กระทรวงแรงงาน (Ministry of Labor) ผนึก ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เร่งพัฒนาทักษะ AI แรงงานไทย 150,000 คน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ผู้สร้าง” ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล…
กระทรวงแรงงาน x Microsoft เดินหน้าเร่งพัฒนาทักษะ AI แรงงานไทย
ไมโครซอฟท์ ร่วมกับ กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อเร่งสร้างแรงงานไทยที่มีความพร้อม เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เดินหน้ามอบทักษะ AI และประกาศนียบัตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมให้กับแรงงาน 150,000 คนทั่วประเทศ
เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติของประเทศไทย และขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของประเทศสู่ Workforce 5.0 ยกระดับประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในด้านความพร้อมของกำลังแรงงาน และนวัตกรรม AI สำหรับเศรษฐกิจ AI โดยผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ จะได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับ
ไปผลักดันการพัฒนาทักษะ AI ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในระดับนโยบาย การเพิ่มพูนทักษะสำหรับแรงงานทุกกลุ่ม และการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ซึ่งโครงการ AI for Workforce มีเป้าหมายที่จะพัฒนาทักษะ AI ให้กับแรงงานไทยผ่านช่องทางที่หลากหลาย
รวมถึงการสนับสนุนการขับเคลื่อน AI Transformation ภายในกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ด้วยโครงการหลักหลายด้าน ได้แก่
- การจัดอบรมทักษะ AI พื้นฐานผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training ที่มีหลักสูตร AI ภาษาไทยกว่า 280 หลักสูตร ซึ่งผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองร่วมกันจากทั้งสองหน่วยงาน
- การฝึกอบรมเชิงลึกด้าน Data Analytics สำหรับผู้ต้องการพัฒนาเป็นนักพัฒนา (Developer)
- การพัฒนาขีดความสามารถสำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารของกรมฯ
- การฝึกอบรมสำหรับแรงงานที่กำลังว่างงานหรือเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง
- ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับวิทยากรผู้ฝึกของกรมฯทั่วประเทศให้สามารถจัดการอบรมทักษะ AI เพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในทุกจังหวัด
- การจัดอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมฯ เพื่อให้พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ภายในองค์กร โดยผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ จะได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปผลักดันการพัฒนาทักษะ AI ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในระดับนโยบาย การเพิ่มพูนทักษะสำหรับแรงงานทุกกลุ่ม
เตรียมนำ 280 หลักสูตร ช่วยพัฒนาทักษะ AI ให้ตลาดแรงงาน

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ไมโครซอฟท์ และกระทรวงแรงงาน จะนำเสนอกว่า 280 หลักสูตรภาษาไทย ที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม เพื่อให้แรงงานจากทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงทักษะ AI ซึ่งเป็นที่ต้องการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำ และผู้กำหนดนโยบายที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
เพื่อวางแผนกลยุทธ์ด้านกำลังแรงงานในอนาคต และการปฏิรูปองค์กร ตลอดจนตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรดิจิทัลของประเทศ สอดรับกับผลสำรวจความต้องการกำลังคนตามตำแหน่งงาน และทักษะที่ต้องการในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2568-2572) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.)
ซึ่งพบว่าประเทศไทยต้องการบุคลากรทักษะสูงรวมกว่า 1,087,548 คน ในภาคส่วนสำคัญ อาทิ การบินและโลจิสติกส์, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, ดิจิทัล และยานยนต์สมัยใหม่ โดยมีทักษะด้าน Data Analytics, Software Development Process และ Artificial Intelligence เป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มงานดิจิทัล
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของสถานประกอบกิจการในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการ และข้อจำกัดด้านค่าตอบแทน โดยเฉพาะทักษะด้าน Generative AI ที่มีความต้องการสูงถึง 41%

ด้าน ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า วันนี้ดิฉันรู้สึกยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในงานแถลงข่าวความร่วมมือ AI for Workforce ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่การขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล
อย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์ (Cloud) ดาต้า (Data) ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (CyberSecurity) และระบบอัตโนมัติ (Automation) กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างรวดเร็ว
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาคนของเราให้มีทักษะที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยทุกกลุ่ม การ Upskill-Reskill ให้แรงงานไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล จึงเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงแรงงาน
ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้นำหลักสูตร และองค์ความรู้ระดับสากลด้าน AI, Cloud, Cybersecurity และทักษะดิจิทัลในสาขาต่าง ๆ มาบูรณาการให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
ผ่านระบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงขอเชิญชวนแรงงานไทยทุกท่านให้เปิดรับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ผ่านโครงการ “AI for Workforce” ซึ่งเป็นแบบอย่างที่เป็นรูปธรรมของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย
ให้มั่นคงและยั่งยืน รวมถึงเพิ่มโอกาสในการได้งาน และรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังมุ่งส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการต่าง ๆ ได้ใช้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ
เพื่อกระตุ้นการลงทุนในทักษะของบุคลากร ซึ่งการลงทุนในทักษะ AI คือการลงทุนในอนาคตของชาติ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาทักษะ AI ให้กับคนไทยกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2570 และก้าวสู่การเป็นประเทศผู้นำด้าน AI ในภูมิภาคอย่างแท้จริง

ด้าน สมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ระดับโลก ในการยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล
เราตระหนักถึงความจำเป็นที่แรงงานต้องมีทักษะ AI เพื่อให้สามารถปรับตัว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเอง และองค์กร รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น สำหรับโครงการ AI for Workforce มีเป้าหมายที่จะพัฒนาทักษะ AI ให้กับแรงงานไทยผ่านช่องทางที่หลากหลาย
รวมถึงการสนับสนุนการขับเคลื่อน AI Transformation ภายในกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ด้วยโครงการหลักหลายด้าน ได้แก่ การจัดอบรมทักษะ AI พื้นฐานผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training ที่มีหลักสูตร AI ภาษาไทยกว่า 280 หลักสูตร
ซึ่งผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองร่วมกันจากทั้งสองหน่วยงาน การฝึกอบรมเชิงลึกด้าน Data Analytics สำหรับผู้ต้องการพัฒนาเป็นนักพัฒนา (Developer) การพัฒนาขีดความสามารถสำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารของกรมฯ การฝึกอบรมสำหรับแรงงานที่กำลังว่างงาน หรือเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง
การถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับวิทยากรผู้ฝึกของกรมฯทั่วประเทศให้สามารถจัดการอบรมทักษะ AI เพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในทุกจังหวัด การจัดอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมฯ เพื่อให้พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ภายในองค์กร
โดยผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ จะได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปผลักดันการพัฒนาทักษะ AI ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในระดับนโยบาย การเพิ่มพูนทักษะสำหรับแรงงานทุกกลุ่ม นอกจากนี้ กรมฯ ยังเร่งพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสำหรับทักษะ Generative AI อย่างเช่น Copilot เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอีกด้วย
เสริมศักยภาพ และ โอกาส เพื่อใก้าวสู่ความสำเร็จในยุค AI

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ กล่าวว่า เราอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ช่วยเสริมศักยภาพ และสร้างโอกาสให้กับทุกคน ทุกองค์กร ในทุกๆ อุตสาหกรรมได้อย่างมหาศาล สำหรับความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในครั้งนี้
เราเห็นถึงความต้องการแรงงานที่มีทักษะ Generative AI อย่างเร่งด่วนสูงถึง 41% โดยไมโครซอฟท์ มีเป้าหมายที่จะติดอาวุธให้แรงงานไทยก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้าง” และ “Frontier” ในเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ AI ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม
เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และเสริมศักยภาพการแข่งขันที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย โดยเราได้นำแพลตฟอร์มระดับโลก เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญด้าน AI มาสนับสนุนทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุกคนก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกันในยุค AI
“ปัจจุบันคนไทยได้เรียนรู้ทักษะดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มไมโครซอฟท์ ไปแล้วกว่า 1.6 ล้านคน แต่อย่างไรก็ดีการเรียนรู้ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการศึกษา ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้กับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน น่าจะสามารถช่วยให้เกิดการบุคลากรที่มีทักษะทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอีก 150,000 คน เป็นอย่างน้อย
โดยคาดว่าจะมาจากกฃุ่มผู้ที่ต้องการอัปสกิล และรีสกิล ร่วมไปถึงผู้ที่ถูกเลิกจ้าง หรือตกงาน ที่ต้องการเพิ่มทักษะให้แก่ตนเอง ซึ่งในส่วนของทักษะ AI ก็ถือเป็นทักษะที่กำลังเติบโต โดยแม้ความตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเห็นเทรนต์การเติบโตของการใช้งาน ิ ยังเป็นการเติบโตในวงแคบ
อย่างไรก็ดีจากแนวโน้มการเติบโตคาดว่าภายในปี 2569 ที่จะถึงนี้จเห็นการใช้ AI ในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ในรูปแบบ AI Agent โดยใช้ชุดคำสั่งให้ประมวลผลข้อมูล และลงมือทำตามเป้าหมาย ร่วมถึงออกแบบ เวิร์กโฟลว์ ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เมื่อพิจารณาจากการสำรวจของ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน คาดว่า ภายใน 5ปี
นับจากนี้ ตลาดของแรงงงานจะมุ่งหาแรงงานที่มีทักษะทางด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน โดยกว่า 40% ที่ต้องการขององค์กรคือแรงงานที่มีทักษะทางด้าน AI เพื่อรักษาขีดความสามารถ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น” ธนวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ AI for Workforce เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และจะขยายผลครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย อาทิ กลุ่มผู้ที่กำลังว่างงาน หรือมีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง รวมถึงแรงงานทั่วไป เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาทักษะ AI ได้อย่างเท่าเทียม และทั่วถึง
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























