“เอกนิติ” ชู LINE MAN Wongnai AI Accelerator เร่งอัปสกิล AI ร้านอาหารไทย

LINE MAN Wongnai

“เอกนิติ” ประธานเปิดงานสัมมนา LINE MAN Wongnai AI Accelerator เร่งอัปสกิล AI ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยกว่า 100 แห่ง ต่อยอดการใช้งาน AI ยกระดับธุรกิจได้จริง…

เอกนิติ” ชู LINE MAN Wongnai AI Accelerator เร่งอัปสกิล AI ร้านอาหารไทยกว่า 100 แห่ง

LINE MAN Wongnai

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเปิดงานสัมมนา “ไลน์แมน วงใน เมอเชินทส์ เอไอ แอคเซเรเตอร์” สัมมนาเสริมพลัง Aอัปสกิลใหม่ให้ร้านอาหาร พาเศรษฐกิจไทยทันโลก โดยมี ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์แมน วงใน

 กล่าวรายงานความสำเร็จของโครงการรัฐผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และในงานสัมมนาครั้งนี้ ไลน์แมน วงใน ยังมีการเปิดตัว วงใน จีนี่” AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร โดยมีเจ้าของร้านอาหารกว่า 100 แห่งเข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารธุรกิจด้วย

LINE MAN Wongnai
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงการคลัง คือการนำเทคโนโลยีมาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในทุกระดับ โดยเฉพาะ SMEs และร้านค้ารายย่อย

ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย การดำเนินโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส เป็นตัวอย่างของการนำศักยภาพของภาครัฐมาทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้มาตรการสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และต่อเนื่อง

นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยผู้พัฒนาแอปพลิเคชันถุงเงินได้มีการพัฒนา AI นกกระซิบในแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อมาช่วยผู้ประกอบการในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ โดยผู้ประกอบการสามารถใช้ AI นกกระซิบเพื่อดูยอดขาย วิเคราะห์แนวโน้ม วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบกับร้านค้าอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงหรือร้านประเภทเดียวกันได้

และเมื่อมีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ผู้ประกอบการก็จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้อีกด้วย

LINE MAN Wongnai
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์แมน วงใน

ด้าน ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์แมน วงใน กล่าวว่า การเชื่อมโยงโครงการรัฐเข้ากับแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ช่วยเปลี่ยนแรงส่งระยะสั้นให้กลายเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นได้ชัดจากโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ที่มีร้านค้าเลือกเข้าร่วมผ่าน ไลน์แมน มากเป็นอันดับ 1 กว่า 59,000 ร้านค้า

ช่วยขยายผลกระจายเงินอุดหนุนจากรัฐกว่า 2,570 ล้านบาท ผ่าน ไลน์แมน รวม 16 ล้านออเดอร์ สู่ร้านค้ารายย่อยครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัด และ 266 อำเภอทั่วประเทศ โดยผลลัพธ์จากโครงการรัฐ และเทคโนโลยีสามารถช่วยให้ร้านค้า

  • ขายดีด้วยโครงการรัฐ : ข้อมูลจาก ไลน์แมน วงใน พบว่า ยอดขายรวมร้านค้าจากไทยช่วยไทย พลัสสูงถึง 1.8 เท่า [1] ของคนละครึ่ง พลัสแม้โครงการยังไม่สิ้นสุด โดยมีปัจจัยหนุนจากวงเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ร้านค้าอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการ ยอดขายรวมร้านค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น เท่า ขณะที่ข้อมูลจากโครงการรัฐรอบก่อนพบว่า ยอดขายร้านค้ายังเติบโตต่อเนื่องราว 10% [2] หลังสิ้นสุดโครงการ
  • โตยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี : การนำระบบจัดการร้านอาหาร (POS) มาใช้ ช่วยให้ร้านค้าเปลี่ยนจากแค่ายได้ดีระยะสั้นสู่การบริหารจัดการเป็นโดยร้านที่เข้าร่วมโครงการรัฐมีอัตราการอยู่รอดของธุรกิจถึง 84% และหากใช้งานระบบ POS ร่วมด้วย อัตราการอยู่รอดของธุรกิจจะพุ่งสูงถึง 93% 
  • สเกลธุรกิจด้วยข้อมูล สร้างโอกาสเข้าถึงเงินทุน : ข้อมูลการขายจากระบบ POS ช่วยให้ร้านค้ามีข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่เป็นระบบ และสามารถนำไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อ SMEs เพื่อเข้าถึงเงินทุน และต่อยอดธุรกิจจาก ไลน์แมน วงใน และพาร์ทเนอร์ โดยใน 12 เดือนที่ผ่านมามีร้านค้าเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนผ่าน ไลน์แมน วงใน แล้วกว่า 30,000 ร้าน และในอนาคตอันใกล้ ก็จะสามารถนำข้อมูลจากยอดขายไปขอรับการพิจารณาสนับสนุนหลักประกัน จากโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัสของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมได้อีกด้วย 

ทั้ง ประเด็นสะท้อนว่า การเชื่อมโครงการรัฐเข้ากับเทคโนโลยี ไม่ได้สร้างเพียงผลลัพธ์ในระดับร้านค้า แต่ช่วยวางรากฐานให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้ที่เติบโต บริหารธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ และเข้าถึงเงินทุน เพื่อขยายกิจการ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ และเอกชน

ในการ Upskill-Reskill ยกระดับศักยภาพของร้านค้ารายเล็กให้สามารถแข่งขัน และเติบโตได้ในระยะยาว เมื่อแนวทางเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้าง จะช่วยส่งต่อการเติบโตไปยังเศรษฐกิจฐานราก และสร้างแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรม และการฝึกอบรมเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ พร้อมพบปะตัวแทนร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส และนำเทคโนโลยีมาสร้างการเติบโตได้จริง อาทิ ร้าน ตำยำยั่ว by โบตั๋น และร้านระดับตำนานอย่าง ประจักษ์เป็ดย่าง

ภายในงานยังมีการเสวนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ อัปสกิลเจ้าของร้านอาหารยุคใหม่ เริ่มต้นใช้ AI ทำกำไรด้วยเทคโนโลยี โดย เอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions ไลน์แมน วงใน พร้อมด้วย กานต์อรรถกร รัตนารมย์ ผู้ก่อตั้ง BEARHOUSE 

และคุณคุคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกันและเจ้าของร้าน หอมมันข้าวมันไก่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การนำข้อมูล และ AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจจริง พร้อมเวิร์กชอปสำหรับเจ้าของร้านอาหารกว่า 100 แห่ง เพื่อ Upskill-Reskill การใช้ AI และ POS วิเคราะห์ธุรกิจ วางแผนการขาย และการตลาด และบริหารจัดการร้านให้มีประสิทธิภาพ และต่อยอดธุรกิจได้จริง

เปิดตัววงใน จีนี่AI ผู้ช่วยร้านอาหาร พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย

LINE MAN Wongnai

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว “วงใน จีนี่” AI ผู้ช่วยร้านอาหารที่พัฒนาจากความเข้าใจในธุรกิจร้านอาหารไทย และข้อมูลภายใน Ecosystem ของ ไลน์แมน วงใน โดยทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยผู้จัดการร้านที่ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่ การดูภาพรวมธุรกิจ 

ช่วยรวบรวมข้อมูลยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน-กำไรจากทุกช่องทาง และดึงรายงานต่าง ๆ จากระบบมาแสดง การเข้าใจลูกค้า และการขาย ดู Insights เช่น เมนูขายดี และช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้บริการสูงสุด การวางแผนบริหารร้าน ช่วยจัดกะพนักงานให้เหมาะกับยอดขาย

ไปจนถึง การเพิ่มยอดขาย และลดต้นทุน ด้วยคำแนะนำด้านโปรโมชันและแนวทางบริหารต้นทุน ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจได้ครบ และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

LINE MAN Wongnai

ปัจจุบัน วงใน จีนี่ กำลังทยอยเปิดให้ร้านค้าที่ใช้ Wongnai POS สามารถใช้งานผ่าน Wongnai POS Web Owner และแอปพลิเคชัน Wongnai POS Manager ได้แล้ว ขณะเดียวกัน วงใน จีนี่  กำลังพัฒนาความสามารถเพิ่มเติม ทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านประเภทเดียวกัน

การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าผ่านข้อมูล CRM รวมถึงการช่วยจัดการเมนู ราคา และโปรโมชันต่าง ๆ แบบอัตโนมัติบนระบบ Wongnai POS และ ไลน์แมน พร้อมตั้งเป้าขยายการใช้งานไปยังร้านอาหารกว่า 520,000 ร้านทั่วประเทศเพื่อให้ร้านอาหารที่ยังไม่ได้ใช้ POS เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น

  • [1] อ้างอิงยอดขายรวม (GMV) ของร้านค้าบน ไลน์แมน : “ไทยช่วยไทย พลัสช่วง 15 มิ.ย.–18 ก.ย. 2569 เทียบกับ คนละครึ่ง พลัสช่วง พ.ย.–31 ธ.ค. 2568
  • [2] อ้างอิงยอดขายเฉลี่ยต่อวันหลังจบโครงการคนละครึ่ง พลัสช่วง ม.ค.พ.ค. 2569
ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay