เอ็ดด้า (ETDA) เปิดรับสมัครโครงการ “SMEs GROWTH 2026” ต่อเนื่องปีที่ 3 พร้อมเดินสาย 4 ภาคทั่วไทย ติดอาวุธทักษะ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยผู้ประกอบการ SME พลิกโฉมธุรกิจ เปลี่ยนจากภาระการจัดการให้กลายเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน สมัครด่วนเพื่อยกระดับธุรกิจไทยสู่สากล…
ETDA ลุย 4 ภาค! รับสมัคร “SMEs GROWTH 2026″ ติวเข้ม AI พลิกธุรกิจเปลี่ยนภาระเป็นกำไร
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า (ETDA) กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ประกาศเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศร่วมโครงการ “SMEs GROWTH 2026 : พลิก SMEs ไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องปี 3
จับมือพาร์ทเนอร์ดึงจุดเด่นแต่ละหน่วยงาน ลุยลงพื้นที่ปิดจุดอ่อนเสริมจุดแข็ง SMEs จัดเต็มกิจกรรม Roadshow ตั้งแต่ประเมินธุรกิจ เวิร์กชอป AI ทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัล ไปจนถึงพบผู้เชี่ยวชาญตัวจริงต่อยอดธุรกิจได้ทันที พร้อมสร้างโอกาส และรับสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมาย

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า กล่าวว่า SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางบริบทที่การแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
โครงการ “SMEs GROWTH 2026 : พลิก SMEs ไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จึงมุ่งเน้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs เชิงพื้นที่ สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระ ต้นทุน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพธุรกิจ สู่การเพิ่มรายได้ในระยะยาว
โดยสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และมุ่งยกระดับขีดความสามารถของ SMEs ไทยให้สามารถแข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ซึ่ง SMEs GROWTH 2026 ปีนี้ เร่งสานต่อความสำเร็จจากปีก่อนหน้า ที่ได้ลงพื้นที่ขยายผลโมเดลการยกระดับ SMEs จนสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ได้สูงกว่า 639 ล้านบาท และเกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ถึง 55 คู่
โดย เอ็ตด้า เตรียมเดินหน้าปูพรมลงพื้นที่อย่างเข้มข้นครอบคลุม 4 ภูมิภาค 16 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ในพื้นที่ เชียงใหม่, เชียงราย, นครสวรรค์ และพิษณุโลก เน้นยกระดับภาคการค้า (Retail) และภาคบริการ (ท่องเที่ยว), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ ขอนแก่น, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี และอุดรธานี
เน้นเจาะกลุ่มภาคการค้า (Retail), ภาคตะวันออก ในพื้นที่ ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี เน้นผลักดันภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ (ท่องเที่ยว) และ ภาคใต้ ในพื้นที่ สงขลา, นครศรีธรรมราช, ยะลา และกระบี่ โดยมุ่งเน้น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก
ได้แก่ ธุรกิจภาคการค้า ธุรกิจภาคบริการ (ท่องเที่ยว โรงแรม ฯลฯ) ธุรกิจภาคอุตสาหกรรม (การผลิตต่าง ๆ)โดยผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับประโยชน์ ดังนี้
- SMEs Check up การประเมินความพร้อม และค้นหาจุดแข็งของธุรกิจ เพื่อชี้วัดและกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคตอย่างแม่นยำ
- Train & Coach Workshop การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจ การอัปเดตแนวโน้มดิจิทัล ตลอดจนหลักสูตรพัฒนาทักษะที่จำเป็น
- Solution Matching & Digital Tools โอกาสสำคัญในการทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัล และพบปะผู้ให้บริการเทคโนโลยี (Digital Provider) ระดับมืออาชีพ เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม
- SMEs Clinic & Networking พื้นที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจโดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง พร้อมเวทีขยายโอกาส และเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร (Partner) ทั่วภูมิภาค
- ได้รับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (E-Certificate) และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย

หากคุณ คือ SMEs ในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี และต้องการเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน นำ AI และ Digital Tools มาใช้ในธุรกิจ ต้องการรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาธุรกิจ และเข้าถึงโอกาสการสนับสนุนจากภาครัฐ
สามารถสมัครร่วมกิจกรรม SMEs GROWTH 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พฤษภาคม 2569 ที่ https://www.etda.or.th/th/smesgrowth2026 หรือ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่เพจเฟซบุ๊ก เอ็ตด้า ไทยแลนด์

“เป้าหมายของ SMEs GROWTH ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมให้ความรู้ทั่วไป แต่เราต้องการให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้จริงด้วยข้อมูล และนวัตกรรม นี่คือโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคจะได้เข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ นำ AI และเครื่องมือดิจิทัลมาพลิกโฉมธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.ชัยชนะ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























