ZTE ร่วมกับ AIS ประกาศวิสัยทัศน์ในงาน ZTE Day Thailand 2026 มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต

ZTE

แซดทีอี (ZTE) ร่วมกับ เอไอเอส (AIS) เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และยกระดับเครือข่ายอัจฉริยะของประเทศไทย ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ความยั่งยืน…

ZTE ร่วมกับ AIS ประกาศวิสัยทัศน์ในงาน ZTE Day Thailand 2026 มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต

แซดทีอี ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรม และโซลูชัน ICT ร่วมกับ เอไอเอส ให้บริการดิจิทัล และโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทย และพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านการจัดงาน ZTE DAY 2026 (แซดทีอี เดย์ 2026)

ภายใต้แนวคิด “Creating an Intelligent Future” มุ่งนำเสนอนวัตกรรมเครือข่ายอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบ End-to-End เพื่อรองรับการเติบโตของ AI, Cloud และบริการดิจิทัลยุคใหม่ พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความอัจฉริยะ ยืดหยุ่น ปลอดภัย

และยั่งยืนยิ่งขึ้น ภายในงาน แซดทีอี นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านเครือข่ายยุคใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ Autonomous Networks, 5G-Advanced, 6G, AI Core, Transport Networks, Green Data Centers และ Cloud PC

โดยมี A-Z Center Showroom เป็นพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรม และโซลูชันเทคโนโลยี ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้ม AI ระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในอนาคต

ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่ยุค AI

ZTE

จาง เหยียนเหมิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แซดทีอี ไทยแลนด์ กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการให้บริการดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับบริการเหล่านั้น โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคตจะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงด้านการเชื่อมต่อเท่านั้น

แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับระบบประมวลผล Data Center การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เอไอเอส กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และบริการเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการรับส่งข้อมูลจาก “Bytes สู่ Tokens” ไปจนถึงการยกระดับระบบบริหารจัดการเครือข่ายจาก Automation แบบเดิม สู่ Autonomous Networks ที่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“งาน แซดทีอี เดย์ 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมอง และประสบการณ์เกี่ยวกับ Connectivity, Computing และ AI Infrastructure รวมถึงร่วมกันมองหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย ความร่วมมือระหว่าง AIS และ ZTE จะช่วยเปิดโอกาสในการสร้างแนวคิด โซลูชัน และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และร่วมกันสร้างอนาคตดิจิทัลที่ดียิ่งขึ้นสำหรับประเทศไทย”

ZTE

ด้าน กิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส (Chief Technology Officer) เอไอเอส กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ เอไอเอส คือการก้าวสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศของไทย ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเครือข่าย เทคโนโลยี และบริการดิจิทัล

AI ถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโครงข่าย และการดำเนินงานภายในองค์กร แต่ยังเปิดโอกาสให้เราพัฒนาบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับลูกค้า แซดทีอี เดย์ 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญที่ เอไอเอส และ แซดทีอี ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สำรวจเทคโนโลยีใหม่ และมองหาโอกาสในการพัฒนาโซลูชันร่วมกันสำหรับอนาคต

“ท้ายที่สุด เป้าหมายของเราคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิต และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย”

5 เทคโนโลยีไฮไลต์จาก ZTE Day Thailand 2026

Autonomous Networks : เครือข่ายอัตโนมัติอัจฉริยะ

แซดทีอี นำเสนอ L4 Autonomous Networks ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม Agentic AI มุ่งสู่เป้าหมาย “4 Zero” ได้แก่ Zero Deviation ลดความคลาดเคลื่อนในการดำเนินงาน, Zero Delay ลดระยะเวลาในการติดตั้งและตอบสนองต่อสถานการณ์, Zero Touch เพิ่มระดับการทำงานแบบอัตโนมัติในการบริหารเครือข่าย และ Zero Complaints ยกระดับประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้งาน

ZTE

Wireless & 6G Evolution : พัฒนาเครือข่ายไร้สายสู่ 6G

นำเสนอโซลูชัน 5G-Advanced แบบ End-to-End ที่พัฒนาร่วมกับ เอไอเอส รองรับเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น Massive IoT, RedCap, ISAC และ NTN พร้อมนำเสนอแนวคิดและต้นแบบเทคโนโลยี 6G เพื่อความพร้อมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสำหรับการเข้าสู่ยุค AI

ZTE

HINET Transport Network : เครือข่ายความเร็วสูงเพื่อรองรับ AI

โครงข่าย Transport Network ความจุสูง รองรับความเร็วระดับ 400G, 800G และ 1T+ เพื่อรองรับปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI และ Data Center พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยแนวคิด “AI for Network” และ Network for AI”

ZTE

5G AI Core Operations : ยกระดับการบริหารเครือข่ายด้วย AI

การนำ AI Agent เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเครือข่าย ตั้งแต่การตรวจสอบ วิเคราะห์ วินิจฉัย ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเปลี่ยนผ่านจากการบริหารเครือข่ายแบบ Reactive หรือการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การดำเนินงานเชิงรุก และการคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า

ZTE

Green Infrastructure & Cloud PC : โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพด้านพลังงาน ผ่านเทคโนโลยี Green Data Centers และ Liquid Cooling และ ZTE Cloud PC ที่นำแนวคิด Zero Trust มาใช้ด้านความปลอดภัย และได้รับการออกแบบให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี Bandwidth ต่ำถึงระดับ 120 Kbps

ZTE

ร่วมสร้างอนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืน

การผนึกกำลังระหว่าง แซดทีอี, เอไอเอส และพันธมิตรในอุตสาหกรรม ไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมเครือข่ายยุคใหม่ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

โดยมี AI, Intelligent Connectivity, Automation, Cybersecurity และ Sustainability เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ ชาญฉลาด ปลอดภัย ยั่งยืน และพร้อมรองรับอนาคต

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay