ดีเจไอ (DJI) ส่งโดรนเกษตร DJI Agras T10 กับ T30 ตอบโจทย์สมาร์ทฟาร์ม ชูจุดแข็งช่วยเกษตรลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเวลาทำงานจาก 9 ไร่เป็น 40-50 ไร่ต่อวัน…
highlight
- ดีเจไอ ส่งโดรนเกษตรรุ่น AgrasT10 และ Agras T30 ที่เป็นเรือธงปีนี้บุกตลาดไทย ชูจุดเด่นด้วยการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาทำให้คล่องตัว และระบบเรดาร์ดิจิทัลรอบทิศทางช่วยยกระดับความปลอดภัย พร้อมรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ อาทิ การสํารวจ การทําแผนที่ ไปจนถึงการพ่น และการกระจายน้ำ เพื่อรองรับการเติบโตโดรนเกษตรในยุคสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) ชูจุดแข็งช่วยเกษตรลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเวลาทำงานจาก 9 ไร่เป็น 40-50 ไร่ต่อวัน พร้อมขานรับนโยบายการสนับสนุน และส่งเสริมจากรัฐบาลไทยในการใช้เทคโนฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และยกมาตรฐานเกษตรของประเทศไทย
DJI ส่งโดรนเกษตร DJI Agras T10 กับ T30 ช่วยเกษตรกรสร้าง Smart Farm
มิตเตอร์ดอนนี่ เจีย (MR. Donnie Jia) ผู้จัดการฝ่ายขาย ประเทศไทย ดีเจไอ (DJI)
มิตเตอร์ดอนนี่ เจีย (MR. Donnie Jia) ผู้จัดการฝ่ายขาย ประเทศไทย ดีเจไอ (DJI) เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม (NRAA, SDGs) จากสัดส่วน 9–10.5% GDP ประเทศไทย
โดยมี 40% ของประชากรในนั้นเป็นเกษตรกร 60% จากจำนวนเกษตรกร 13 ล้านคนปลูกข้าว และยังเป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก ปัจจุบันโดรนเกษตรเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในภาคการเกษตร รองรับกับความต้องการของประชากรโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้น
รวมทั้งอุตสาหกรรมยังต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการปฏิบัติงานแบบดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพต่ำ รวมถึงการขาดความรู้ในเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมด้วยต้นทุนที่มีราคาสูง และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้
ดังนั้นเทคโนโลยีโดรนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการจัดการกับความท้าทายขั้นพื้นฐานในขณะนี้ จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการ และใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมหรือเรียกว่า สมาร์ทฟาร์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้การผลิต ประหยัดทรัพยากร และช่วยลดต้นทุนการทำเกษตร

ส่งโดรนเกษตร 2 รุ่น ให้บริการ
ล่าสุดในงานนิทรรศการเครื่องจักรกลการเกษตรของประเทศไทย AGRITECHNICA ASIA 2022 ครั้งที่ 3 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย ดีเจไอ ผู้นำด้านการพัฒนา และผลิตเทคโนโลยีโดรนเกษตร ได้ส่ง โดรนเกษตรรุ่น ดีเจไอ Agras T10 และ ดีเจไอ Agras T30
โดยชูจุดเด่นด้วยการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาทำให้คล่องตัว ถังขนาด 8 ลิตร และความกว้างของสเปรย์สูงสุด 5 เมตร ช่วยให้เครื่องบินครอบคลุมพื้นที่ถึง 15 เอเคอร์/ชั่วโมง และระบบเรดาร์ดิจิทัลรอบทิศทางช่วยยกระดับความปลอดภัย แอพ ดีเจไอ Agriculture ใหม่ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
อาทิ การสํารวจ การทําแผนที่ ไปจนถึงการพ่น และการกระจายน้ำ เป็นต้น อีกทั้งยังมีจุดเด่นในการสร้างแผนที่ใหม่เพื่อการคำนวณการขับเคลื่อนโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พร้อมด้วยระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติแบบ 3 มิติในราคาที่คุ้มค่าการลงทุน เพื่อรองรับการเติบโตโดรนเกษตรในยุค สมาร์ท ฟาร์ม (Smart Farm)
พร้อมกันนี้ยังได้นำโดรนเกษตรรุ่น ดีเจไอ Agras T30 ที่มีการเปลี่ยนรูปโฉมใหม่มาอวดโฉมในครั้งนี้ ซึ่งมีจุดเด่นที่จะช่วยให้การฉีดพ่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพืชเกษตรในกลุ่มไม้ผล ด้วยการพัฒนาและใช้โซลูชันการเกษตรดิจิทัลของ ดีเจไอ T30 ที่มาช่วยลดการใช้ปุ๋ย และเพิ่มผลผลิต
ด้วยแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดของการขับเคลื่อนโดรนด้วยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมยังมีความแม่นยำในการวางแผนการควบคุมระยะไกล พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม Smart Agriculture Cloud และการทำแผนที่บนคลาวด์ เกษตรกรสามารถบริหารจัดการ และตอบโจทย์การทำเกษตรยุคดิจิทัลได้โดยง่าย
ตั้งแต่ปี 2561 โดรนเกษตร ดีเจไอ เริ่มเข้าทำตลาดประเทศไทย ในฐานะผลิตภัณฑ์โดรนเพื่อการเกษตรที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ซึ่งมียอดขายในปี 2564 เพิ่มขึ้น 227% เมื่อเทียบกับปี 2563 ปัจจุบันมีการใช้โดรนในแปลงเกษตรกลุ่มพืชผล เช่น ข้าว ทุเรียน ,ทานตะวันและปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปี 2564 ดีเจไอ Agriculture มียอดขายรวม 100,000 ยูนิตในตลาดโลก โดยมีพื้นที่ปฏิบัติการทั่วโลกสะสมมากกว่า 667 ล้านเฮกตาร์ และได้ฝึกอบรมนักบินมืออาชีพที่ผ่านการรับรองแล้วมากกว่า 65,000 คน ปัจจุบัน ดีเจไอ Agriculture ให้บริการโซลูชั่นการเกษตรแบบดิจิทัลแก่กว่า 30ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลก
โดยให้บริการผู้ปฏิบัติงานด้านการเกษตรมากกว่า 10 ล้านคน ในอนาคต ดีเจไอ Agriculture จะยังคงลงทุนในเทคโนโลยีและทรัพยากรเพิ่มเติมในตลาดเกษตร และทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างโซลูชั่นด้านการเกษตรแบบดิจิทัล โดยใช้อุปกรณ์อวกาศอัจฉริยะ ที่จะเข้าช่วยเกษตรกรปรับปรุงระดับการจัดการพื้นที่เพาะปลูก ช่วยพัฒนาด้านการเกษตรทั่วโลก
นอกจากนี้ ดีเจไอ ยังได้ทำการสำรวจ และได้นำจากกรณีศึกษาเกษตรกรจากจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อช่วงต้นปี 2563 มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID-19) ทำให้ นางจุไรรัตน์ และนายนิกร หลังวิกฤตโควิดจึงได้เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมโดยได้ลงทุนซื้อโดรนเพื่อการเกษตร ดีเจไอ มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม
เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน เนื่องจากโดรนสามารถฉีดพ่นยาฆ่าแมลงได้ครอบคลุมและประหยัดเวลาในการทำงานได้อย่างมาก รวมทั้งต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มการผลิต วิธีการแบบดั้งเดิมที่ใช้คนเดินฉีดพ่นเฉลี่ย 8.3 ไร่ต่อวัน แต่โดรนเพื่อการเกษตรสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
โดยได้ยกตัวอย่างโดรน รุ่น T30 ที่มีถังบรรจุขนาด 30 ลิตร และสเปรย์ฉีดน้ำ 9 เมตร สามารถทำงานได้ประมาณ 100 ไร่ต่อชั่วโมง โดยการควบคุมด้วย “คลิกเดียว“ สำหรับการใช้โดรนเพื่อการเกษตร ดีเจไอ ในการฉีดพ่นยาให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ
โดยรอบยังช่วยให้ครอบครัวต่าง ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย หนึ่งในเกษตรกรที่ได้ใช้โดรน ดีเจไอ ได้คำนวณว่าในฤดูทำนาโดรนสามารถทำงานเฉลี่ย 40-50 ไร่ต่อวัน ให้กับเกษตรกรโดยรอบ ซึ่งทำให้มีรายได้อยู่ที่ 5,000–6,000 บาทต่อวัน และมีรายได้เกือบ 200,000 บาทต่อเดือน

ชาวสวนใช้โดรนพื่อการเกษตรเพิ่มประสิทธิภาพ
เช่นกรณีศึกษาของ นายอรุณ ชาวสวนทุเรียนในจังหวัดชุมพรใช้โดรน เพื่อการเกษตรแก้ปัญหาในการทำงาน ปัจจุบันมีสวนทุเรียนขนาด 30 ไร่ หลังการระบาดโควิด (COVID-19) คนงานไม่สามารถฉีดพ่นยา และใส่ปุ๋ยได้ ดังนั้นจึงได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการใช้โดรน และเลือกโดรนเพื่อการเกษตร ดีเจไอ T30
ปัจจุบันเกษตรกรใช้โดรนเพื่อการเกษตรมา 2 ปีแล้ว โดยยอมรับว่าในช่วงแรก ๆ มีคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของโดรนเกษตร แต่หลังจากใช้งานจริงพบว่าโดรน T30 ช่วยประหยัดค่าแรงได้ และเวลาในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้เทียบกับที่ผ่านมาใช้แรงงานคนฉีดพ่นยาได้วันละ 5 ไร่
แต่โดรนเพื่อการเกษตรของ ดีเจไอ สามารถฉีดพ่นได้ 40 ไร่ต่อวัน ผ่านการทำแผนที่บนคลาวด์ เพื่อคำนวณการฉีดพ่นแบบแปรผัน จากการคำนวณการพ่นยา 50 ครั้งต่อปี จากการใช้โดรนช่วยประหยัดค่าแรงได้ถึง 300,000 บาท ที่สำคัญเรื่องความปลอดภัยที่ไม่ต้องสัมผัสกับยาฆ่าแมลงโดยตรงอีกด้วย
จากปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงาน ค่าแรงที่สูงขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยกับสุขภาพของเกษตรกร รัฐบาลไทยได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินงานเพื่อช่วยให้เกษตรกรในท้องถิ่นมี ชีวิตที่ดีขึ้น ในบริบทนี้ โดรนเพื่อการเกษตรจึงเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหา

ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตด้วยปัจจัยดังกล่าว ดีเจไอ เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีโดรนเกษตรจะเข้ามาช่วยยกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับภาคการเกษตรของประเทศไทย รวมทั้งแนวโน้มการนำโดรน เพื่อการเกษตรมาใช้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ธุรกิจเกษตรขนาดใหญ่ และเกษตรกรที่เป็นคู่สัญญากับธุรกิจเกษตรขนาดใหญ่ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ ดีเจไอ ได้ขานรับนโยบายการสนับสนุน และส่งเสริมจากรัฐบาลไทยในการใช้เทคโนฯ และการสนับสนุนในการเข้าถึงเครื่องจักรกลเกษตรผ่านการให้สินเชื่อ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และยกมาตรฐานเกษตรของประเทศไทย
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
