กรุงศรี (Krungsri) ประกาศแผนธุรกิจปี 2565 “เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี” เน้นเชื่อมโยงอาเซียน เป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ นำด้วยดิจิทัล และนวัตกรรม…
Krungsri ประกาศแผนธุรกิจปี 2565 เน้นเชื่อมโยงด้วยดิจิทัล และนวัตกรรม
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ประกาศแผนงานทางธุรกิจประจำปี 2565 เพื่อสานพันธกิจที่วางไว้ให้สำเร็จในการเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน“
ผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลักที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงอาเซียน การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจได้ และการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล และนวัตกรรม กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะนำพาลูกค้า “เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี“ (Go ASEAN with Krungsri) ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญระดับโลกของ MUFG
เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน)
เซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า อีกหนึ่งปีที่ท้าทายนี้ กรุงศรียังคงรักษาคำมั่นในการช่วยเหลือเชิงรุกให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้วยมาตรการต่าง ๆ
ขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยการปรับตัวรับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เมื่อมองย้อนกลับไปในปีแรกของแผนงานธุรกิจระยะกลางประจำปี 2564–2566 ถือได้ว่ากรุงศรีประสบความสำเร็จในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างประสิทธิภาพ และการขยายธุรกิจสู่อาเซียน
ที่ล่าสุดเราได้เข้าสู่ประเทศเวียดนามซึ่งถือเป็นประเทศที่ห้าของเราในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศ และพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ (ecosystems and partnerships) ด้วยระบบนิเวศ ยานยนต์ ที่อยู่อาศัย และการพาณิชย์ (Mobility, Living, Commerce)
ซึ่งเป็น 3 ระบบนิเวศหลักที่พัฒนาขึ้นมาจากการดำเนินชีวิตของลูกค้าในปัจจุบัน อีกทั้งกรุงศรียังเดินหน้าตามแนวทางการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนที่เน้นในด้าน สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG ด้วยการประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
และตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับแนวทางความยั่งยืนเป็นรายแรกของประเทศไทย ซึ่งความสำเร็จนี้ได้นำพาให้กรุงศรีเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน และเรายังคงประสบความสำเร็จด้าน ดิจิทัล และนวัตกรรม อย่างต่อเนื่องด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีหลักของเราให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
และเดินหน้าสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอัจฉริยะของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยไปด้วยกัน

“ในปี 2565 นี้ นับเป็นปีที่สองของแผนงานธุรกิจ กรุงศรีพร้อมที่จะสนับสนุนลูกค้าของเรา ‘เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี’ (Go ASEAN with Krungsri) ผ่านสามแกนหลัก คือ การพาลูกค้าของเราไปให้ไกลกว่าประเทศไทย (Beyond Thailand) ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่เข้มแข็งของ MUFG และความแข็งแกร่งของกรุงศรี
ในการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจผ่านการให้บริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน (Beyond Banking) เพื่อทั้งลูกค้าธุรกิจ และลูกค้ารายย่อย ตลอดจนการเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการทำมากกว่าเทคโนโลยี (Beyond Tech) ด้วยการพัฒนาด้านดิจิทัล และนวัตกรรมเพื่อเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้า” อาคิตะ กล่าว
ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ด้าน ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรีนับเป็นสถาบันการเงินไทยที่มีเครือข่ายครอบคลุมประเทศในอาเซียนมากที่สุด ด้วยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็ง และความเป็นเอกลักษณ์ของเราที่เป็นส่วนหนึ่งของ MUFG
เรากำลังสร้างเครือข่ายที่ เชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน และก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการในระดับอาเซียน ปัจจุบัน กรุงศรีได้ให้บริการลูกค้าไปแล้วมากกว่า 500,000 บัญชี ในกัมพูชา สปป.ลาว และฟิลิปปินส์ รวมมูลค่าสภาพคล่องแล้วกว่า 64,000 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน สำหรับลูกค้าคนไทย เรายังคงเดินหน้าขยายโซลูชั่นในการเพิ่มมูลค่าในการทำการค้าระหว่างประเทศ (cross–border value chain solutions) ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และบริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจไปเติบโตใน 9 ประเทศทั่วทั้งอาเซียน และอีกมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
ผ่านเครือข่ายของ MUFG นอกจากนี้เรากำลังขยายบริการธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการเชื่อมต่อบริการ 3 ประเทศในปีที่ผ่านมา
ให้เป็น 8 ประเทศภายในปี 2565 โดยปัจจุบันนี้ มีธุรกรรมการชำระเงินและการโอนระหว่างประเทศในอาเซียนผ่านกรุงศรีแล้วมากกว่า 500,000 ครั้ง มูลค่ารวมมากกว่า 200,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี

“ในฐานะ พันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ กรุงศรีได้ให้บริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละวัน โดยการสร้างระบบนิเวศที่สำคัญครอบคลุมใน 3 ขอบข่ายคือ ยานยนต์ ที่อยู่อาศัย และการพาณิชย์ (Mobility, Living, Commerce)
ในปีนี้ เราก็ยังคงเดินหน้าสร้างพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจหลากหลาย ทั้งธุรกิจด้านพลังงาน โทรคมนาคม ประกัน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจรายย่อย และเชิงพาณิชย์ต่อไป รวมถึงเรากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรใน digital assets และ private markets
เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีเอกลักษณ์ และน่าสนใจให้กับลูกค้าของเรา นอกจากนี้แล้ว กรุงศรีได้ร่วมมือกับ MUFG ดำเนินการตามแนวทางการทำธุรกิจ ESG ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นองค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคารภายในปี 2573 และจากการให้บริการ
ทางการเงินภายในปี 2593 อีกทั้ง เรายังมุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านการเงินที่คำนึงถึง ESG และสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนไปด้วยกัน
ในการนำด้วย ดิจิทัล และนวัตกรรม กรุงศรีสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่าย และการลงทุนในด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ MUFG ในปี 2565 กรุงศรีจะเน้นเรื่องการขยาย API เชื่อมโยงกับธนาคารพันธมิตรในอาเซียน การร่วมสร้าง AI Tech Lab กับ MUFG และพันธมิตรเช่น Grab การเป็นผู้นำในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอัจฉริยะ
และแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ให้กับตลาดทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยเราวางแผนลงทุนในด้านไอทีปีนี้ที่ 7,000–8,000 ล้านบาท

“การเชื่อมโยงอาเซียน การเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ และการนำด้วยดิจิทัล และนวัตกรรม เป็นกุญแจสำคัญของเราในปี 2565 เราพร้อมที่จะพาลูกค้าไปมีประสบการณ์ Beyond Thailand, Beyond Banking และ Beyond Tech ด้วยกัน” ไพโรจน์ กล่าว
ในปี 2565 กรุงศรีคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตในระดับ 3–5% และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ 3.1–3.3% การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา และอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2.6%
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
