GISTDA จับมือ MVA จัดประชุมดวงจันทร์ระดับโลก 2026 พร้อมดันไทยฮับอวกาศอาเซียน

GISTDA

จิสด้า (GISTDA) ร่วมกับ Moon Village Association (MVA) เปิดงานประชุมระดับโลก “10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026” พร้อมผลักดันประเทศไทยขึ้นแท่นศูนย์กลาง และฮับอวกาศแห่งอาเซียน…

highlight

  • สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ร่วมกับ Moon Village Association : MVA เปิดงานประชุมวิชาการ และการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับโลก “10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน ณ ห้องประชุม MR 1–3 ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ต้อนรับผู้นำองค์กรอวกาศ นักวิจัย วิศวกร และผู้ประกอบการ New Space กว่าหลายร้อยชีวิตจากทั่วทุกมุมโลกร่วมงาน

GISTDA จับมือ MVA จัดประชุมดวงจันทร์ระดับโลก 2026 พร้อมดันไทยฮับอวกาศอาเซียน

GISTDA

ไทยเดินหน้าเกมอวกาศโลก! จิสด้า จับมือ Moon Village Association จัดงาน 10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026 ครั้งแรกในประเทศไทย และอาเซียน เปิดเวทีผู้นำองค์กรอวกาศ นักวิจัย และผู้ประกอบการ New Space จากทั่วโลก พร้อมร่วมกำหนดอนาคตการสำรวจดวงจันทร์

และผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านอวกาศระดับภูมิภาคโดยไฮไลต์สำคัญ คือ โอกาสที่วิศวกรไทยจะพัฒนาชิ้นส่วน และเพย์โหลด (Payload) เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ภายใต้โครงการ Artemis ในช่วงปี 2571 พร้อมต่อยอดงานวิจัยสู่ธุรกิจเทคโนโลยี และเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต

ไทยเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมืออวกาศ

GISTDA
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กล่าวว่า การสำรวจอวกาศต้องอาศัยเงินลงทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากหลายประเทศ ไทยจึงใช้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากร และอุตสาหกรรมไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจระดับโลก

ปัจจุบันไทยมีความร่วมมือกับหลายโครงการ โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ทำงานร่วมกับโครงการ Chang’e ของจีน ขณะที่ จิสด้า ประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ ภายใต้โครงการ Artemis ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเปิดพื้นที่ให้ไทยมีบทบาทในระบบนิเวศอวกาศนานาชาติ

โดยประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญในการทำหน้าที่เชื่อมโยงมหาอำนาจด้านอวกาศ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป และญี่ปุ่น ตลอดจนหน่วยงานอวกาศชั้นนำของโลก อาทิ จูเซปเป เรบัลดิ ประธานสมาคม Moon Village Association : MVA,

อาร์ตี ฮอลลา-ไมนี ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการอวกาศส่วนนอกแห่งสหประชาชาติ (UNOOSA), อุลเปีย โบเตซาตู ประธานร่วม Action Team on Lunar Activities Consultation (ATLAC) ภายใต้ UN-COPUOS, โดริน ปรูนารีอู ประธานร่วมวันดวงจันทร์นานาชาติ (International Moon Day)

มาร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะด้านกรอบกฎหมายอวกาศ การกำหนดยุทธศาสตร์ และกำหนดทิศทางอนาคตการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ร่วมกันโดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์ และสร้างการบริหารจัดการห้วงอวกาศอย่างยั่งยืน

GISTDA

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานอวกาศภาครัฐ และผู้กำหนดนโยบายระดับสูง อาทิ ไมเคิล โอเวอร์บี รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการอวกาศ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, หวัง จงหมิน ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศจาก Deep Space Exploration Laboratory (DSEL) ประเทศจีน,

โคจิ ยามานากะ ผู้อำนวยการฝ่ายการสำรวจอวกาศ จากองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA), เคนจิ ยามากาตะ เลขาธิการบริหาร APRSAF จาก JAXA, เอนรีโก ปาแลร์โม หัวหน้าองค์การอวกาศออสเตรเลีย (Australian Space Agency)

และ มาลัก ทราเบลซี โลบ ประธานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านกิจกรรมดวงจันทร์อย่างยั่งยืน (GEGSLA) มาร่วมกำหนดฉากทัศน์ความร่วมมือผ่านเวทีเสวนาพิเศษร่วมกับ APRSAF-32 ในการหารือการกำหนดกรอบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนบนดวงจันทร์ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต และกรอบกฎหมายอวกาศสากล ด้วยการเน้นย้ำบทบาทของอาเซียนในฐานะผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมอวกาศยุคใหม่

ลุ้น Payload ฝีมือคนไทยร่วมภารกิจ Artemis

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ การส่งชิ้นส่วน และเพย์โหลดสัญชาติไทย เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ โดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทยกำลังร่วมออกแบบงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Artemis 4 หรือ Artemis 5 และประเมินว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริงในช่วงปี 2571

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยลงทุนด้านการวิจัยเชิงสาธิตและพัฒนา Payload ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ จิสด้า เตรียมผลักดันโครงการความร่วมมือกับ Artemis ใน 3 โครงการเร่งด่วน ครอบคลุมงานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ และอาหารอวกาศ ซึ่งผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติแล้ว โดยรายละเอียดจะต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ

GISTDA

จาก AI ถึงอาหารอวกาศ ต่อยอดงานวิจัยสู่ธุรกิจไทย

โอกาสของไทยไม่ได้จำกัดอยู่ที่การส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่อวกาศ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับภารกิจระยะยาว เช่น วัสดุทนสภาวะสุดขั้ว ระบบ AI ควบคุมหุ่นยนต์ เครือข่ายสถานีภาคพื้นดิน และนวัตกรรมอาหาร ด้วยการนำจุดแข็งด้านการเกษตรและอาหารของไทยยังมีโอกาสต่อยอดสู่ระบบสนับสนุนการดำรงชีวิตบนดวงจันทร์

ขณะที่เทคโนโลยีจากงานวิจัยอวกาศสามารถนำกลับมาใช้บนโลกได้ หรือที่เรียกว่า Spillover Effect เช่น การพัฒนาแบตเตอรี่ พลังงานสะอาด การแพทย์ดิจิทัล และเกษตรกรรมแม่นยำสูง

ร่วมถึงการเชื่อมโยงนักวิจัย สตาร์ทอัพ ภาคเอกชน และพันธมิตรต่างประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันผลงานไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจ และอาชีพทักษะสูงให้คนรุ่นใหม่

GISTDA

ดร.ปกรณ์ กล่าวเสริมว่า การจัดงานครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไทยสามารถทำหน้าที่เป็นเวทีกลางที่รวบรวมบุคลากร และองค์กรอวกาศชั้นนำระดับโลก มาร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมอวกาศ New Space ในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุน งบประมาณวิจัย และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมเข้ามาตั้งไข่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ความสำเร็จออกเป็น 4 มิติ คือ

  1. ผลักดันงานวิจัย และอุตสาหกรรมไทยสู่ Supply Chain ระดับโลก
นักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าสู่ระบบนิเวศ Cis-Lunar และ Lunar Ecosystem ผ่านการสร้างมาตรฐานให้ผลงานวิจัยของไทย เช่น สถาปัตยกรรมอวกาศ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วัสดุศาสตร์ และอาหารอวกาศ ถูกนำไปใช้งานจริงในภารกิจการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์
  2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ปัญหาบนพื้นโลก
องค์ความรู้จากการรับมือกับสภาวะสุดขั้วบนดวงจันทร์ เช่น สุญญากาศ รังสี ความผันผวนของอุณหภูมิ เป็นต้น ถูกนำมาถ่ายทอดเพื่อประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมบนโลก เช่น การพัฒนาแบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด การแพทย์ดิจิทัล การจัดการสิ่งแวดล้อม และเกษตรกรรมแม่นยำสูง ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย
  3. การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการระหว่างไทย–สากล และยกระดับสร้างศักยภาพ การหลั่งไหลเข้ามาของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารระดับสูง และนักลงทุนจากทั่วโลก ช่วยเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานวิจัยร่วมกันระหว่างไทย และนานาชาติ อันเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับ และสร้างศักยภาพของบุคลากร สถาบันวิจัย และหน่วยงานอวกาศของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน
  4. การสร้างรากฐาน และจุดประกายแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่
งานประชุมนี้นับเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และวิศวกรรุ่นใหม่ของไทย ได้สร้างเครือข่าย เข้าถึงทุนการศึกษา ทุนวิจัย และโอกาสทำงานในองค์กรอวกาศระดับนานาชาติ จุดประกายความคิดให้คนไทยมองเห็นว่า อวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว และคนไทยมีศักยภาพเพียงพอในการสร้างอนาคตใหม่ให้มนุษยชาติ

“การจัดงาน Moon Village 2026 สะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นเวทีกลางเชื่อมองค์กรอวกาศนานาชาติ และเปิดโอกาสให้นวัตกรรมไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ความท้าทายต่อจากนี้คือการเปลี่ยนความร่วมมือให้เป็นผลงานจริง

ทั้งการพัฒนา Payload สัญชาติไทย การยกระดับมาตรฐานวิศวกรรม และการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจ New Space เพราะการแข่งขันด้านอวกาศไม่ได้วัดเพียงว่าใครเดินทางไปถึงดวงจันทร์ก่อน แต่ยังรวมถึงความสามารถในการสร้างนวัตกรรม และมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ดร.ปกรณ์ กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามสรุปผลการประชุม 10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026 และสาระสำคัญของแต่ละ Session รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://moonvillageassociation.org/mva2026

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay