“Skan & Go” โปรแกรมสู้โควิด-19 “รู้พื้นที่เสี่ยง-รู้จุดเช็คอินสุดปลอดภัย”

0
210

กทปส.โชว์นวัตกรรมผลสำเร็จงบฯ วิจัย “Skan & Go” โปรแกรมล้ำรับมือสู้โควิด-19 “รู้พื้นที่เสี่ยง-รู้จุดเช็คอินสุดปลอดภัย” ใช้งานฟรีทุกพื้นที่ทั่วไทย…

กทปส. โชว์ Skan & Go” โปรแกรมสู้โควิด-19 “รู้พื้นที่เสี่ยง-รู้จุดเช็คอินสุดปลอดภัย”

ต้องยอมรับว่า อินเตอร์เน็ต ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมาก ทั้งเพื่อการสื่อสาร ติดตามข้อมูลข่าวสาร และความบันเทิง แต่ถึงอย่างนั้น ยังมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในมิติต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา ในหลายประเทศได้นำอินเตอร์เน็ตไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ

และแจ้งเตือนปัญหาที่เสี่ยงกระทบกับสุขภาพของผู้คนจำนวนมาก อาทิ AirVisual แอปฯ ตรวจสอบคุณภาพอากาศทุกพื้นที่ทั่วโลก พร้อมแสดงค่าฝุ่น และควันในรูปแบบตัวเลขและเฉดสี เพื่อให้ผู้คนสามารถเตรียมอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างทันท่วงที รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการกับโรคระบาดโควิด-19 ที่เรากำลังเผชิญอยู่

Skan & Go
นิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการกองทุนวิจัย และพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

นิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการกองทุนวิจัย และพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า 

กทปส. ตระหนักถึงความสำคัญ และมุ่งยกระดับการเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ ของคนไทยในทุกมิติ ทั้งข้อมูลข่าวสาร และทุกสิทธิประโยชน์พึงได้ ผ่านระบบสารสนเทศ และการสื่อสาร รวมถึงโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย นอกจากนี้ ยังมุ่งสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนางานวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ

Skan & Go

ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2 การมีเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามอย่างรัดกุม ทั้งในกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อ ผู้ป่วยติดเชื้อ และติดตามอาการผู้ป่วยติดเชื้อซ้ำ

Skan & Go
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการรักษาทางการแพทย์ และป้องกันการกระจายของโรคเป็นวงกว้าง ตลอดจนคลี่คลายสถานการณ์ให้อยู่ในภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ หนึ่งในงานวิจัย และนวัตกรรมที่ กทปส. ได้ให้การสนับสนุน ภายใต้งบประมาณให้สถานพยาบาลของรัฐต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 (รอบที่ 2) รวมมูลค่า 6.2 ล้านบาท จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คือ สกิน & โก (Skan & Go) จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

Skan & Go

โปรแกรมที่ช่วยเก็บเรคคอร์ดทุกจุดเช็คอิน เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) และไปต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการติดตามประวัติการเดินทางของผู้ป่วยย้อนหลัง นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป

นำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี กทปส. เล็งผลักดันการพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ที่มีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนา เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้หรือการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในภาคประชาชน

การบันทึกประวัติการเดินทางของประชากร ในสมาร์ทโฟน!!

Skan & Go
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ศักยภาพ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ไทย รวมถึงสถานพยาบาลไทย นับเป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

อย่างไร้ข้อกังขา แต่ทว่า การติดตามและควบคุมโรคไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง ยังเป็นข้อจำกัดด้วยปัจจัยของการเกิดโรคอุบัติใหม่ ทีมวิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงทำการศึกษากรณีต่างประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว อย่าง จีน และเกาหลีใต้

Skan & Go

ซึ่งพบว่า เป็นการหยิบยกเทคโนโลยี Tracking and Tracing มาประยุกต์ใช้ในการบันทึกประวัติการเดินทางของประชากร ในสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบถึงประวัติการเดินทางย้อนหลังของผู้ติดเชื้อ ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำขึ้นว่า เดินทางไปที่ใดบ้าง

อีกทั้งเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงก่อให้เกิดแรงบันดาลใจและถือกำเนิด โปรแกรม สกิน & โก ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนางานวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจาก กทปส. กว่า 6 ล้านบาท

Skan & Go
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

โปรแกรมที่ช่วยให้การเรคคอร์ดทุกจุดเช็คอินเป็นเรื่องง่าย เพียง สแกน และไปต่อ ที่มาพร้อมฟังก์ชันในการแสดงผลความเสี่ยงของพื้นที่นั้น ๆ ใน 3 เฉดสี คือ สีแดง พื้นที่ติดเชื้อ สีส้ม พื้นที่เสี่ยงติดเชื้อและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และ สีเขียว พื้นที่ปลอดภัย

อีกทั้งยังมาพร้อมความสามารถในการเช็คเอาท์อัตโนมัติ เมื่อเช็คอินโลเคชันใหม่ ทั้งนี้ ประวัติการเดินทางทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับในฐานข้อมูลกลาง แต่ในกรณีที่ผู้ใช้งานได้เช็คอินในที่เดียวกับผู้ป่วยโควิด จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทันที

เพื่อทำการตรวจหาเชื้อโควิดโดยละเอียด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถดาวน์โหลดประวัติการเดินทางในรอบ 14 วันให้กับทีมแพทย์ได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนการซักประวัติการเดินทาง รวมทั้งป้องกันการตกหล่นในการให้ข้อมูลของผู้ป่วย 

ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าว มุ่งประโยชน์แก่ผู้ใช้งานใน 4 กลุ่ม ได้แก่ ประชาชนผู้ใช้งาน ที่จะได้ทราบถึงระดับความเสี่ยงของพื้นที่ปลายทางว่าอยู่ระดับใด ผู้ประกอบการเจ้าของสถานที่ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในการปิด หรือเปิดสถานประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์

สามารถใช้ตรวจสอบประชาชนที่เข้ามาใช้บริการต่อผู้ป่วย ในช่วงเวลานั้น ๆ ว่าเป็นใครบ้าง พร้อมทำการส่งข้อความ SMS แจ้งเตือน เพื่อกลับเข้ามาตรวจหาความเสี่ยงติดเชื้อ และ เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อวางมาตรการในการทำความสะอาดพื้นที่

Skan & Go
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รวมถึงการนำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยโรคโดยโปรแกรมนี้มีได้นำร่องใช้จริง ณ โรงพยาบาลศิริราช เรียบร้อยแล้ว โดยมีการติดตั้งจุดสแกน QR Code รวมกว่า 700 จุด ที่มีอัตราการรวมตัวของคนจำนวนมาก โดยรอบโรงพยาบาล อาทิ ห้องบัตร ห้องตรวจ ห้องจ่ายยา

ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชน ได้นำโปรแกรม สกิน & โก ไปใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศไทย โดยหากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการ รวมถึงประชาชนท่านใดที่สนใจ

สามารถแจ้งความประสงค์มาได้ที่ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท์ 02-419-7000 (ในวันและเวลาราชการ) เพื่อดำเนินการจัดหาเจ้าหน้าที่ ในการอบรมพร้อมให้คำแนะนำการใช้งานโดยละเอียดเป็นลำดับต่อไป ทั้งนี้ ทีมวิจัยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 

Skan & Go

ผู้สนใจยื่นขอรับทุนสนับสนุนจาก กทปส. สามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ กองทุนวิจัยและพัฒนาฯ โทรศัพท์ 02 554 8111 และ 02 554 8114 หรือ www.facebook.com/BTFPNEWS และ https://btfp.nbtc.go.th

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.