ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อน SMEs ผ่านกลไก DIPROM ITC พร้อมถอดรหัส “สุพรรณบุรีโมเดล DC8” พื้นที่บ่มเพาะ และเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจ และผลิตภัณฑ์เติบโตอย่างมั่นคง…
highlight
- กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าปลดล็อกข้อจำกัดของ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ผ่านกลไก “DIPROM ITC” (ดีพร้อม ไอทีซี) ทั่วประเทศ เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยี และเครื่องจักรแปรรูปได้ฟรี โดยมี “สุพรรณบุรีโมเดล (DC8)” เป็นต้นแบบปั้นย่านเศรษฐกิจอาหารมูลค่าสูงใน 12 จังหวัด
DIPROM ITC กลไกบ่มเพาะ SMEs สู่ตลาดจริง ถอดรหัส “สุพรรณบุรีโมเดล” ปั้นผลิตภัณฑ์ให้โตแบบดีพร้อม
![]()
มะพร้าวน้ำหอมที่เคยขายได้เพียงลูกละ 2 บาท ข้าวพื้นถิ่นที่ไปได้ไกลเพียงตลาดในพื้นที่ หรือผลิตภัณฑ์อาหารดี ๆ ที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์และภูมิปัญญา แต่ไม่สามารถเข้าสู่ Modern Trade หรือส่งออกได้ เพราะติดข้อจำกัด ภาพเหล่านี้เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ผู้ประกอบการในหลาย ๆ ภูมิภาคต้องเผชิญ และเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจฐานรากไทยที่ต้องผลักดันสู่สินค้ามูลค่าสูง สรรหาช่องทางใหม่ ๆ และรายได้ให้เพิ่มสูงขึ้น
จากปัญหาเหล่านี้ กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้การขับเคลื่อนของ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้เร่งผลักดันนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว“ ผ่านการทำงานของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ที่มุ่งยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่า
และแข่งขันได้ในระยะยาว โดยมีหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การเร่งยกระดับ “ดีพร้อม ไอทีซี” หรือศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้เปลี่ยนบทบาทจากหน่วยงานสนับสนุนภาครัฐไปสู่กลไกที่ช่วยให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชน สามารถทดลอง พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ได้จริง
ไขคำตอบ ทำไม SMEs ต้องไป “ดีพร้อม ไอทีซี” ??

ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงเป้าหมายของการขับเคลื่อนในครั้งนี้ว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอยู่รอด แต่ต้องช่วยให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้จริงในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของ SMEs ไทย คือ “ความกลัวในการเริ่มต้น” เพราะการพัฒนาสินค้าใหม่แต่ละครั้งเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งด้านต้นทุนเครื่องจักร เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ดีพร้อม จึงได้เร่งขับเคลื่อนนโยบาย “DIPROM FLEXi : ดีพร้อมปรับ ยกระดับ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง“
ผ่านการยกระดับบทบาทของ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ด้วยกลไก ดีพร้อม ไอทีซี ทั่วประเทศ ผู้ประกอบการจำนวนมากมีวัตถุดิบและไอเดียที่ดี แต่ขาดทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี นักวิจัย และพื้นที่ทดลองผลิตจริง สิ่งเหล่านี้ คือ ข้อจำกัดที่ทำให้สินค้าไทยจำนวนมากไปไม่ถึงตลาดที่ใหญ่ขึ้น
โดยเฉพาะ SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ แต่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนการลงทุนด้านนวัตกรรมและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานได้ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ดีพร้อม ไอทีซี จึงถูกพัฒนาให้เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการพัฒนาสินค้าใหม่โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าถึง
ทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี สภาพแวดล้อมการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานเครือข่าย เช่น สถาบันอาหาร เพื่อร่วมพัฒนาสูตร ปรับปรุงกระบวนการผลิต และยกระดับผลิตภัณฑ์ต้นแบบให้สามารถต่อยอดสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้จริง
“DC8 Model” ต้นแบบปั้นสินค้าเฉพาะทางด้านอาหาร และเครื่องดื่ม จากเมืองสุพรรณ

หนึ่งในแนวทางสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมในภาพรวม คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ โดยมุ่งให้แต่ละจังหวัดสามารถต่อยอดศักยภาพ และอัตลักษณ์ของตนเองไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น
โดยพื้นที่ในการดูแลของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 หรือ DIPROM Center 8 (DC8) จังหวัดสุพรรณบุรีมีทั้งสิ้น 12 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, นนทบุรี, ราชบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สระบุรี และปทุมธานี
พื้นที่เหล่านี้มีจุดร่วม คือ ความเข้มแข็งด้านอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งในเชิงวัตถุดิบทางการเกษตรและทุนทางภูมิปัญญาท้องถิ่น สะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ เช่นข้าว มะพร้าวน้ำหอม ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป ขนมเปี๊ยะ ขนมสาลี่ และเป็นพื้นที่ในความดูแลของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 (DC8)
จึงถูกวางให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่จะสร้าง “ย่านเศรษฐกิจเฉพาะทางด้านอาหาร และเครื่องดื่ม” ผ่านการขับเคลื่อน และการทำงานของศูนย์“พื้นที่ภายใต้การดูแลของ DC8 ไม่ได้มีเพียงจุดแข็งด้านการเกษตร แต่ยังมีฐานเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหาร และการแปรรูปอย่างครบถ้วน

ทั้ง วัตถุดิบ, ผู้ประกอบการ SMEs, วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังเผชิญข้อจำกัดด้านมาตรฐาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการขยายตลาดส่งผลให้สินค้าหลายประเภทแม้จะมีศักยภาพ แต่ยังเติบโตได้เพียงในระดับท้องถิ่นเท่านั้น โจทย์สำคัญไม่ใช่การตั้งต้นใหม่
แต่คือการนำจุดแข็งเดิมของพื้นที่มาต่อยอดด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ เพื่อเปลี่ยนจากเกษตรกรรมดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้ ดีพร้อม ไอทีซี จึงกลายเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงแบบครบวงจร
เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านต้นทุน และการลงทุนในช่วงเริ่มต้น รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ SMEs และวิสาหกิจชุมชนสามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ได้มากขึ้น” ณัฏฐิญา กล่าวเพิ่มเติม
ปัจจุบัน มีการต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบหลายประเภท อาทิ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43 ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) สำหรับกลุ่มผู้รักสุขภาพ รวมถึง “ผำผงอบแห้ง” ที่พัฒนาจากพืชน้ำพื้นถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบในชุมชน ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
เสียงสะท้อนจากสนามจริง บทพิสูจน์กลไก “ศูนย์ช่วยผลิต” ปั้นนวัตกรรมเปลี่ยนชีวิต
ภาพของ ดีพร้อม ไอทีซี ที่ชัดเจนที่สุด คือ “ผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการจริง หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนบทบาทของ ดีพร้อม ไอทีซี ได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ “วิสาหกิจชุมชนหอมละมุนมะพร้าวไทย” อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

สมพงศ์ บัวเกิด ประธานวิสาหกิจชุมชนหอมละมุนมะพร้าวไทย กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 7 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 200 ไร่ ในอำเภอบางแพ ดำเนินสะดวก และโพธาราม สร้างผลผลิตได้รอบละ 20,000-30,000 ลูก
แม้มะพร้าวทุกลูกจะได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แต่เกษตรกรยังคงเผชิญวิกฤตราคาหน้าสวนที่เคยตกลงเหลือเพียงลูกละ 2 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการปลูก และดูแลรักษาอย่างมาก
ปัญหาดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นให้กลุ่มหันมามองเรื่องการแปรรูป โดยมีโจทย์คือการทำ “นมข้นหวานจากน้ำมะพร้าว“ ที่ไม่มีส่วนผสมของนมวัว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่แพ้แลคโตสและกลุ่มคนรักสุขภาพแต่ปัญหาของการผลิตเองคือสินค้าเน่าเสียเร็วมากภายใน 1 วัน
เนื่องจากขาดเทคโนโลยีในการยืดอายุผลิตภัณฑ์ เมื่อนำโจทย์นี้มาปรึกษาที่ ดีพร้อม ไอทีซี ภายใน DIPROM Center 8 สุพรรณบุรี กระบวนการช่วยเหลืออย่างจริงจังจึงเริ่มต้นขึ้น โดยทีมงาน และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอาหารได้เข้ามาวิจัย และพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
นวัตกรรมจาก “ดีพร้อม ไอทีซี“ พลิกอายุสินค้าจาก 1 วัน สู่ 6 เดือน

ดีพร้อม ไอทีซี ได้ใช้ เทคโนโลยีการทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Dry) เปลี่ยนน้ำและเนื้อมะพร้าวให้กลายเป็นผง เพื่อรักษากลิ่นรสและคุณค่าอาหาร ก่อนจะปรับสูตรจนกลายเป็น “นมข้นหวานน้ำมะพร้าว” (Coconut Condensed Milk) ที่มีความหอม มัน ลงตัว กระบวนการวิจัยและผลิตจริงใช้เวลาเพียง 3 เดือน จนได้สูตรที่สมบูรณ์แบบ

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ ผลิตภัณฑ์นมข้นมะพร้าวสามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิห้องได้นานกว่า 6 เดือนโดยไม่ต้องใช้สารกันบูด อาศัยเพียงความหวานธรรมชาติ และน้ำตาลเพียงเล็กน้อยในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งยังคงรสชาติมะพร้าว GI แท้ไว้อย่างครบถ้วน
โดยตลอดกระบวนการวิจัย และทดลองใช้เครื่องจักร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพียงแค่จัดเตรียมวัตถุดิบมาให้ทางศูนย์ฯ เท่านั้น ถือเป็นการลดต้นทุน และลดความเสี่ยงให้แก่เกษตรกรอย่างมหาศาล”

ก้าวต่อไป ต่อยอดนวัตกรรม สู่ตลาดโลก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นมข้นหวานน้ำมะพร้าว อยู่ระหว่างการส่งตรวจวิเคราะห์โภชนาการ และขอรับรองมาตรฐาน อย. โดยมี ดีพร้อม ไอทีซี เป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนื้อมะพร้าว Freeze Dried” เจาะตลาดขนมสุขภาพ และวางแผนขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเตรียมพร้อมสู่มาตรฐานฮาลาลในอนาคต
“ผู้ประกอบการไม่ควรหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง และควรใช้ประโยชน์จากหน่วยงานรัฐอย่าง ดีพร้อม ไอทีซี ให้คุ้มค่า ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนสินค้าจากราคาหลักหน่วยให้กลายเป็นหลักสิบหรือหลักร้อยได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของราคาผลผลิตสดอีกต่อไป” สมพงศ์ กล่าวเสริม
บทสรุปของ “DC8 Model” และกลไกของ ดีพร้อม ไอทีซี ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนชิ้นหนึ่ง แต่ คือ การสร้างหมุดหมายใหม่ ที่จุดประกายความหวัง และปลดล็อกศักยภาพของผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ ให้กล้าก้าวออกจากกำแพงของความเสี่ยงและข้อจำกัดเดิม ๆ
วันนี้ ดีพร้อม ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การพลิกโฉมสินค้าเกษตรท้องถิ่นให้ผงาดในตลาดโลกไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม ขอเพียงมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ และมีหน่วยงานรัฐที่พร้อมเปลี่ยนบทบาทมาเป็น พี่เลี้ยง ที่คอยเคียงข้างคนตัวเล็กในทุกก้าวเดิน นี่คือฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ให้เติบโตอย่างสง่างาม แข็งแกร่ง และยืนหยัดแข่งขันบนเวทีสากลได้อย่างยั่งยืน

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























