BTFP เดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมเบรคเกอร์ 4.0 ผ่าน Cloud Platform และ AI

BTFP

กทปส. (BTFP)เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมไฟฟ้าต่อยอดนวัตกรรมเบรคเกอร์ 4.0 ผ่าน Home Cloud Platform และ AI พร้อมเล็งแก้ข้อจำกัดกการรับทุนเพื่อดัน SME Startup ไทย…

highlight

  • กทปส. หนุนพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเบรคเกอร์ 4.0 สัญชาติไทย ด้วยระบบ Home Cloud Platform และ AI สู่ปฏิวัติอุตสาหกรรมไฟฟ้ายุคดิจิทัล พร้อมเยี่ยมชมออฟฟิศพันทิปดอทคอม เว็บคอมมูนิตี้ของไทย และโรงงานพลาสติกกับระบบดิจิทัลในการบริหารจัดการไฟฟ้าของเครื่องจักร
  • เล็งแก้ปัญหาทางกฏหมายที่กำหนดให้ ลิขสิทธิ์ของผลงานวิจัยเป็นของรัฐ หลังไม่มี เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ยื่นโครงการเข้ามารับทุนตั้งแต่สนับสนุนได้ตั้งปี 2560 

BTFP เดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมเบรคเกอร์ 4.0 ผ่าน Home Cloud Platform และ AI

NBTC
ชาญวุฒิ อำนวยสิน ผู้อำนวยการสำนักกองทุนวิจัย และพัฒนา

ชาญวุฒิ อำนวยิน ผู้อำนวยารำนัองุนวิจัย และพัฒนา ิดเผยว่า . ใหุ้นนับนุนโครงารบ้านไร้เบรอร์ 4.0 ับารฏิวัติอุตาหรรมารใช้ไฟฟ้า และาร้องันภัย ซึ่งได้รับารจัดรรุนระเภี่ 1 ระจำี 2561 ตามวัตถุระงค์มาตรา 52 (2)

่งเริมผู้ระอบิจารและบริารด้านิจารระจายเียง ิจารโัศน์ และิจารโรคมนาคมอย่างั่วถึง โดยได้ดำเนินารพัฒนานวัตรรมด้วยระบบเคโนโลยี HoME@Cloud ซึ่งเ็นาร่งเริม และนับนุารต่อยอดนวัตรรมเบรคเอร์ 4.0 ของนัวิศวรไย เพื่อฏิวัติอุตาหรรมไฟฟ้ายุคดิจิัล

โดยมีวัตถุระงค์เพื่อ่งเริม และนับนุนารวิจัย และพัฒนาารโรคมนาคม เคโนโลยีารนเี่เี่ยวข้อง ซึ่งิ่งำคัญคือารจัดารองค์รวมของระบบ IoT โดยอาศัยตู้รวมไฟฟ้าเ็น GATEWAYลี่ยนระบบ้องันไฟฟ้าแบบเาเ็นเคโนโลยีระบบไฟฟ้าดิจิลเพื่อาร้องันภัยจาไฟฟ้า

และได้มีารติดตั้งใช้งานจริงของระบบเบรอร์ 4.0 ให้ับองค์าธารณะของผู้งอายุ ผู้พิาร ผู้เยาว์และผู้ด้อยโอ  นอจานี้ยังติดตั้ง และใช้งานในองค์รธุริจขนาดเล็ ลางและใหญ่ รวมว่า 50 แห่ง  โดยในวันนี้ได้เข้ามาเยี่ยมชม และติดตามารดำเนินารติดตั้ง และใช้ระบบ

ณ บริษั อินเตอร์เน็ตมาร์เ็ตติ้ง จำัด (พันดอคอม) รุงเพฯ และบริษั ิงโตพลาติ จำัด โรงงานพลาติ จังหวัดาญจนบุรี ั้ง 2 แห่งซึ่งรูแบบารใช้งานจะแตต่างันำให้เห็นความามารถของารบริหารจัารระบบี่มีระธิภาพี่รองรับารใช้งานได้ั้งองค์รขนาดเล็จนถึงใหญ่ 

ำหรับนวัตรรมบ้านไร้เบรอร์ 4.0 เ็นารเตรียมโครงร้างพื้นฐานเพื่อารพัฒนาต่อยอดร้างลานข้อมูลขนาดใหญ่ (Platform) ำหรับธุริจแบ่งัน (Sharing Economy) โดยอาศัยจุดเริ่มต้นของารมีไฟฟ้าใช้ ี่ตู้รวมไฟฟ้า หัวใจำคัญของระบบจึงจำเ็นี่จะต้องมั่นใจในาร้องนความลอดภัยจาารใช้ไฟฟ้าชนิด

ในระบบเดียว และในความเนดิจิัลยังำให้ราบถึงาเหตุของัญหาไฟฟ้าขัดข้องี่เิดขึ้นได้ และามารถนำข้อมูลมาวางแผนารใช้พลังงานเ็นวัน ดาห์ เดือน ี  รวมั้งแจ้งเตือนความผิดติของริมาณารใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยในารระหยัด นำไู่โครงร้างพื้นฐานรองรับความเ็นเมืองอัจฉริยะของระเี่มีมาตรฐานเดียวั่ัน

ั้งนี้ารดำเนินารมอบน และนับนุนารดำเนินโครงารฯ ครั้งนี้อดคล้องบนโยบายขององุนฯ  เพื่อระโยชน์าธารณะ นับเ็นารแดงศัยภาพของนัวิศวรไี่ามารถพัฒนานวัรรมให้เิดระโยชน์ูงุด

BTFP

เล็งแก้ปญหาทางกฏหมายลิขสิทธิ์ของผลงานวิจัยเพื่อหนุน เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ เข้ารับทุนตั้งแต่สนับสนุน

นับตั้งแต่การเปิดคุณสมบัติให้ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ เข้ามารับทุนสนับสนุนได้ตั้งปี 2560 ก็ยังไม่มี เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ยื่นโครงการเข้ามารับทุน เราเข้าใจว่าเรื่องของปัญหาทางกฏหมายที่กำหนดให้ ลิขสิทธิ์ของผลงานวิจัยเป็นของรัฐที่มีอยู่อาจจะทำให้ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ไม่กล้าเข้ามาขอรับทุน

ดังนั้นเพื่อให้ กทปส. สามารถสนับสนุน เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เราจึงเร่งพิจารณาแก้ไข และเร่งผลักดันข้อกำหนดใหม่ เพื่อเปิดโอกาสของลิขสิทธิ์ผลงานวิจัยยังเป็นของ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ผู้พัฒนาเอง 

โดยจากการพูดคุยคาดว่าจะสามารถปลดล็อคข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์ เพื่อส่งเสริมให้ เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ เข้ามายื่นขอรับทุนสนับสนุนได้ในช่วงกุมภาพันธ์ของปี 2565 นอกจากนี้ กทปส. เองก็ได้ ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank

เพื่อช่วยกันปลดล็อคข้อจำกัดดังกล่าว เบื้องต้นมีการพิจารณาของบอร์ดทั้งสองฝั่งแล้ว รอเพียงการจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน แล้วให้บอร์ดกองทุนเป็นผู้อนุมัติ หลังจากนั้นจะมีการประกาศใช้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2565 เพื่อส่งเสริมตั้งแต่ขั้นตอนการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ (Accelerator) และคัดเลือกโครงการที่สามารถต่อยอดได้

เริ่มต้นวางมาตรฐานะบบดิจิัลั้งหมดของเมืองอัจฉริยะในอนาคต

BTFP
ชัชชม สุจริตโศภิต ผู้พัฒนานวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์ 4.0

ชัชชม ุจริตโศภิต ผู้พัฒนานวัตรรมบ้านไร้เบรอร์ 4.0  ได้เิดเผยว่าารได้รับุนจา . ในครั้งนี้เ็นารได้โอี่จะเริ่มต้นวางมาตรฐานด้านดิจิลแบบองค์รวมอีด้านหนึ่งในารเชื่อมโยงระบบดิจิัลั้งหมดของเมืองอัจฉริยะี่จะมีมาในอนาคต

โดยอาศัยจุดี่เ็นศูนย์รวมของรรพิ่งคือไฟฟ้า ี่อุรณ์ไม่อาจำงานได้หาราศจาไฟฟ้า และในระแไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้ี่อุรณ์ต่าง ๆ ใช้งานนั้น ได้บรรจุารหรือ Intelligence เอาไว้ เมื่อเอาความามารถางดิจิลมาดิจิไารในคลื่นไฟฟ้าามารถนำมาใช้ระโยชน์ต่าง ๆ ได้

ซึ่งในโครงารนี้เ็นารนำมาใช้ระโยชน์ขั้นต้น่อนคือารองันภัย และารจัดารพลังงานพร้อมมี Gateway เพื่อรองรับ IoT นับเ็นารหลอมรวมนของระบบารนเศ และไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยอาศัยช่องว่างของารมาแทนระบบเบรอร์เดิม ด้วยเคโนโลยีี่พลิโฉมารเริ่มต้นมีไฟฟ้าใช้ให้ับอุรณ์ภายในบ้าน 

ซึ่งโครงารบ้านไร้เบรอร์ 4.0 นี้ได้ร้างระบบเคโนโลยี HoME@Cloud ี่เ็น Cloud Platform ำงานร่วมับมองล REM101 ี่มีระบบัญญาระดิษฐ์ (AI) ี่คอยตรวจจับคลื่นไฟฟ้า ละตัินใจตัดต่อวงจรไฟฟ้า่อนเดภัยางไฟฟ้าชนิด ให้เิดความะดวบาย อุ่นใจ และควบคุมได้ต่อผู้ใช้

BTFP

พร้อม่งผ่านข้อมูลพารามิเตอร์างไฟฟ้าไยัง HoME@Cloud Cloud Platform ี่จะมีระบบบริหารจัดารให้เิด SelfThinking Home ให้บ้านเ็นเมือนคอมพิวเตอร์ ี่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเ็นองค์ระอบในารำงานผ่านเครื่องมือื่อารได้อย่างแทจริงบนระบบเดียว ไม่ต้องพึ่ง Home HUB เช่น Google อีต่อไและยังามารถต่อยอดไใช้ในารขับเคลื่อนระบบเศรษฐิจดิจิัลได้ในอนาคต

โดย่วนตัวมองว่าหาระเศจะขับเคลื่อนู่เศรษฐิจดิจิัล วิฤตโควิด-19 คือวิฤตี่ร้างโอให้ระเศไี่จะ้าวข้ามารเนผู้บริโภคเคโนโลยีต่างชาติ ผู้วิจัยเชื่อว่าเคโนโลยีของโครงารี่เริ่มตั้งแต่ต้างี่เรียบเมือนระตูอนารมีไฟฟ้าใช้จะเ็นิ่งี่็นระโยชน์ในารำให้ระเศยืนขึ้นเ็นหนึ่ง

ในผู้นำด้านธุร Platform จาความจริงี่ว่าความอัจฉริยะต้องใช้ไฟฟ้า และระเศไยจะได้เ็นเจ้าของเคโนโลยีไฟฟ้าี่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องมีจาวันนี้ไ ารติดระดุมเม็ดแรให้ถู จะร้างโออีมามายเช่นเดียวับี่ APPLE ได้ร้างความำเร็จมาแล้วจาารพัฒนามือถือี่ำงานด้วยนิ้วเดียว และมี iOS และ Platform็นเหมือน Conduit of Servicesยังผู้บริโภค

BTFP

พร้อมันนี้างโครงารยังได้ร้างต้นแบบแทนชุด Consumer unit ของ HoME@Cloud (Home Managed Electricity in the Cloud) เพื่อศึษาพฤติรรม และญหาารใช้งาน รวมถึงเคโนโลยีัญญาระดิษฐ์ (AI) ี่มาพร้อมแอพพลิเคชั่นด้านารจัดารไฟฟ้า และควบคุมั่ารเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

และำนังานอัจฉริยะี่มีารติดต่อับผู้ใช้ี่ามารถควบคุมั่งงานได้บน HomeOS ลดารเดินางหรือารูญเางเศรษฐิจด้วยเคโนโลยี 4.0 อีั้งยังเ็นารวางราฐานด้านมาตรฐานในเรื่องี่ต้องมีระบวนารอบพร้อมเครื่องมืี่ถูต้อง

โครงารฯ ได้พัฒนานวัตรรมโดยตั้งเ้าี่จะร้างผลลัพธ์ผลัดันให้เนโครงร้างพื้นฐานำหรับธุรจบนแพลตฟอร์มี่เ็นของคนไยอย่างแท้จริงี่ับดูแลโดยรัฐบาลผ่าน Single Channel ตรงตู้รวมไฟฟ้า และเน้นารนำผลผลิตี่รัฐบาลามารถนำไใช้จริงโดยารงเริมารรับรุงบ้านด้วยตู้รวมไฟฟ้าอิเล็รอนิี่

ได้จางานวิจัยนี้ ยังจะามารถร้างงานให้ระเศไยได้มาว่า 60,000 ตำแหน่ง จาารผลิตู่ารติดตั้ง คิดง่ายๆโดยมมติฐานี่ว่าให้ช่าง 1 ีมี่มีระอบด้วยคนงาน 3 คน ติดตั้งวันละ 3 หลัง ด้วยริมาณเฉพาะบ้าน (ไม่รวมภาคอุตาหรรม) ในระเศไี่มีอยู่ว่า 20 ล้านหลังคาเรือน ต้องใช้คนไม่น้อยว่า 60,000 ีม

ีเดียว ี่ำคัญในขณะนี้ระเำลังพูดถึงารเลี่ยนแลงของตู้รวมไฟฟ้านี้ ารผลัดันของารใช้ในระเศจะำให้ภูมิภาคี่อิงมาตรฐานไย ได้นำไดำเนินนโยบายตาม ่งผลให้ไยได้่งออนวัตรรมู่ตลาดโล ช่วยลดารูญเียางเศรษฐจจาารนำเข้าเบรอร์แบบดั้งเดิม และเิดความเียหายางไฟฟ้า

ไม่น้อยว่า 10,000 ล้านบา นอจานี้ยังเ็น่งเริารนำเคโนโลยีื่อารมาร้างความเ่าเียมางังคม ให้คนภาพร่างายามารถควบคุมดูแลจัดารตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ร้างระบบนิเวศน์เพื่อเตรียมความพร้อมให้ับนัศึษาในารพัฒนาแอพู่อนาคต  

BTFP
วันฉัตร ผดุงรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง จำกัด และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Pantip.com

ขณะที่ วันฉัตร ผดุงรัตน์ รรมารผู้จัดาร บริษั อินเตอร์เน็ตมาร์เ็ตติ้ง จำัด และผู้่อตั้งเว็บไซต์ Pantip.com เิดเผยต่อว่า บริษั อินเตอร์เน็ตมาร์เ็ตติ้ง จำัด ัจจุบันเ็นผู้ให้บริารเว็บไซต์ Pantip.com และเว็บไซต์ในเครือ

ซึ่งมีีมงานรวมันระมาณ 80 ่าน ำหน้าี่ ดูแล บริาร และ พัฒนาเว็บไซต์ Pantip.com โดยมีความมุ่งหวังี่จะดำรงแพล็ตฟอร์มื่อังคมออนไลน์ของไยให้มีมาตรฐานและคุณภาพดเียมของต่างระเศไว้อย่างต่อเนื่อง

ำหรับระโยชน์ี่บริษัฯได้รับจาารติดตั้ง HoME@Cloud (Home Managed Electricity in the Cloud) นั้น หลังจาารติดตั้ง และศึษาพฤติรรมารใช้ไฟฟ้าในช่วงระยะเวลาระมาณ 6 เดือน ำให้ราบถึงพฤติรรมารใช้งานอุรณ์ไฟฟ้าหลัๆ ของบริษัฯได้อย่างชัดเจน รวมถึงเห็นจุดี่อาจเ็นัญหา

ซึ่งช่วยในารวางแผน เพื่อรัรุงระบบเพื่อเพิ่มความลอดภัยจาารใช้ไฟฟ้าได้เ็นอย่างดี แม้ัจจุบันางบริษัำงานในลัษณะ Work from Home เนื่องจาภาวะระบาดของเชื้อ Covid19 ำให้ารใช้ไฟฟ้าไมู่งนั แต่เชื่อว่าเมื่อีมงานเริ่มเข้ฏิบัติงานในี่ตั้ง ข้อมูลี่ได้รับจา HoME@Cloud จะช่วยให้ารบริหาร

ารใช้พลังงานภายในองค์ำได้ดีขึ้นมา และคาดว่าจะามารถลดารใช้พลังงานโดยไม่จำเ็นลงได้ไม่น้อยว่า 15% และยังมีแผนี่จะนำ HoME@Cloud ไต่อยอดเพื่อบริหารารใช้พลังงานของระบบเซิร์ฟเวอร์ี่ให้บริารเว็บไซต์เพิ่มเติม ซึ่งจะยิ่งร้างระโยชน์ในด้านารระหยัดพลังงาน และลดค่าใช้จ่ายได้อีมา

BTFP

นอจานี้แล้ว HoME@Cloud ซึ่งเ็นนวัตรรมี่พัฒนาขึ้นเองโดยวิศวรชาวไย เมื่อมองในภาพรวมด้านังคมแล้ว เ็นิ่งี่ Pantip.com รู้ภูมิใจี่ได้มีโอให้ารนับนุน โดยแนวคิดี่เชื่อมั่นมาตลอดว่า นวัตรรมี่ร้างและพัฒนาโดยคนไยเหล่านี้ คือพื้นฐานี่แท้จริงของารร้างความมั่งคั่งี่ยั่งยืนให้แระเศชาติต่อไ

ในอนาคต อีั้งในมุมของตัวนวัตรรมเอง ็มีความน่าตื่นเต้นเ็นอย่างมา เนื่องจา็นอุรณ์ี่ามารถรวบรวมข้อมูลารใช้พลังงานี่จุดลายางได้อย่างะดว ติดตั้งเข้าับระบบไฟฟ้าเดิมได้ง่าย ซึ่งในอนาคตข้อมูลเหล่านี้ ามารถรวบรวมเ็น Big Data และ ต่อยอดร่วมับ Artificial Intelligence 

และ Machine Learning ร้างเ็น Platform เพื่อให้เิดเ็น Smart Energy Management ซึ่งนำไใช้ได้ั้งในภาพใหญ่ระดับ Smart City และในภาพย่อยระดับ Smart Home หรือ ใช้ในงานระยุต์ต่าง ๆได้อย่างหลาหลาย

ลี่ยนระบบ้องันไฟฟ้าแบบเาเ็นเคโนโลยีดิจิทัลเพื่อควบคุมได้อย่างปลอดภัยแม่นยำ

BTFP
นฤเบศ วรรคดีกรรมการบริหาร บริษัท สิงโตพลาสติก จำกัด

นฤเบศ วรรคดีกรรมการบริหาร บริษัท สิงโตพลาสติก จำกัด กล่าวว่า สิงโตพลาสติก เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการสร้างงานให้คนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา ซึ่งการติดตั้งระบบ HoME@Cloud ของโครงการบ้านไร้เบรอร์ 4.0 ในครั้งนี้ ด้วยให้เราสามารถป้องกันความผิดพลาด และเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจาก

ระบบกำลังไฟฟ้าขัดข้อง หรือเสียหายได้แบบล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของเครื่องจักรที่ทำงานผิดปกติจากระบไฟ หรือพนักงานลืมปิดไฟ ระบบก็แจ้งเตืนผ่านแฟลตฟอร์มที่มีในสมาร์ทโฟนทำให้สั่งการปิดได้จากสมาร์ทโฟนได้เลยทันที ลดข้อจำกัดในการที่ต้องคอยเฝ้าระวังไม่อยู่แค่ภายในโรงงานหมดไป เพราะสามารถดูได้จากทุกทีทุกเวลา 

อีกทั้งด้วยข้อมูลที่่แสดงผลออกมายังช่วยให้เราสามารถทราบว่าปัญหาเกิดจากจุดไหน เป็นที่เบรกเกอร์ตัวไหน ที่มีปัญหา และหยุดการทำงานเพื่อตรวจเช็ดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งในกรณีของเราคือ เม็ดพลาสติก การที่สามารถรู้ได้ป้องกันได้แบบเรียลไทม์นี้ทำให้ความเสียหายจากขั้นตอนการผลิตลดลงอย่างมากอีกด้วย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.