมินฯ แล้วเสร็จ 1.3 หมื่นแห่ง มั่นใจยังเดินหน้าต่อได้

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. กล่าวว่า การประเมินคุณภาพภายนอกในรอบปี 2564 (ตุลาคม 2563 -กันยายน 2564) ซึ่งเป็นการประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ด้วยรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์ 100%
ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยสามารถประเมินคุณภาพภายนอกและรับรองผลให้แก่สถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล 1-3 และประถมศึกษา-มัธยมศึกษา) และด้านการอาชีวศึกษาได้แล้วจำนวน 13,003 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 3,825 แห่ง เป็นสถานศึกษาที่ได้รับการประเมิน
และมีการรับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกเสร็จเรียบร้อยทั้ง 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การประเมินและวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) และระยะที่ 2 การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหรือการตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (Site Visit Online)

ซึ่ง สมศ.ได้แจ้งผลการประเมินไปยังสถานศึกษาเรียบร้อยแล้ว และมีสถานศึกษาจำนวน 9,178 แห่ง ที่ประเมินระยะที่ 1 และได้รับการรับรอง โดยคณะกรรมการ สมศ. เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการประกันคุณภาพของสถานศึกษาในการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล 1-3 และประถมศึกษา-มัธยมศึกษา) และด้านการอาชีวศึกษา ที่เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกในระยะที่ 1 การประเมินและรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR)

จำนวนรวมทั้งสิ้น 12,404 แห่ง ซึ่งมีการประเมินผลตามรายมาตรฐานโดยมีระดับคุณภาพ 3 ระดับ ได้แก่ ดี พอใช้ ปรับปรุง ดังนี้ พบว่าส่วนใหญ่ของสถานศึกษามีผลประเมิน “ด้านผู้เรียน“ อยู่ที่ระดับคุณภาพ “ดี“ รายละเอียดดังนี้
- การศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) : มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวนทั้งสิ้น 4,540 แห่ง พบว่าสถานศึกษา พบว่ามีผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็กปฐมวัย อยู่ในระดับดีจำนวน 3,307 แห่ง คิดเป็น 73%
- ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล 1-3 และประถมศึกษา-มัธยมศึกษา) : มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 7,526 แห่ง พบว่ามีผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็ก/ผู้เรียน อยู่ในระดับดีจำนวน 7,034 แห่ง คิดเป็น 93%
- ด้านการอาชีวศึกษา : มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 338 แห่ง มีผลการประเมินด้านคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับดีจำนวน 277 แห่ง คิดเป็น 82%

ตัวเลขข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอน ผู้เรียน และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ต่างให้ความสำคัญกับการร่วมมือพัฒนาสถานศึกษา เพื่อให้การเรียนการสอนให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นและเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ สถานศึกษาหลายแห่งมีการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน
ในชั้นเรียนต่างจากการประเมินในรอบที่ผ่านมา ด้วยการประยุกต์ใช้กระบวนการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด แต่ได้เห็นถึงแผนงานและเป้าหมายที่แต่ละสถานศึกษาจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

“สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 สมศ. ได้มีการวางแผนการทำงานให้เกิดความต่อเนื่องจากการประเมินในครึ่งปีแรก โดยในเดือนสิงหาคม 2564 กำลังอยู่ในขั้นตอนของการประเมินผลจากการวิเคราะห์ SAR เพิ่มอีกจำนวน 8,330 แห่ง
ซึ่งคาดว่าผู้ประเมินภายนอกจะทำการวิเคราะห์เสร็จสิ้นและส่งกลับมายัง สมศ. ได้ภายในช่วงกลางเดือนกันยายน 2564 ดังนั้นในรอบการประเมินปี 2564 ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ จะทำให้ สมศ. สามารถประเมินและรับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกให้แก่สถานศึกษา ทุกระดับทั่วประเทศได้มากถึง 21,362 แห่ง
ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ที่ 17,000 แห่ง กว่า 20% นอกจากนี้ สมศ. ยังคงดำเนินการส่งเสริมสถานศึกษาทุกระดับที่มีจำนวนกว่า 61,000 แห่งในรูปแบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาเข้าใจถึงแนวทางการประเมินรูปแบบใหม่ผ่าน “โครงการส่งเสริมสถานศึกษาและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกภายใต้สถานการณ์ COVID-19“ ดร.นันทา กล่าว

โดยมีกิจกรรมส่งเสริมผ่านการส่งเอกสารให้สถานศึกษาดาวน์โหลดด้วยแสกนคิวอาร์โค๊ดเพื่อศึกษาแนวทางการประเมินของ สมศ. การจัดทำอินโฟกราฟิก และคลิปวีดิโอสั้น ๆ เกี่ยวกับการประเมิน และรูปแบบการประเมิน เพื่อให้สถานศึกษาเข้าใจได้ง่าย ตลอดจนการจัดโครงการส่งเสริมฯ
ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กไลฟ์ของ สมศ. ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประเมิน สถานศึกษา ต้นสังกัดเข้ารับชมพร้อมกันเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในบทบาทของแต่ละฝ่าย และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรม เป็นกลาง โปร่งใสในการประเมินภายใต้สถานการณ์ COVID–19 ที่ผู้ประเมินกับผู้รับการประเมิน ได้ทราบว่าผู้ประเมินจะประเมินอะไรและผู้ถูกประเมินต้องปฏิบัติตัวอย่างไรอีกด้วย

“ทั้งนี้ ในส่วนของสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกไปแล้วนั้น ขอให้นำข้อเสนอแนะที่ได้รับจาก สมศ. ในด้านต่าง ๆ ไปปรับใช้เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาต่อไป และสำหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้รับการประเมินหรืออยู่ในกระบวนการประเมินนั้น สมศ. ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ต้องกังวลว่าการประเมินคุณภาพภายนอก
จะสร้างภาระเพิ่มเติมให้ เพราะการประเมินจะดำเนินการตามบริบทของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา โดยจะพิจารณาจาก SAR ที่สถานศึกษาส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเท่านั้น และในการประเมินแต่ละครั้ง
สมศ. จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ ฉะนั้นขอให้สถานศึกษามั่นใจว่าการประเมินของ สมศ. เป็นไปเพื่อการให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสถานศึกษานั้น ๆ ให้ดียิ่งขึ้น”

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























