ยุคใหม่ของ AI! หัวเว่ย (Huawei) จับมือพาร์ทเนอร์ไทย ชูระบบ Agentic AI อัจฉริยะ ในงาน Thailand Partner Summit 2026…
highlight
- หัวเว่ย ผนึกกำลังพันธมิตรเทคโนโลยีไทยครั้งใหญ่ในงาน “Huawei Thailand Partner Summit 2026” ประกาศเดินหน้าคว้าโอกาสทางธุรกิจในยุคแห่ง “Agentic AI” มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและคลาวด์อัจฉริยะ เพื่อช่วยให้องค์กรไทยสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในระดับสากล
ก้าวล้ำกว่าใคร! เจาะลึก Huawei Thailand Partner Summit 2026 ปลดล็อกขีดความสามารถธุรกิจไทยด้วย Agentic AI

หัวเว่ย จัดงาน Huawei Thailand Partner Summit 2026 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Together, Advancing Industrial All Intelligence” อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพาร์ทเนอร์จากหลากหลายอุตสาหกรรมรวมตัวกันกว่า 400 ราย จากกว่า 100 บริษัท
นับเป็นอีกครั้งของงานรวมพาร์ทเนอร์ที่ยิ่งใหญ่ของหัวเว่ยประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะอย่างต่อเนื่องเต็มรูปแบบ หัวใจสำคัญของงานปีนี้คือความมุ่งมั่นที่เข้มแข็งขึ้นของ หัวเว่ย ในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Agentic AI ที่เปิดบทใหม่ของอุตสาหกรรมอัจฉริยะขั้นกว่า หัวเว่ย ย้ำความมุ่งมั่นในระบบ ” Huawei+Partners” ซึ่งเป็นโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อเสริมพลังพาร์ทเนอร์ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ AI ขั้นสูง เครื่องมือและแพลตฟอร์ม นโยบาย และการเข้าถึงตลาดเพื่อคว้าโอกาส AI ที่กำลังเกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรม
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากการกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Aligning AI Vision: Sharing Thailand’s AI Policy and Roadmap” โดย พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจาก ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี)
โดยปลัดกระทรวงดิจิทัลได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสร้างระบบนิเวศ AI ที่น่าเชื่อถือ และครอบคลุมด้านการกำกับดูแล AI โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนากำลังคนดิจิทัล และโครงการ ThaiLLM ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัล และศูนย์กลาง AI ของอาเซียน

วิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยุคของ Agentic AI ไม่ใช่อนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรม และเขียนกฎใหม่ของการเปลี่ยนแปลงธุรกิจในปัจจุบัน
“หัวเว่ย เชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าการเติบโตที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการร่วมมือกันเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เราเพิ่มการลงทุนในพาร์ทเนอร์ของเรา ไม่เพียงแค่ด้านเทคโนโลยี แต่ในวิสัยทัศน์ ทรัพยากร และความสำเร็จร่วมกัน ซึ่งการร่วมมือกันจะช่วยให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Industrial All Intelligence และปลดล็อกโอกาสใหม่ๆสำหรับทุกธุรกิจที่เราร่วมให้บริการ” จาง กล่าว
โครงสร้างพื้นฐาน AI ทางเลือกใหม่ที่ทรงพลัง

โทนี่ วู รองประธานฝ่ายการตลาดคอมพิวติ้ง และฝ่ายขายโซลูชัน ของ บริษัท หัวเว่ย เน้นย้ำว่าการก้าวข้ามข้อจำกัดที่มีอยู่ในปัจจุบันจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทั้งเข้าถึงได้ และทรงพลัง หัวเว่ย นำเสนอเสาหลักที่สร้างความแตกต่างสามประการ
ได้แก่ พลังประมวลผลที่เหนือกว่า สถาปัตยกรรมแบบเปิดที่รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่ดีขึ้นจากความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างลึกซึ้ง ทำให้โครงสร้างพื้นฐาน AI ของหัวเว่ยเป็น “ทางเลือกใหม่” ที่น่าสนใจ ซึ่งพันธมิตรสามารถนำไปใช้เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าได้อย่างมั่นใจ
ในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้ หัวเว่ย ได้เผยถึงผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดไทย ได้แก่ Atlas 950 SuperPoD แบบระบายความร้อนด้วยของเหลว, Atlas 850E ซูเปอร์พอดโหนดเซิร์ฟเวอร์ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และดีไซน์อ้างอิงโอเพนซอร์สสำหรับ Agent Appliance
โดย Atlas 950 SuperPoD ขับเคลื่อนด้วยระบบเชื่อมต่อ UnifiedBus ช่วยให้โหนดประมวลผลนับพันทำงานเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว รองรับ NPU จำนวน 64 ตัว และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 8,192 NPU ส่งมอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าสำหรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ และการอนุมานผลที่มีปริมาณการประมวลผลสูง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกโมเดล ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพการอนุมานผลได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับคลัสเตอร์แบบดั้งเดิม
ขณะที่ Atlas 850E รองรับการขยายขนาดแบบยืดหยุ่นตั้งแต่ 8 ถึง 1,024 NPU เพื่อการอัปเกรดการติดตั้งใช้งานที่ราบรื่น ในขณะที่ดีไซน์อ้างอิงโอเพนซอร์สสำหรับ Agent Appliance ช่วยลดอุปสรรคในการพัฒนา ทำให้พันธมิตรสามารถปรับใช้ตัวแทนอัจฉริยะเฉพาะอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว
สร้างตลาดร่วมกับพาร์ทเนอร์
ภายในงานยังได้มีการประกาศความร่วมมือ “Digital & AI Industry Solutions Joint Launch” ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของหัวเว่ยในการร่วมสร้างตลาดกับพาร์ทเนอร์ โดยนำเสนอโซลูชันร่วมครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งภาครัฐ, การเงิน, สาธารณสุข, และการศึกษา พร้อมมอบโซลูชัน AI ที่พิสูจน์แล้วในตลาด ช่วยขยายตลาดเป้าหมายของพาร์ทเนอร์ และลดระยะเวลาในการสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้น
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการนำเสนอกรณีศึกษา AI ที่ใช้งานจริงครอบคลุมหลายภาคส่วน ได้แก่ แพลตฟอร์มบริการภาครัฐ โครงการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และ AI A³ AI Agent Framework (Archive–Analysis–Action) สำหรับการดำเนินงานค้าปลีกอัจฉริยะ และการสาธิตโซลูชัน AI+การเงิน และ AI+การดูแลสุขภาพ
สำหรับภาคการเงิน หัวเว่ยได้จัด “AI + Finance Executive Roundtable” ซึ่งเป็นเวทีการประชุมร่วมกันที่พันธมิตรหลักในด้าน AI, ข้อมูล และธนาคารพาณิชย์ได้แบ่งปันโซลูชันร่วมกันและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการดำเนินการ
ซึ่งต่อยอดมาจากโครงการ Huawei RONGHAI Financial Partner Program ที่เปิดตัวในปี 2567 ที่ได้รวมตัวพันธมิตรชั้นนำกว่า 150 ราย เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและอัจฉริยะของตลาดการเงิน โดยมีโมเดลความร่วมมือ “4-Win” ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของ SI, ISV, หัวเว่ย และลูกค้าในเวลาเดียวกัน
รวมถึงการจัด Commercial Go To Market Session ที่ได้รวบรวมพันธมิตรเชิงพาณิชย์ของหัวเว่ยภายใต้กลยุทธ์ “Winning Together” เน้นโอกาสที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใน 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ การศึกษา, การดูแลสุขภาพ, การผลิต และประกันภัย และการเงิน
ผ่าน 4E Commercial Partner Blueprint (Engage, Enable, Execute และ Expand) หัวเว่ย ได้วางแนวทางที่ชัดเจนและมีโครงสร้างสำหรับพันธมิตรในการนำเสนอโซลูชันอัจฉริยะร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และขยายตลาดในวงกว้าง
กลยุทธ์ “Huawei+Partners” ขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกัน

แกรี่ ลี ประธานฝ่ายพัฒนาพาร์ทเนอร์ ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย ประเทศไทย เน้นย้ำกลยุทธ์การเติบโต โดยระบุว่าหัวเว่ยพร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผ่านนโยบายที่จับต้องได้ ทั้งเครื่องมือ การร่วมลงทุน และการทำตลาดร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมเทคโนโลยีให้เป็นความสำเร็จทางธุรกิจ หัวเว่ยยังคงยึดมั่นในสัญญาที่จะร่วมเติบโตไปด้วยกัน กับพันธมิตรทุกราย
ด้าน ดำรงศักดิ์ รีตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการบูรณาการ บริษัท เอ็มเอฟอีซี จํากัด (มหาชน) ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือตั้งแต่การวางกลยุทธ์ไปจนถึงการลงพื้นที่จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้า
ขณะที่ ปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ย้ำว่าความเป็นไปได้ในยุค AI นั้นไร้ขีดจำกัด และการมีพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งอย่างหัวเว่ย ช่วยให้การยกระดับอุตสาหกรรม ของไทยเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
“หัวเว่ย กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ที่จำเป็นสำหรับประเทศไทยในการนำในยุค AI เชื่อมนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงอุตสาหกรรมเพื่อสร้างชาติที่อัจฉริยะ แข่งขันได้ และเชื่อมต่อกันมากขึ้น”
ร่วมฉลองความสำเร็จ

ในช่วงค่ำยังได้มีพิธีมอบรางวัล Huawei Partner Award 2025 ช่วงเวลาอันทรงเกียรติที่ถ่ายทอดถึงความไว้วางใจ ความทุ่มเท และความร่วมมืออย่างต่อเนื่องอันเป็นหัวใจของระบบนิเวศพาร์ทเนอร์หัวเว่ย รางวัลถูกแบ่งออกเป็น 3 สาขาสำคัญ ได้แก่
- Growth Award มอบให้พาร์ทเนอร์ที่สร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างโดดเด่น
- Collaboration Award ยกย่องพาร์ทเนอร์ที่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ และการเดินหน้าสู่ตลาดร่วมกันอย่างแท้จริง
- Hero Award รางวัลยอดเยี่ยมที่มอบให้บุคคล และองค์กรซึ่งก้าวข้ามความท้าทายอย่างกล้าหาญ ยืนหยัด และสามารถยกระดับระบบนิเวศพาร์ทเนอร์ของ หัวเว่ย ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ซึ่งทุกรางวัลคือสัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้สร้างขึ้นเพียงลำพัง แต่เกิดจากพลังของความร่วมมือที่ไว้วางใจกันในระยะยาว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























