การ์ทเนอร์ (Gartner) เผย 6 เทรนด์ด้าน Data & Analytics ที่กำลังเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจทั่วโลสู่การเป็น Data-Driven Organization อย่างแท้จริง…
ต้องจับตา! Gartner เผย 6 เทรนด์ Data & Analytics สู่องค์กรอนาคต
การ์ทเนอร์ เปิดเผยว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 องค์กรธุรกิจมากกว่า 1 ใน 10 แห่งจะก้าวเข้าสู่การเป็นองค์ กรที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก หรือ “AI-First” ซึ่งจะทำให้มี ความสามารถในการแข่งขันเหนือกว่ าคู่แข่ง ผ่านการนำ AI Agents , เทคโนโลยี Semantics
รวมถึง Converged Data & Analytics หรือ D &A Platforms มาประยุกต์ใช้ โดยทั้ง 3 แนว ทางนี้ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ อยู่เบื้องหลังเทรนด์เทคโนโลยี D&A ที่น่าจับตามองที่สุด
คาร์ลี ไอดอยน์ รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ การ์ทเนอร์
คาร์ลี ไอดอยน์ รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ การ์ ทเนอร์ กล่าวว่า องค์กรต่างกำลังเปลี่ยนผ่ านไปสู่โมเดลการดำเนินงานแบบ AI-First อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบัน AI เป็นปัจจัยหลักของการตัดสิ นใจทางธุรกิจ การจัดกระบวนการทำงาน และการลงทุนในทุก ๆ ด้าน หากองค์กรใดมีเป้าหมายร่วมกันที่ ไม่ชัดเจน จะต้องเผชิญกั บความยากลำบากในการเค้นศักยภาพ AI ออกมาใช้ได้ไม่เต็มที่ และไม่มี ความสม่ำเสมอไปทั่วทั้งธุรกิจ
ข้อแนะในการพิ จารณา และนำเทรนด์ D &A เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ การดำเนินงานในช่วง 2 ปีข้างหน้า
เทรนด์ที่ 1 : Sovereign AI เติบโตก้าวกระโดด
เมื่อ AI กลายเป็นกุญแจสำคัญต่อความมั่ นคงทางเศรษฐกิจ รัฐบาลในประเทศต่าง ๆ จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมขี ดความสามารถด้าน AI ของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้ านหรือต่างชาติในการขับเคลื่ อนเป้าหมายระดับประเทศ
โดยการควบคุมระบบ D&A ให้อยู่ภายในท้องถิ่น ถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการนี้ เป็นส่วนขยายทางภูมิรัฐศาสตร์ ( Geopolitical) ภายนอกที่หลายองค์กรต้องบริ หารจัดการใน Roadmap การดำเนินงาน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กร AI-first
“Sovereign AI หรือ อธิปไตยเอไอ กำลังเปลี่ยนวิธีคิดองค์กรในเรื่ องการควบคุม พัฒนานวัตกรรม และสร้างความความยืดหยุ่นของ กลยุ ทธ์ AI อย่างสิ้นเชิง เพื่อตอบรับโอกาส และความท้ าทายที่มาพร้อมกับ Sovereign AI อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์กรต้องปรับปรุง Roadmap ด้าน D&A ให้ทันสมัย และยกระดับการใช้ AI จากเดิมที่เป็นเพียงการนำมาใช้ งานทั่ว ๆ ไป ไปสู่การสร้างความได้เปรี ยบทางการแข่งขัน” ไอดอยน์ กล่าว
เทรนด์ที่ 2 : ลดความเสี่ยง AI Agent ด้วย Decision Governance
ปัจจุบัน AI Agents ได้รับมอบหมายให้ตัดสิ นใจในการวางกลยุทธ์ วิธีการ และปฏิบัติการมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจที่ ปราศจากการกำกับดูแลจะเพิ่ มความเสี่ยงให้องค์กรเผชิญปั ญหาทางด้านกฎหมาย การปฏิบัติงาน และภาพลักษณ์ชื่อเสียง
โดยการกำกับดูแลการตัดสินใจ หรือ Decision Governance จึงเป็นการนำหลักการธรรมาภิ บาลมาประยุกต์ใช้เข้ากั บระบบประมวลผลการตัดสินใจอัจฉริ ยะ ( Decision Intelligence) เพื่อให้การตัดสินใจแบบอัตโนมั ติเหล่านั้นสามารถอธิบายได้ ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่องค์ กรมองหา
การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2572 การตัดสินใจทางธุรกิจที่ใช้ โมเดลจำลองอย่างชัดเจนนั้น จะได้รับความไว้วางใจมากกว่าเดิ มถึง 5 เท่า และทำงานได้รวดเร็วขึ้น 80% เมื่อเทียบกับการตัดสินใจที่ไม่ มีการกำกับดูแล อันเป็นผลมาจากการนำแพลตฟอร์ม Decision Intelligence มาใช้งาน
เทรนด์ที่ 3 : สร้างความน่าเชื่อถือด้วย AI Governance Platforms
วิธีการรับรองมาตรฐานแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรั บการกำกับดูแล AI ให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความซับซ้อนของกฎระเบี ยบข้อบังคับด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่ปรากฏขึ้น ตลอดจนการนำ AI Agents ที่ทำงานได้เองอิสระมาใช้รวดเร็ วยิ่งขึ้น
ทำให้แพลตฟอร์มการกำกับดูแล AI หรือ AI Governance Platforms สามารถเข้ามาช่วยให้องค์ กรสามารถปฏิบัติตามนโยบายบริษัท กฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม ภายใต้หลักการร่วมด้าน AI ที่มีความรับผิดชอบ
ผู้บริหารด้าน D&A ควรนำแพลตฟอร์มการกำกับดูแล AI มาใช้ในภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบดู แลจากส่วนกลาง สามารถนำกรอบการบริหารจั ดการความเสี่ยงไปประยุกต์ใช้ และบังคับใช้มาตรการควบคุมที่ จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทรนด์ที่ 4 : Agentic Data Streaming เพิ่มพลังความอัจฉริยะแบบเรี ยลไทม์
การประมวลผลข้อมูลแบบชุดเดิมนั้ นอาจช้าเกินไป ต่างจาก Agentic Data Streaming หรือการสตรีมข้อมูลที่รองรั บเอเจนต์ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรั บองค์กรที่ต้องการสร้าง และใช้ งาน AI Agents ดังนั้นการไหลของข้อมูลโดยมี เหตุการณ์เป็นตัวขับเคลื่อนต่ อเนื่อง จะช่วยให้ผู้บริหาร D&A ส่งมอบข้อมูลได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ AI Agents รับงานไปทำได้มากขึ้นด้ วยความเร็ว และแม่นยำ
โดยคาดว่า ภายในปี พ.ศ. 2571 แรงกดดันจากการแข่งขันที่ต้ องตอบสนองแบบเรียลไทม์ ผลักดันให้มีการนำ Data Streaming มาใช้สำหรับ Agentic AI พุ่งสูงเกิน 60% (จากเดิมที่ต่ำกว่า 15% ในปี พ.ศ. 2568) ดังนั้น องค์กรต้องจัดลำดับความสำคั ญของยูสเคสที่จำเป็นต้องใช้ข้ อมูลเรียลไทม์ เช่น Decision Intelligence , Autonomous Operations และ Digital Twins
เทรนด์ที่ 5 : ปฏิบัติงานคล่องตัวขึ้นด้วย Agentic Data Management
ผู้บริหาร D&A กำลังเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่ องในการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน ซึ่งสร้างความตึงตัวให้กั บกระบวนการจัดการข้อมูลแบบเดิม และทำให้การเตรียมความพร้อมด้ านข้อมูลสำหรับ AI นั้นยุ่งยากขึ้น การใช้ AI Agents เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลจะช่ วยยกระดับกระบวนการจัดการข้อมู ลหลัก โดยการเปิดใช้งานระบบที่ สามารถดำเนินการได้แบบเรียลไทม์ ตรวจจับแพทเทิร์นข้อมูล และให้คำแนะนำเพื่อให้เกิ ดความยืดหยุ่น และตอบสนองรวดเร็ วยิ่งขึ้น
“การผสานรวม AI Agents เข้ากับกระบวนการทำงานด้านการจั ดการข้อมูล ช่วยให้ทีมข้อมูลสามารถปฏิบัติ งานได้ยืดหยุ่น และปรับตัวได้ดี ขึ้นผ่านระบบที่เรียนรู้ได้ด้ วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งการกำกับดูแลที่แข็ งแกร่งและการตรวจสอบประสิทธิ ภาพอย่างต่อเนื่อง จะยังคงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่ นใจว่าขีดความสามารถเหล่านี้ จะมอบผลลัพธ์ที่สม่ำ เสมอ และสอดคล้องกับเป้ าหมายทางธุรกิจ ” ไอดอยน์ กล่าว
เทรนด์ที่ 6 : จัดการกับยูสเคสที่ซับซ้อนด้วย GraphRAG
แอปพลิเคชัน AI ขององค์กรจำนวนมากต้ องการความแม่นยำและความน่าเชื่ อถือสูง แต่แนวทางการสืบค้นข้อมูลเพื่ อเสริมการสร้างคำตอบ หรือ RAG (Retrieval-Augmented Generation) แบบดั้งเดิม ไม่สามารถรองรับการสอบถามที่มี ความซับซ้อน และมีบริบทชัดเจนได้
เทคนิค GraphRAG จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยการรวม กราฟความรู้ ( Knowledge Graphs) เข้ากับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ( LLMs) เพื่อปรับปรุงวิธีที่ระบบ AI ใช้ในการสืบค้นและเชื่อมโยงข้ อมูล ช่วยตีความหมายตามบริบท และมอบผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้ นในยูสเคสที่มีความซับซ้อน
ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2572 องค์กรธุรกิจราว 40% จะนำเทคนิค GraphRAG มาใช้เพื่อปรับปรุงความถูกต้ องของข้อมูลในการตอบคำถาม และเพิ่มขีดความสามารถด้านการคิ ดหาเหตุผล ของ LLMs
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th