“รองนายกฯ ประเสริฐ” หนุนใช้กฏหมาย-เทคโนโลยี สร้าง “วัดต้นแบบความโปร่งใส” ส่งเสริมเอกภาพ “ศาสนา-ชุมชน” สร้างศรัทธาอย่างยั่งยืน…
highlight
- รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางการใช้กฎหมาย และเทคโนโลยีกำกับการบริหารวัด ด้วยการเน้น 4 หลักการสำคัญ ได้แก่ ด้านการปกครอง, ด้านการเงิน และทรัพย์สิน, ด้านการพัฒนา และบริการสาธารณะ และด้านการกำกับตามกฎหมาย เพื่อให้วัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างเข้มแข็ง และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน
“รองนายกฯ ประเสริฐ” หนุน “วัดโปร่งใส” เสริมกฎหมาย–เทคโนโลยี สร้างศรัทธายั่งยืน

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง “การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” ซี่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ณ โรงแรม The Bonanza Resort เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เพื่อส่งเสริมให้วัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ บริหารจัดการตามหลักพระธรรมวินัย ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา และการพัฒนาจิตใจของประชาชน

โดยมีพระราชวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต), พระครูปริยัติธรรมภาณี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา, เทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยแชะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร, อัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี, พระสังฆาธิการ พระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร และผู้เกี่ยวข้องกว่า 250 รูป/คน เข้าร่วม

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่วัดยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นแหล่งการศึกษา และวัฒนธรรม และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน การบริหารจัดการวัด
จึงต้องทำอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นระบบ และเป็นธรรม ทั้งตามหลักพระธรรมวินัย และตามกฎหมาย ปัจจุบันกฎหมายหลักที่ใช้กำกับการบริหารวัดคือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่มั่นคงของสังคมไทย ทั้งนี้หลักการสำคัญที่ควรยึดถือ มีอยู่ 4 ด้าน คือ
- ด้านการปกครอง : บทบาทของเจ้าอาวาส และคณะกรรมการวัด ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ส่วนรวม
- ด้านการเงิน และทรัพย์สิน : จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างถูกต้อง ใช้เงินเพื่อศาสนา และสาธารณประโยชน์
- ด้านการพัฒนา และบริการสาธารณะ : พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และส่งเสริมคุณธรรมในสังคม
- ด้านการกำกับตามกฎหมาย : ปฏิบัติตามระเบียบ และกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาท และคุ้มครองสิทธิของวัด

“ปัจจุบันยังพบปัญหาหลายประการทั้ง พระสงฆ์ และคณะกรรมการวัดบางแห่งขาดความรู้ด้านกฎหมาย, การเงินการคลังยังไม่เป็นระบบ ขาดความโปร่งใส, การใช้ที่ดินวัดผิดวัตถุประสงค์ เช่น ให้เช่า หรือใช้ในทางที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา, ความเข้าใจระหว่างวัดกับชุมชนยังไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้น เพื่อให้วัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างเข้มแข็ง และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เพื่อยกระดับการบริหารวัด รัฐควรจัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายแก่พระสงฆ์ ใช้เทคโนโลยีในการบริหาร เช่น ระบบบัญชีออนไลน์ สร้างวัดต้นแบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากชุมชน และผลักดันให้เกิดวัดต้นแบบที่มีความโปร่งใส เพื่อนำไปขยายผลสู่การพัฒนาวัดอื่น ๆ ทั้งนี้ ทางกระทรวงดีอี ยินดีให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีออนไลน์อีกด้วย

“การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ทำให้กิจการภายในวัดเป็นระบบ แต่ยังเป็นการรักษา ความมั่นคงของพระพุทธศาสนา และสร้างความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การบริหารจัดการวัดไม่ใช่เพียงการบริหารงาน แต่คือการบริหารศรัทธา เมื่อศรัทธานั้นมั่นคง พระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนสถาพร ตราบนานเท่านาน” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวเสริม

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























