Oracle ชี้ AI คือตัวช่วยสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจยุค New Normal

0
208

ออราเคิล (Oracle) ชี้ AI คือตัวช่วยสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจยุค New Normal ทำให้สามารถการเพิ่มผลกำไร และวางแผนการเติบโตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ…

Oracle ชี้ AI คือตัวช่วยสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจยุค New Normal

มร.ลารส์ เฟเอสต์ หัวหน้าฝ่ายแอปพลิเคชัน ออราเคิล ประเทศไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท รวมไปถึงระบบคลาวด์ (Cloud) ในปัจจุบันระบบคลาวด์ไม่ใช่แค่แหล่งจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ที่มีความปลอดภัยสูงเท่านั้น 

แต่ยังมีการนำปัญญาประดิษฐ์และซอฟต์แวร์การบริหารจัดการมาปรับใช้อีกด้วย อีกทั้งข้อมูลถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน ข้อมูลต่าง ๆ ในองค์กรนั้นจึงเป็นส่วนช่วยในขั้นตอนการตัดสินใจของพนักงานและผู้บริหารโดยตรง และยังแสดงให้เห็นถึงสภาวะขององค์กร

ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน รายการสินค้าคงคลัง แรงงาน และลูกค้า ฯลฯ รวมไปถึงระบบการทำงานในทุกภาคส่วนขององค์กร ทำให้สามารถการเพิ่มผลกำไร และวางแผนสร้างความเติบโตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย ออราเคิล มุ่งมั่นออกแบบโซลูชั่นการทำงานเฉพาะด้านให้แก่ลูกค้าเฉพาะราย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาการทำงานได้อย่างตรงจุด สร้างผลลัพธ์ในการดำเนินงานที่พึงประสงค์ และสามารถปรับเปลี่ยนโซลูชั่นใหม่ ๆ เข้ากับระบบการทำงานเดิมของบริษัทลูกค้าได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ 

Oracle
มร.ลารส์ เฟเอสต์ หัวหน้าฝ่ายแอปพลิเคชัน ออราเคิล ประเทศไทย

โซลูชั่นเพื่อการประกอบกิจการของออราเคิลจะทำงานผ่านระบบคลาวด์เต็มรูปแบบ ซึ่งมีทั้งการวางแผนทรัพยากรเพื่อวิสาหกิจ (Enterprise Resource Planning: ERP) การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management: SCM) การบริหารจัการทุนทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Management: HCM) 

และอื่น ๆ โดยเมื่อติดตั้ง และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการทำงานเลียนแบบเครื่องกล จะทำให้โซลูชั่นเหล่านี้สามารถสร้างข้อมูลสถิติเชิงลึกและการวิเคราะห์ที่แม่นยำได้ ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถบริหารปัจจัยต่าง ๆ เช่น รายการสินค้า

และการสร้างมูลค่าได้อย่างถูกต้องแบบเรียลไทม์ และช่วยให้ผู้บริหารสามารถตรวจพบปัญหา ดำเนินการแก้ไข และตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและฉับไวทันต่อเหตุการณ์ การใช้แอปพลิเคชั่นผ่านระบบคลาวด์ยังทำให้การบริหารข้อมูลมีความโปร่งใสและทุกฝ่ายในองค์กร (ซึ่งอาจรวมถึงพันธมิตรคู่ค้า

Oracle

ซึ่งสามารถตั้งค่าการเข้าถึงเฉพาะส่วนได้) สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้พร้อมกัน เพื่อร่วมหารือถึงโอกาสทางธุรกิจ โดยพิจารณาจากข้อมูลเชิงลึกที่เกิดจากการวิเคราะห์ โดย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการทำงานเลียนแบบเครื่องกล (Machine Learning) นำองค์กรไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจในระยะยาว

นอกจากนี้ หากเกิดปัญหาขึ้นในกระบวนการทำงาน ทุกฝ่ายจะสามารถตรวจพบได้ในทันทีว่าเกิดความขัดข้องในขั้นตอนใด และสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยจำกัดขอบเขตความเสียหายได้อย่างมาก

การใช้ระบบคลาวด์มีประสิทธิภาพกว่าเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท

ในอดีตบริษัทต่าง ๆ  มักจัดเก็บข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงหากต้องทำงานนอกสถานที่ ซึ่งเซิร์ฟเวอร์จะทำหน้าที่เพียงจัดเก็บข้อมูล และแสดงผลข้อมูลเบื้องต้นได้เท่านั้น ข้อเสียหลักของระบบเซิร์ฟเวอร์คือการลงทุนที่สูงทั้งในส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ซึ่งบริษัทต้องลงทุนเองทั้งหมดตั้งแต่การจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์พื้นฐาน โซลูชั่น ซอฟต์แวร์ และระบบการขับเคลื่อนต่าง ๆ ตลอดจนต้องมีพนักงานฝ่ายไอทีคอยดูแล ซ่อมแซม และอัพเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปกป้องเซิร์ฟเวอร์จากภัยคุกคามทั้งจากภายใน และภายนอกองค์กร

Oracle

สิ่งนี้ต้องอาศัยงบประมาณมหาศาล และยังมีความเสี่ยงสูงที่บริษัทจะถูกแฮ็คข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของออราเคิลใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการทำงานเลียนแบบเครื่องกล (Machine Learning) ในการขับเคลื่อนการทำงานด้วยตัวเอง ทั้งรักษาความปลอดภัย และซ่อมแซมตัวเองได้

ถือเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์แบบ ทำให้เกิดประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความมั่นคงปลอดภัยที่มากกว่าระบบเซิร์ฟเวอร์ปกติของบริษัท เพื่อการรับมือกับภัยคุกคามและสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นสูงได้พร้อมกัน

ทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการระบบคลาวด์ของออราเคิลมั่นใจได้ว่าจะมีผู้คอยดูแลความปลอดภัยของข้อมูล และบริษัทจะมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ทันสมัย และปลอดภัยที่สุดในโลกใช้งานอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ต้องมีการลงทุนมากมายแต่อย่างใด

องค์กรชั้นนำใช้ระบบคลาวด์เพื่อฝ่าฟันวิกฤต และยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ

หนึ่งในตัวอย่างขององค์กรธุรกิจที่หันมาใช้งานและได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากโซลูชั่นคลาวด์คือ บริษัทเงินติดล้อ ผู้นำด้านธุรกรรมการเงินรายย่อยในประเทศไทยซึ่งเป็นลูกค้าที่ใช้โซลูชั่นด้านการเงินแบบติดตั้งฐานข้อมูลในองค์กรของออราเคิลมาเป็นเวลานาน

ได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้โซลูชั่นการวางแผนทรัพยากรองค์กรบนระบบคลาวด์ของออราเคิล (Oracle Fusion Cloud ERP) ซึ่งทำให้บริษัทมีฟีเจอร์การทำงานใหม่มากมาย พร้อมความสามารถขั้นสูงในการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าที่สมบูรณ์แบบบนแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในภาพรวมได้อย่างดีเยี่ยม

อีกตัวอย่างหนึ่งขององค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้โซลูชั่นของออราเคิลในการเพิ่มความยืดหยุ่นของการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบัน คือกรณีของ FedEx Services บริษัทขนส่งชั้นนำซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากเสียสมดุลด้านทรัพยากร (ห่วงโซ่อุปทาน) 

Oracle

ด้านการขนส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกระทันหันในขณะที่พนักงานขับรถไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทกำลังเปลี่ยนโครงสร้างทางการเงินให้ทำงานผ่านระบบคลาวด์ แทนที่แผนการจะถูกระงับ บริษัทกลับสามารถใช้แอปพลิเคชั่นของออราเคิล

เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงระบบให้เร็วขึ้น พนักงานจำนวนมากกว่า 30,000 คน สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ผ่านระบบคลาวด์เพื่อตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในขั้นตอนการทำงาน และใช้ระบบอัตโนมัติสะสางงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ความผันผวนด้านทรัพยากร (ห่วงโซ่อุปทาน) มาได้อย่างราบรื่น

เหตุการณ์โควิด-19 ไม่ใช่วิกฤตการณ์ครั้งสุดท้ายที่เจ้าของธุรกิจจะต้องเผชิญ ดังนั้น ผู้ประกอบการทุกรายจึงควรประเมินและสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน การลงทุนกับเทคโนโลยีคลาวด์ถือเป็นการปูพื้นฐานการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อเตรียมรับมือกับความต้องการใหม่ ๆ ที่เกิดจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบัน และอนาคต”

Oracle

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.