สธ. ร่วมมือ ทรู ถอดบทเรียนปัวโมเดล สู่โดรนทางการแพทย์ True SkyBridge ในอำเภอแม่แจ่ม เทิดพระเกียรติฯ ยกระดับการขนส่งยา และเวชภัณฑ์ในพื้นที่ห่างไกล…
highlight
- กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตร ทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่
งประเทศไทย (CAAT) สำนักงานคณะกรรมการกิ จการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขั บสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ (Medical Drone) เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิ ษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ถอดบทเรียน “ปัวโมเดล” ยกระดับ “ทรู สกายบริดจ์” สู่ “แพลตฟอร์มบริหารจัดการการขนส่ ง และการดูแลสุขภาพอัจฉริ ยะแบบครบวงจร” ขนส่งยา เวชภัณฑ์ สิ่งส่งตรวจ และอุปกรณ์การแพทย์ ได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมเตรียมขยายผลเชื่ อมโยงการบินแบบ Round-trip จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน ไปยัง 13 ชุมชนห่างไกล
สธ. x ทรู ถอดบทเรียน “ปัวโมเดล” สู่ ใช้ Medical Drone ผ่าน True SkyBridge ยกระดับส่งยาแม่แจ่ม

ที่ หอประชุมโรงเรียนแม่แจ่ม อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ (Medical Drone) เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โดยมี นรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัย และนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน พร้อมด้วย ศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์,
นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1, นพ.จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, นพ.จักรชัย ติตะบุตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา อ.แม่แจ่ม, พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย,
พิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม กสทช. คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 500 คน

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง
ตลอดจนการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการ ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มุ่งลดข้อจำกัดด้านระยะทาง เวลาขนส่ง และการเดินทางที่ยากลำบาก ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
และช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางของบุคลากรเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงภัยในบางภารกิจ ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่าย ทั้ง CAAT และ กสทช. ซึ่งได้ถอดบทเรียน “ปัวโมเดล” จากการนำร่องการใช้แพลตฟอร์ม “ทรู สกายบริดจ์” ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน มาขยายผลสู่พื้นที่แม่แจ่ม โดยมีโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน สนับสนุนการนำส่งยา เวชภัณฑ์ สิ่งส่งตรวจ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ระหว่างหน่วยบริการ ทั้งในภาวะปกติ และภาวะฉุกเฉิน

“กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยบริการและภาคีในพื้นที่ โดยจะติดตามและประเมินผลการใช้งานจริง ทั้งด้านความปลอดภัย ระยะเวลาขนส่ง และความต่อเนื่องในการสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อนำผลมาปรับปรุงระบบ และพิจารณาขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง
โดยมีเป้าหมายระยะยาว คือ การพัฒนาให้อากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม สนับสนุนการดูแลประชาชนทั้งในภาวะปกติ และภาวะฉุกเฉิน และช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ” พัฒนา กล่าว

ด้าน เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัย และนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยี มุ่งนำเทคโนโลยีเชื่อมโยง และสร้างคุณค่าแก่คนไทยและประเทศไทย ความสำเร็จของ ทรู สกายบริดจ์ ที่ จ.น่าน
ทำให้เห็นชัดว่า เทคโนโลยีโดรนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการขนส่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน ทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเกิดภัยพิบัติ และก้าวสำคัญของ ทรู สกายบริดจ์ ในวันนี้

คือ การยกระดับสู่ “แพลตฟอร์มบริหารจัดการการขนส่ง และการดูแลสุขภาพอัจฉริยะแบบครบวงจร” (Full-Suite Intelligent Healthcare Logistics Platform) เชื่อมต่อ 3 ระบบ ทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียว ได้แก่ ระบบบริหารเส้นทาง และการขนส่งทางอากาศ ระบบติดตามและประสานภารกิจจากศูนย์กลาง
และการใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ แผนที่ภูมิประเทศ และ AI ช่วยวิเคราะห์พื้นที่และวางแผนภารกิจ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเครือข่ายสื่อสารของทรูเชื่อมข้อมูล ทำให้สามารถผสานหลากหลายรูปแบบการขนส่ง และบริหารจัดการตลอดเส้นทางขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศ
ทั้งนี้ ทรู สกายบริดจ์ จะเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบที่สามารถต่อยอดให้โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขอื่น ๆ ทั่วประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทต่าง ๆ ได้ต่อไป
3 ภารกิจ เพื่อผู้ป่วยที่เดินทางไม่ได้

สำหรับปฏิบัติการโดรนทางการแพทย์ที่แม่แจ่มในครั้งนี้ มี 3 ภารกิจ คือ
ภารกิจที่ 1 – Critical NCD Care : ส่งยาถึงบ้าน เพื่อผู้ป่วยที่เดินทางไม่ได้ ทดสอบการนำส่งยาไปยังจุดรับที่กำหนด พร้อมระบบร่มชูชีพสำหรับส่งมอบยารักษาโรคถึงบ้านผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เส้นทางจากสนามโรงเรียนแม่แจ่มถึงบ้านผู้ป่วย ระยะการขนส่งทางบกไป–กลับ 28 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 4 นาที ขณะที่โดรนใช้เวลาบินเพียง 14 นาที
ภารกิจที่ 2 – Intelligent Resilient Logistics : ผสานทุกการขนส่ง เพื่อเข้าถึงทุกพื้นที่ เชื่อมรถขนส่ง–โดรน–รถจักรยานยนต์ ในแผนขนส่งเดียว โดยแพลตฟอร์ม ทรู สกายบริดจ์ เชื่อมข้อมูล และติดตามการขนส่งตลอดเส้นทาง ตั้งแต่รถขนส่งออกจากโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา และทำการส่งต่อยา-เวชภัณฑ์ด้วยการบินโดรนไปยังสถานีอนามัยบ้านนาฮ่อง เนื่องจากสะพาน และเส้นทางคมนาคมบางช่วงถูกตัดขาด รวมระยะทางขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศไป-กลับ 69 กิโลเมตร
ภารกิจที่ 3 – Beyond the Distance : ก้าวข้ามระยะทาง เชื่อมต่อทุกชีวิต ทดสอบบินอัตโนมัติระยะไกล 100 กิโลเมตร ใช้โดรน eVTOL บินจากสนามโรงเรียนแม่แจ่มสู่ลานโรงเรียนบ้านแม่อูคอ แม่ฮ่องสอน ระยะบินไป–กลับตามแผน 100 กิโลเมตร ใช้เวลาบินโดรน 1 ชั่วโมง 9 นาที ขณะที่การขนส่งทางบกมีระยะทาง ไป-กลับ 188 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมง 40 นาที เพื่อทดสอบการวางแผน และติดตามเที่ยวบินระยะไกล รวมถึงการเชื่อมข้อมูลระหว่างโดรน และศูนย์ควบคุม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับพัฒนาการขนส่งทางการแพทย์ข้ามพื้นที่ในอนาคต

ทั้งนี้ หลังจากนี้ จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบูรณาการกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน ในรูปแบบโครงการบินต่อเนื่อง 13 จุดยุทธศาสตร์ แบบ Round-trip จาก รพร.ปัว ไปยัง 13 ชุมชน โดยขาไปเป็นการขนส่งยา และ เวชภัณฑ์ Lab ส่วนขากลับ ขนส่งเลือด และสิ่งส่งตรวจจากชุมชน
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























