HPE เปิดยุคใหม่ Hybrid Cloud เสริมพลัง Virtualization และ AI ครบวงจร

HPE

เอชพีอี (HPE) ปฏิวัติอนาคต Hybrid Cloud ด้วยนวัตกรรมใหม่ด้านการสร้างระบบ Virtualization ความปลอดภัย และ AI ครบวงจร…

HPE เปิดยุคใหม่ Hybrid Cloud เสริมพลัง Virtualization และ AI ครบวงจร

เอชพีอี ขยายพอร์ตโฟลิโอคลาวด์ GreenLake เพื่อช่วยให้องค์กรปรับปรุงระบบไอทีให้ทันสมัย และรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันกว่า 80% ขององค์กรกำลังทบทวนกลยุทธ์การปรับใช้เวิร์กโหลด ของตนเองใหม่ ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านลิขสิทธิ์

และการเติบโตของระบบคลาวด์แบบไฮบริด โดย GreenLake จะมอบเครื่องมือให้กับลูกค้าเพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินระบบ และสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ปลอดภัย และคล่องตัว ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

HPE
ฟิเดลมา รุสโซ รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Hybrid Cloud และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ เอชพีอี

ฟิเดลมา รุสโซ รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Hybrid Cloud และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ เอชพีอี กล่าวว่า องค์กรที่กำลังพัฒนาระบบ AI, คลาวด์ และเทคโนโลยีด้านการจำลองเสมือนของทรัพยากรคอมพิวเตอร์ (Virtualization) ให้ทันสมัยนั้น

ต่างมีวิธีการการดำเนินการในแนวทาง ที่แตกต่างกันออกไป บางองค์กรต้องการเร่งระยะเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด บางองค์กรก็เน้นงานด้านความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขณะที่หลาย ๆ องค์กรมุ่งเน้นที่ความคุ้มค่า และความเรียบง่ายของระบบ

เราจึงได้นำเสนอสายผลิตภัณฑ์คลาวด์ที่ครอบคลุม ซึ่งออกแบบมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่ท้าทายที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา พร้อมกับมอบความมั่นใจให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และนำหน้าคู่แข่ง

ทางเลือกแบบครบวงจรสำหรัระบบจำลองเสมือนสำหรับองค์กร

HPE

เนื่องจากตลาดระบบเสมือนจริง (virtualization) มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เอชพีอี จึงได้เร่งพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มศักยภาพใหม่ ๆ ให้กับ เอชพีอี “Morpheus Software” เพื่อมอบทางเลือกด้านระบบเสมือนจริงระดับองค์กรที่คล่องตัว ปลอดภัย และรองรับการขยายตัวได้อย่างมั่นใจ

โดย เอชพีอี “Morpheus VM Essentials” สามารถช่วยลดต้นทุนใบอนุญาต VM ได้มากถึง 90% ด้วยความสามารถแบบ multi-hypervisor และการใช้งานคลาวด์แบบบริการตนเอง (self-service cloud consumption) โดยนวัตกรรมใหม่ประกอบด้วย

  • ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Zero-Trust มาพร้อมเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Networking) : เอชพีอี ได้นำเทคโนโลยีเครือข่าย เอชพีอี จูนิเปอร์ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาต่อยอด โดยนำเสนอระบบเครือข่ายแบบกำหนดโดยซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องเสมือน (VM) ที่รันบนไฮเปอร์ไวเซอร์ HVM ใน Morpheus VM Essentials และ Morpheus Enterprise Software ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Zero-Trust พร้อมไมโครเซกเมนเทชันในตัว ช่วยเพิ่มความคล่องตัวของระบบ ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย และเสริมความปลอดภัยหลายชั้นสำหรับเครื่องเสมือน
  • การจัดสรรให้มีเครือข่ายที่รวดเร็ว และเชื่อถือได้ : Apstra Data Center Director ของ เอชพีอี จูนิเปอร์ เน็ตเวิร์คกิ้งค์ จะผสานรวมเข้ากับ Morpheus ช่วยให้สามารถกำหนดค่าสวิตช์อัตโนมัติ และให้การเชื่อมต่อที่ราบรื่นและปลอดภัยระหว่างเครื่องเสมือน และโฮสต์ การบังคับใช้นโยบายความปลอดภัย และ VLAN ที่สอดคล้องกันทั่วทั้งเครือข่ายทางกายภาพ และเครือข่ายเสมือนจะช่วยกำจัดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์เมื่อทำการเคลื่อนหรือย้ายเครื่องเสมือน
  • การทำงานที่ยืดหยุ่น และไม่สะดุ : Morpheus จะนำเสนอเทคโนโลยีคลัสเตอร์แบบยืดหยุ่นพร้อมการจำลองแบบซิงโครนัสสำหรับ VM บนไฮเปอร์ไวเซอร์ HVM ซึ่งช่วยให้แอปพลิเคชันสำคัญ ๆ ยังคงทำงานได้ทั่วพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น เช่น ในตัวเมือง แม้ว่าศูนย์ข้อมูลหรือระบบจัดเก็บข้อมูลจะล่มอยู่ก็ตาม เมื่อทำงานร่วมกับ “Alletra Peer Persistence” ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้สามารถสลับไปใช้ระบบสำรองแบบอัตโนมัติระหว่างไซต์ที่กระจายอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ สำหรับองค์กรที่ต้องการให้ระบบแทบไม่หยุดชะงักเลย (Near-zero Downtime)
  • การปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ทันสมัยด้วยคูเบอร์เนติส (Kubernetes) และคอนเทนเนอร์ (Containers) : Morpheus Enterprise Software รองรับคูเบอร์เนติสและเวิร์กโหลดแบบคอนเทนเนอร์อย่างเต็มรูปแบบบนไฮเปอร์ไวเซอร์ HVM การปรับปรุงนี้ช่วยให้ลูกค้ามีรากฐานระบบที่ทันสมัย ​​ยืดหยุ่น และคุ้มค่าสำหรับการรันแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟควบคู่ไปกับเครื่องเสมือนแบบดั้งเดิม ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับการทำงาน ความปลอดภัย และการจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่สม่ำเสมอต่อเนื่อง
  • การปกป้องข้อมูลแบบตลอดเวลาเพื่อปกป้องเวิร์กโหลดที่สำคัญ และเปิดใช้งานการกู้คืนแบบทันที เอชพีอี ได้ผสาน เอชพีอี “Zerto Software” เข้ากับ เอชพีอี “Morpheus” เพื่อให้การปกป้องข้อมูลอย่างต่อเนื่องสำหรับ VM ภายใน เอชพีอี “Morpheus VM Essentials” และ เอชพีอี “Morpheus Enterprise”
  • การสำรองข้อมูลระดับไฮเปอร์ไวเซอร์ด้วย Veeam Software : เอชพีอี “Morpheus VM Essentials” สามารถทำงานร่วมกับ Veeam Data Platform v13 ได้อย่างราบรื่น เพื่อมอบการสำรองข้อมูลแบบภาพรวมทั้งระบบ (image-level backup) และการกู้คืนข้อมูลของ VM ได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมคลาวด์ส่วนตัว รวมถึง เอชพีอี “Private Cloud Business Edition” ช่วยให้องค์กรเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และความต่อเนื่องในการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมไอทีที่หลากหลาย โดยใช้ประโยชน์จากความสามารถด้าน data resilience ของ Veeam

ที่งาน Discover Barcelona ทาง เอชพีอี ยังได้ต่อยอดแนวทาง AIOps แบบฟูลสแต็กให้ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่าย และการประมวลผลด้วย เอชพีอี “OpsRamp Software” อีกด้วย โดย เอชพีอี “Morpheus Software”, เอชพีอี “OpsRamp Software” และ เอชพีอี “Zerto Software”

สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบแยกเดี่ยว หรือแบบรวมอยู่ในชุด HPE CloudOps Software suite เพื่อช่วยลดความซับซ้อนของการดำเนินงานคลาวด์แบบไฮบริด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้สูงสุด

รวมระบบ กำกับดูแล ปกป้องข้อมูล และการปฏิบัติงาน

HPE

เอชพีอี ได้ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA นำเสนอนวัตกรรมใหม่เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI มาใช้งานอย่างปลอดภัย และจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย เอชพีอี “Alletra Storage MP X10000 Data Intelligence Nodes”

ใช้สถาปัตยกรรมอ้างอิงของ NVIDIA AI Data Platform เพื่อสร้างชั้นข้อมูลแบบแอคทีฟที่เพิ่ม และประมวลข้อมูลแบบเรียลไทม์สำหรับ AI pipelines ขณะเดียวกัน เอชพีอี “Private Cloud AI” ยังได้เพิ่ม GPU NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition ในทุกรูปแบบการกำหนดค่า

พร้อมทั้งรองรับซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise ที่เสริมความปลอดภัยตามมาตรฐาน STIG และ FIPS ในสภาพแวดล้อมแบบแยกส่วน (air-gapped) รวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้การดำเนินงานด้าน AI เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น

เอชพีอี ได้ประกาศคุณสมบัติใหม่ในการปกป้องและรักษาความปลอดภัยข้อมูลเพื่อปกป้องข้อมูล AI ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงปกป้องข้อมูล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว ได้แก่

  • กู้คืนข้อมูลได้เร็วขึ้น และปกป้องข้อมูลได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น : เอชพีอี StoreOnce 5720 และ 7700 เป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลรุ่นถัดไปที่ออกแบบมาเพื่อการปกป้องข้อมูลที่ทนทาน และมีประสิทธิภาพสูง รุ่นไฮบริด 5720 ให้สมดุลระหว่างความเร็ว และความจุ ขณะที่รุ่นออลแฟลช 7700 รองรับอัตราการนำเข้าข้อมูลได้สูงสุดถึง 300 TB ต่อชั่วโมง เพื่อการปกป้องเวิร์กโหลดที่สำคัญอย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการกู้คืนได้ถึงครึ่งหนึ่ง และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ต่อเหตุการณ์ ทำให้เป็นหนึ่งในระบบสำรองข้อมูลแบบสเกลอัปที่เร็วที่สุด ทั้ง 2 รุ่น ผสานการทำงานโดยตรงกับ เอชพีอี Alletra Storage MP” และ เอชพีอี “SimpliVity” ทำให้ลูกค้าสามารถ เมานต์สำเนาข้อมูลได้โดยตรง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้รับการปกป้องไปใช้ใหม่สำหรับการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล การวิเคราะห์ หรือการทดสอบได้อย่างสะดวก
  • ความปลอดภัยของข้อมูลระดับเหนือชั้นสำหรับเวิร์กโหลดที่มีความอ่อนไหว : เอชพีอี ได้พัฒนา Confidential Computing ร่วมกับ AMD และ Intel สำหรับหน่วยประมวลผลแบบ CPU และกับ  NVIDIA Confidential Computing สำหรับ GPU เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูล โมเดล และการดำเนินงานได้รับการเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เอชพีอี จะทำงานร่วมกับพันธมิตรในการสร้างระบบป้องกันขั้นสูงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายในองค์กร และช่วยให้อุตสาหกรรมที่ถูกกำกับดูแลสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ ด้วยการรักษาการเข้ารหัสข้อมูลตลอดเวลา บน เอชพีอี “Private Cloud AI” และเซิร์ฟเวอร์ เอชพีอี “ProLiant Compute DL380a Gen12”

HPE

เอชพีอี ช่วยเร่งการปรับใช้โมเดลการปฏิบัติงานระบบคลาวด์แบบไฮบริด

อัปเดตใหม่สำหรับ GreenLake ประกอบด้วย CloudPhysics PlusCloud Commit และ GreenLake Marketplace ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อน และเชื่อมโยงการปฏิบัติงานของระบบคลาวด์แบบไฮบริด

พร้อมกับขยายการเป็นที่รู้จักให้กับพาร์ทเนอร์ คุณสมบัติที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เหล่านี้ช่วยให้ความโปร่งใสกับลูกค้ามากขึ้น และช่วยลดต้นทุนการดำเนินกิจการโดยรวม ด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพื่อการวางแผน จัดซื้อ และปลดล็อกคุณค่าด้วยประสิทธิภาพของระบบผ่าน GreenLake

เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่โซลูชันคลาวด์แบบไฮบริดที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น เอชพีอี “Financial Services” (HPEFS) ได้ขยายโครงการการจัดหาทุนที่มีอยู่เดิมสำหรับ เอชพีอี “CloudOps Software” และ เอชพีอี “Alletra Storage HPEFS” ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถแบ่งจ่ายค่าใช้จ่ายได้ในระยะ 3 ปี

โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับ เอชพีอี “CloudOps” และ เอชพีอี “Morpheus Software”, OpsRamp และ Zerto แบบเดี่ยว ลูกค้าที่ใช้ เอชพีอี “Alletra Storage” รวมถึง เอชพีอี “Alletra Storage MP X10000” มีสิทธิ์รับส่วนลดสูงสุด 10% เมื่อเทียบกับการซื้อแบบเดิม โดยไม่ต้องชำระเงินในช่วง 2 เดือนแรก

HPE

การวางจำหน่าย

  • โหนด เอชพีอี “Alletra Storage MP X10000 Data Intelligence” จะพร้อมจำหน่ายในเดือนมกราคม 2026
  • เอชพีอี “StoreOnce 5720” และ “7700” จะพร้อมจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ปี 2026
  • ซอฟต์แวร์ เอชพีอี “Morpheus” ที่มาพร้อมกับ :
    • คูเบอร์เนติส และคอนเทนเนอร์ พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้
    • การผสานรวมซอฟต์แวร์ เอชพีอี “Zerto” จะพร้อมจำหน่ายในช่วงต้นปี 2026
    • Beta ของการสำรองข้อมูลแบบทำสำเนาทั้งระบบของ Veeam เปิดให้ใช้งานแล้ว โดยคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานทั่วไปในช่วงต้นปี 2026
    • เครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ และคลัสเตอร์แบบขยาย จะออกในไตรมาสที่ 2 ปี 2026
    • Apstra Data Center Director ของ เอชพีอี จูนิเปอร์ เน็ตเวิร์คกิ้งค์ จะเปิดให้ใช้งานในไตรมาสที่ 2 ปี 2026
  • CloudPhysics Plus จะพร้อมจำหน่ายทั่วไปในช่วงปลางปี 2026
  • Cloud Commit พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้
  • GreenLake Marketplace ที่ปรับปรุงใหม่ พร้อมให้บริการแล้ววันนี้บน HPE.com และบนแพลตฟอร์ม GreenLake จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป
ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay