Qualtrics เผยผลการวิจัยความชื่นชอบต่อแบรนด์ของคนไทยเปลี่ยนแปลงช่วงโควิด-19

0
235
Qualtrics

ควอทริคซ์ (Qualtrics) เผยผลการวิจัยความชื่นชอบต่อแบรนด์ (Brand Trust Study) ของคนไทยเปลี่ยนแปลงช่วงแพร่ระบาดใหญ่ของ โควิด-19…

Qualtrics เผยผลการวิจัยความชื่นชอบต่อแบรนด์ของคนไทยเปลี่ยนแปลงช่วงโควิด-19

ควอทริคซ์ ผู้นำด้านการสร้างประสบการณ์ลูกค้า และผู้พัฒนาระบบการบริหารจัดการประสบการณ์ (XM) เผยผลการวิจัยครั้งที่สองเรื่องความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ (Brand Trust Study) เกี่ยวกับความชื่นชอบ พฤติกรรม และความคาดหวังของคนไทยต่อแบรนด์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปในช่วงของการแพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา   

การสำรวจเกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ครั้งแรกจัดทำกับกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 520 คนในช่วงระหว่างวันที่ 29 เมษายน-5 พฤษภาคม 2563 และการวิจัยครั้งที่สองสำรวจความคิดเห็นจากคนไทยจำนวน 319 คน (ช่วงอายุ 18-65 ปี) ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ผลการวิจัยเผยว่า ถึงแม้ว่าข้อจำกัดต่างๆมีผลกับการเปลี่ยนแปลงกับการดำเนินงานและพฤติกรรมของแบรนด์ยังมีผลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยผลการสำรวจในครั้งนี้ เผยว่า ผู้บริโภคมากกว่า 95% เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการในมาตรการต่าง ๆ ของแบรนด์ในช่วงวิกฤติ มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

ในขณะที่โดยคนส่วนใหญ่ 92% เห็นด้วยว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยผลการสำรวจในครั้งนี้มีความใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา โดยปัจจัยผลักดันให้เกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ยังคงคล้ายคลึง โดย 44% เห็นว่าการไม่ฉวยโอกาสกอบโกยกำไรในช่วงวิกฤติเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ตามมาด้วย 39% เห็นว่าการดูแลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ในขณะที่ 37% เห็นว่าการคงราคาที่สมเหตุสมผลไว้  และ 20% เห็นว่าการดูแลพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ

Qualtrics

สิ่งที่แตกต่างที่เห็นได้จากผู้บริโภคคือช่องทางการสื่อสาร และข้อความที่ต้องการเห็นจากแบรนด์

 

ข้อความที่ผู้บริโภคต้องการเห็นจากแบรนด์มากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ข้อความเกี่ยวกับความปลอดภัย และสุขอนามัย (70%) แทนที่การอัพเดตว่าแบรนด์มีการดำเนินการอย่างไรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด (63%) ซึ่งตกมาอยู่อันดับ 2 ลำดับถัดมา

ผู้บริโภคต้องการรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการบริการ (50%) ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงช่องทางจัดจำหน่าย (45%) และอีเมลโปรโมชั่น (45%) เมื่อถามถึงช่องทางที่ชื่นชอบในการสื่อสาร ผลสำรวจระบุว่า เฟซบุ๊กยังคงเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร (77%)  

ตามมาด้วยช่องทางออนไลน์ (66%), ทีวี (50%) และอีเมล (50%) โดยผลที่น่าสนใจ คือ ช่องทางที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นสูงสุด คือ อีเมล (12%) และ TikTok (9%)

Qualtrics

ลิซา คาตรี หัวหน้าฝ่ายวิจัยและการสร้างประสบการณ์ต่อแบรนด์ ควอทริคซ์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และญี่ปุ่น กล่าวว่า การระบุความต้องการ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และตอบสนองต่อความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีการแพร่ระบาด

และรวมถึงหลังจากนี้ด้วย ข้อมูลที่พบว่า ข้อความ ข้อมูล และช่องทางในการติดต่อสื่อสารที่ผู้บริโภคต้องการมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์ควรรู้ เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างถูกช่องทาง ธุรกิจยังคงต้องเดินหน้าต่อไปท่ามกลางการแพร่ระบาด

ซึ่งความชื่นชอบและทัศนคติของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ดังนั้นแล้ว องค์กรธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่างเช่น ควอทริคซ์ เพื่อตรวจจับชีพจร ความรู้สึก และติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูลเชิงลึกจาก ควอทริคซ์ ช่วยระบุปัจจัยชี้นำทางธุรกิจ ซึ่งต้องออกแบบ และส่งมอบการติดต่อสื่อสารของแบรนด์  และสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อปลูกฝังความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

Qualtrics

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.